สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๔

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการ ดิฉันได้ ขอสงวนความเห็นของมาตรา ๗ เพื่อที่จะปรับลดงบประมาณลงจากร่างในวาระที่ ๑ อีก ๑,๒๒๓ ล้านบาท จากหน่วยงานสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในค่าใช้จ่าย เครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง รายการที่ ๒ ก็คือจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคง ภายในประเทศ รายการพัฒนาบิ๊ก ดาต้า (Big Data) แพลตฟอร์ม (Platform) ด้านความมั่นคง ๓๖๑ ล้านบาท แล้วก็โครงการที่ ๓ กรมประชาสัมพันธ์ที่ท่าน ส.ส. ปกรณ์วุฒิได้อภิปรายได้แล้ว ๕๔.๗ ล้านบาท รวมเป็นเงิน ๑,๒๒๓ ล้านบาท โดยดิฉันเองจะอภิปรายในรายละเอียดของโครงการพัฒนาบิ๊ก ดาต้า แพลตฟอร์ม (Big Data Platform) ด้านความมั่นคงค่ะ โครงการนี้เป็นโครงการผูกพันงบยาวนาน ๔ ปี ใช้เงิน มูลค่ารวมทั้งสิ้น ๓๖๑ ล้านบาท โดยที่ตั้งงบไว้ในปี ๒๕๖๕ ๗๒ ล้านบาท จริง ๆ โครงการนี้ เป็นโครงการที่ทางคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ได้ตัดลดลงไปแล้ว แต่ว่ามีการขออุทธรณ์ เกิดขึ้นที่ห้องกรรมาธิการ แล้วก็เสียงข้างมากของกรรมาธิการก็อนุญาตให้มีการอุทธรณ์ได้ แล้วก็คืนงบให้กับหน่วยงานไป แต่ว่าดิฉันเองก็ยังคงติดใจจึงจำเป็นจะต้องมาขอเสียงที่จะตัดลดโครงการนี้จากสภาแห่งนี้ค่ะ ท่านประธานที่เคารพ โครงการบิ๊ก ดาต้า แพลตฟอร์ม (Big Data Platform) ด้านความมั่นคง เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานปฏิบัติการด้านบูรณาการข้อมูล ด้านความมั่นคงของ สภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งถูกอนุมัติแผนนี้ตั้งแต่เดือนมกราคม ปี ๒๕๖๓ ก่อนที่จะมีโควิด (COVID) เสียอีก ช่วงนั้นถ้ามีท่านใดที่ติดตามก็จะพบว่าทุกหน่วยงานก็จะมีโครงการบิ๊ก ดาต้า (Big Data) เป็นของตัวเอง แล้วก็จะไม่แปลกใจถ้าจะมีโครงการด้านความมั่นคงที่เป็น การรวบรวมข้อมูล เป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือว่าบิ๊ก ดาต้า (Big Data) แต่เมื่อกาลผ่านไป แล้วนี่คือ พ.ศ. ๒๕๖๔ แล้วเรากำลังพิจารณางบของปี ๒๕๖๕ สิ่งที่เราต้องคำนึงก็คือว่าเรา จะจัดลำดับความสำคัญอย่างไร และความมั่นคงมีความจำเป็นแค่ไหนในสถานการณ์แบบนี้ สิ่งที่อยากจะเทียบกันให้ดูก็คือว่าในขณะที่ กอ.รมน. ของบประมาณ ๓๖๑ ล้านบาท สำหรับการทำโครงการบิ๊ก ดาต้า แพลตฟอร์ม (Big Data Platform) กรมบัญชีกลางเอง ก็มีการพัฒนาระบบฐานข้อมูลของผู้รับสวัสดิการของรัฐทั้งหมด เพื่อที่จะบูรณาการว่า ใครได้เท่าไร แล้วใครที่ยังไม่ได้บ้าง กรมบัญชีกลางใช้เงินทำฐานข้อมูลนี้ ๕.๘ ล้านบาท ในขณะที่เราให้งบเกี่ยวกับฐานข้อมูลด้านความมั่นคง ซึ่งเป็นความมั่นคงของใครก็ไม่ทราบ ๓๖๑ ล้านบาท โชคดี กอ.