ทวี สอดส่อง ระบุว่ากรมชลประทานควรเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดอุบลราชธานี และหาข้อบกพร่องในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกล่าวหาว่ามีการใช้งบประมาณอย่างไม่เหมาะสม จึงขอเสนอการลดงบประมาณเพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานที่เคารพผม ได้สงวนความเห็นขอปรับลดงบประมาณของสำนักนายกรัฐมนตรี ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เดี๋ยวผม จะมีเหตุผล ประมาณ ๙,๗๘๖ ล้านบาท สำนักนายกรัฐมนตรีเป็นตัวอย่างหรือรูปธรรม ของการบริหารงานที่เป็นการบริหารงานแบบไม่ไว้ใจข้าราชการ นายกรัฐมนตรี การบริหาร รัฐบาลชุดนี้นอกจากไม่ไว้ใจประชาชนแล้วยังไม่ไว้ใจข้าราชการ จึงได้มีหน่วยงานในการดูแล ของนายกรัฐมนตรีถึง ๒๗ หน่วยงาน ซึ่งหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ผมจะขอข้ามไป แล้วในหน่วยงานทั้ง ๒๗ หน่วยงาน เป็นงานซ ้าซ้อนเป็นงานเอารายงานของคนอื่น เอาความดีของคนอื่นมารายงาน ไปแย่งชิงงบประมาณของคนอื่น ไปแทรกแซงงานของคนอื่น เสียส่วนใหญ่ ดังนั้นผมจึงคิดว่าเหตุจำเป็นต้องตัดงบประมาณ แล้วก็ในสำนักนายกรัฐมนตรี เองก็ได้กราบเรียนว่ายังมีความแปลกประหลาด คือจะมีสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แล้วจะมีสำนักงบประมาณ ซึ่งสำนักงบประมาณ เราก็รู้อยู่ วันนี้งบประมาณก็ต้องผ่าน สำนักงบประมาณ ในส่วนของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ผมก็ได้เคยสอบถามว่าขณะนี้ ประชาชนกำลังทุกข์ยาก ประชาชนกำลังลำบากเรื่องโควิด (COVID) ทำไมท่านจึงตั้ง งบผูกพัน จำนวน ๑๕๐ ล้านบาท เพื่อจะไปปรับปรุงตึกแดงที่นายกรัฐมนตรีต้องทำงาน อันนี้สะท้อนให้เห็นอะไรไหม ขณะที่ประชาชนกำลังต้องตายอยู่ในบ้าน ไม่มีใครเข้าไปดูแล แต่ยังต้องจัดงบที่ไม่ใส่ใจ คือเอางบมาปรับปรุงตึกแดง โดยเป็นงบผูกพันด้วย อันนี้ผมจึงถาม แม้แต่ท่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจะบอกว่ามันเก่า มันก็เก่าทุกตึกล่ะครับ วันนี้คือ การแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ท่านพูดท่านให้คนอื่นทำ แต่รัฐบาลจะไม่ทำ อีกหน่วยงานหนึ่ง ด้วยความเคารพครับ สำนักงบประมาณ สำนักงบประมาณมีการจะไปปรับปรุงตึกที่ทำการ ซึ่งเป็นงบผูกพันมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ถึงปี ๒๕๖๒ ปกติงบผูกพันที่ขอ ถ้าใช้ไม่หมดใน ๑ ปี งบประมาณปีไหนต้องใช้ปีนั้น พอใช้ไม่หมดขยายได้ ๖ เดือน อีก ๖ เดือน ถ้าครบขยายแล้ว ต้องคืน สำนักนายกรัฐมนตรีก็คืนไปสร้างตึก ซึ่งจำนวนหลายพันล้านบาท รวมเป็น พันล้านบาท ปรากฏว่าก็มาของบมาปรับปรุงอาคารที่ทำการอีก ๒๕๖ ล้านบาท ในขณะนี้ ผมเห็นว่าการที่ผู้ไปจัดงบ แล้วก็ไปเที่ยวตัดของคนอื่นในลักษณะอย่างนี้ ผมจึงคิดว่า ๒ หน่วยก็เป็นตัวอย่าง ผมก็เลยได้บอกจะขอตัดใน ๒ ส่วนนี้
อีกส่วนหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือในส่วนของ กอ.รมน. กอ.รมน. จริง ๆ ควรจะเป็นหน่วยงานที่ควรจะยุบจะดีกว่า เพราะ กอ.รมน. เกิดขึ้นมา ปรากฏว่า มีคนอยู่ประมาณ ๑๒๐ คนเศษ หรือมากกว่านั้น แต่ของบไป ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นหน่วยงานเดียวที่ตั้งงบรายจ่ายอื่น ซึ่งท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิกครับ ในคณะกรรมาธิการได้ทำข้อสังเกตไว้ในหน้า ๔๑๘ อันนี้เป็นข้อสังเกตที่ดีมาก คือ กอ.รมน. ตั้งงบเป็นงบรายจ่ายอื่น งบรายจ่ายอื่นคือตีเช็คเปล่า คล้าย ๆ งบราชการลับ ปรากฏว่าพอยัง ไม่รู้จะทำอะไรชัดเจนก็ไปตั้งงบรายจ่ายอื่น ก็พบว่าพอมาตรวจดูในงบประมาณของ กอ.รมน. มีงบรายจ่ายอื่นไปเขียนงบบุคคลแล้วก็ งบดำเนินการ ทั้งที่เรามีงบบุคคลและงบดำเนินการอยู่แล้วในปีนี้ก็ประมาณ ๓,๗๐๐ ล้านบาท เราก็ขอไปดูการตรวจเงินแผ่นดินพบว่าที่ผ่านมา ย้อนไป ๓ ปีที่ส่งมา ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ก็แปลงงบส่วนนี้เป็นงบราชการลับและงบอ้างว่าเรื่องความมั่นคง ปี ๒๕๖๑ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปี ๒๕๖๒ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท เงิน ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นงบราชการลับ แล้วก็ปี ๒๕๖๓ ๕,๗๐๐ ล้านบาท นี่คือเหตุผล เพราะว่าแค่เนื้อหาคือ เมื่อมีงบบุคลากรอยู่แล้วก็ควรไปอยู่บุคลากร อันนี้สะท้อนให้เห็นว่าท่านกำลังมองคนอื่น เพื่อความมั่นคงของตัวรัฐบาล ความมั่นคงของราชการ ความมั่นคงในราชอาณาจักรต้องเป็น ความมั่นคงของมนุษย์ ต้องเป็นความมั่นคงเพื่อให้มนุษย์มีคุณภาพชีวิตที่ดี ผมจึงเห็นว่า กอ.รมน. เป็นงานที่ซ ้ากับกระทรวงมหาดไทย ซ ้ากับทุกหน่วยงาน แล้วก็ไปเอาคนของ ข้าราชการอื่นมาทำงานแล้วก็จ่ายเป็นราชการลับ ราชการลับแม้จะบอกว่าตรวจสอบได้ ในความเป็นจริงตรวจสอบไม่ได้ ดังนั้นผมจึงขอตัดงบของสำนักนายกรัฐมนตรีถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่างานจำนวนมากเป็นงานที่คนอื่นเขาทำดีอยู่แล้ว ตัวเองก็มาสร้าง สำนักงานขึ้นใหม่ไปใช้คนของคนอื่นอีก อันนี้คือเป็นสิ่งที่ร้ายแรงกับการบริหารประเทศ จนสร้างความเหลื่อมล ้าแล้วความทุกข์ยากให้กับประชาชน จึงขอตัดงบส่วนนี้ครับ ขอบคุณมากครับ