รมน. ได้ให้รายละเอียดค่อนข้างมากสำหรับทีโออาร์ (TOR) ของโครงการนี้หนามาก แต่ว่าอย่างไรก็ตามไม่ได้มีรายละเอียดว่ารายการข้อมูลด้าน ความมั่นคงใดบ้างที่จะมีการจัดเก็บ ดิฉันก็เลยไปสืบค้นในอินเทอร์เน็ต (Internet) แล้วพบ แผนปฏิบัติการด้านการบูรณาการข้อมูลด้านความมั่นคง ซึ่งมีการระบุข้อเสนอแพลตฟอร์ม (Platform) ด้านความมั่นคงนี้ในรายละเอียดเพิ่มเติมขอสไลด์ (Slide) ขึ้นนะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ในรายการข้อมูลด้าน ความมั่นคงนั้นเป็นข้อมูลส่วนบุคคลแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทะเบียนราษฎร์ ข้อมูล อาวุธปืน ข้อมูลทะเบียนบ้าน ข้อมูลบัตรประจำตัวบัตรประชาชน ข้อมูลนิติวิทยาศาสตร์ ดีเอ็นเอ (DNA) ต่าง ๆ แล้วก็ข้อมูลที่เป็นระบบสารสนเทศด้านการข่าว แล้วก็ข่าวกรอง ถ้าท่านใดยังพอจำกันได้ เพื่อนสมาชิกพรรคเดียวกันกับดิฉัน ท่านรังสิมันต์ โรม เคยอภิปราย เรื่องงบประมาณของแผนบูรณาการชายแดนใต้เอาไว้ว่ามีการละเมิดสิทธิในการใช้พื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นห้องทดลองมนุษย์ ทั้งเก็บข้อมูลดีเอ็นเอ (DNA) จากเด็ก จากคนแก่ จากทหารเกณฑ์ เก็บข้อมูลจดจำใบหน้าจากซีซีทีวี (CCTV) แล้ววันนี้มันกำลัง จะถูกบูรณาการขึ้นมาเป็นบิ๊ก ดาต้า แพลตฟอร์ม (Big Data Platform) ที่จะใช้โดย กอ.รมน. และหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะไม่เป็นอะไรถ้าที่ผ่านมารัฐไม่ได้ทำกับประชาชนเป็นฝ่ายตรงข้าม ไม่ได้ปฏิบัติกับ ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองเหมือนเป็นศัตรู ไม่ได้ใช้นิยามความมั่นคงของรัฐเท่ากับความมั่นคง ของรัฐบาล ดิฉันขอยกตัวอย่างความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้นในการใช้ข้อมูลบิ๊ก ดาต้า (Big Data) ด้านความมั่นคงให้กับทุกท่านได้ทราบ นี่เป็นข้อมูลเอกสารลับที่สุดที่มี การเปิดเผยทางสื่อมวลชนที่ผ่านมา หรือที่เราเรียกกันว่าเป็นเอกสารวอชลิสต์ (Watchlist) แล้วมาดูหน้าตาของศัตรูที่ร้ายกาจของรัฐบาลนี้กันนะคะ มีชื่อคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้า พรรคก้าวไกล อยู่ในวอชลิสต์ (Watchlist) หมายเลข ๔๐ กว่า แล้วก็มีรังสิมันต์ โรม ก็ติดโผ ของวอชลิสต์ (Watchlist) ผู้ที่เราจะต้องจับตาดู เพราะว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ นอกจากนี้ยังมีคุณชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล คุณอรมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อีกด้วย สรุปว่าหน่วยงานรัฐภายใต้ของรัฐบาลนี้มองประชาชนและพรรคก้าวไกลเป็นภัยต่อ ความมั่นคงไปเสียแล้วกระมัง ดังนั้นก็เป็นความกังวลใจ ถ้าวันนี้ กอ.รมน. จัดทำบิ๊ก ดาต้า แพลตฟอร์ม (Big Data Platform) รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของพวกเราเอาไว้ แล้วสามารถ ที่จะเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้ จริง ๆ แล้วประเทศเราได้มีการผ่าน พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ แต่ว่ารัฐบาลโดยมติของ ครม. ก็ใช้ข้ออ้างเรื่องโควิด (COVID) ในการเลื่อนบังคับใช้ พ.ร.บ. นี้ออกไปถึง ๒ ครั้ง ๒ ครา จากเดิมที่จะต้องมี การบังคับใช้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ตอนนี้ก็เลื่อนไปจนถึงปี ๒๕๖๕ ตราบใดที่ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ยังไม่ถูกนำมาบังคับใช้ คณะกรรมการข้อมูลส่วนบุคคลยังไม่ได้เริ่มทำงานอย่างจริงจัง ในการปกป้องสิทธิของข้อมูลส่วนบุคคลของพวกเรา ดิฉันไม่เห็นด้วยที่จะยอมให้ กอ.รมน. จัดโครงการข้อมูลบิ๊ก ดาต้า แพลตฟอร์ม (Big Data Platform) นี้โดยใช้ภาษีของประชาชน ดิฉันรู้สึกว่าเป็นภัยกับตัวเองมากกว่าที่จะมีความมั่นคงในชีวิต ขอบคุณค่ะ