วรรณวรี ค้านงบ ศรชล. ชี้ซ้ำซ้อน-สิ้นเปลือง ขอปรับใช้ประโยชน์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๔

วรรณวรี ตะล่อมสิน แสดงความเห็นคัดค้านการจัดสรรงบประมาณให้สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง โดยเห็นว่ามีพันธกิจซ้ำซ้อน ไม่เกิดประโยชน์และใช้งบประมาณอย่างไม่จำเป็น พร้อมเสนอให้ตัดงบประมาณทั้งหมด และวิพากษ์การตั้ง ศรชล. ในยุค คสช. ว่าเป็นการรวมอำนาจโดยไม่จำเป็น ทำให้เกิดความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานเดิมและสิ้นเปลืองงบประมาณจำนวนมาก จึงเสนอให้ยกเลิกและปรับลดงบเพื่อนำไปใช้ประโยชน์อื่นได้คุ้มค่ามากกว่า

นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน กรรมาธิการ

เรียนประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตยานนาวา บางคอแหลม กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการ ดิฉันขอสงวนความเห็น ในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรีให้ปรับลดงบประมาณลง ๑,๔๒๓ ล้านบาท สำหรับใน สำนักนายกรัฐมนตรีมีหน่วยงานในสังกัดทั้งหมด ๒๗ หน่วยงานที่ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี แต่จากการที่ไปดูเรื่องพันธกิจของแต่ละหน่วยงาน ดิฉันเห็นว่ามีหน่วยงานที่มีเป้าหมาย มีวิสัยทัศน์ที่ซ ้าซ้อนกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่ทำประจำอยู่แล้วอีกหลายหน่วยงาน และการคงอยู่ ของหน่วยงานภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรีเหล่านี้ต่อไปจะทำให้ต้องเสียเงินงบประมาณ ประเทศไปอีกมากมายมหาศาลโดยไม่จำเป็น ซึ่งวันนี้ดิฉันขอยกตัวอย่าง ๒ หน่วยงานนะคะ หน่วยงานแรก ก็คือสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติและการสร้าง ความสามัคคีปรองดอง หรือว่า ป.ย.ป. ป.ย.ป. จัดตั้งขึ้นในยุค คสช. มีหน้าที่เสนอแนะ ให้คำแนะนำ แล้วก็ติดตามความคืบหน้าของยุทธศาสตร์ชาติ มีหน้าที่รับเรื่องร้องเรียน เกี่ยวกับการดำเนินการตามแผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติ รวมถึงการจัดหลักสูตรฝึกอบรม ต่าง ๆ เพื่อความสร้างปรองดอง ซึ่งดิฉันเห็นว่ามันเป็นหน่วยงานที่ในปัจจุบันไม่มี ประโยชน์แล้ว แล้วก็มีความซ ้าซ้อน โดยเฉพาะภารกิจที่ต่อท้ายที่ใช้คำว่า สร้างความสามัคคี ปรองดอง สุดท้ายก็เป็นแค่การจัดหลักสูตร ป.ย.ป. สำหรับการฝึกอบรมหัวหน้า ส่วนราชการเท่านั้นเอง ดังนั้นในความเป็นจริงที่เกิดขึ้นหน่วยงานนี้ก็เป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมา เพื่อผลาญเงินงบประมาณของประเทศ ดิฉันขอขยายความให้ทราบนะคะ หน่วยงานนี้ขอรับ งบประมาณทั้งหมด ๓๙ ล้านบาท ๓๙ ล้านบาทนี้ขอแบ่งเป็น ๔ ส่วนใหญ่ ๆ จะได้เข้าใจ ง่าย ๆ ส่วนแรกก็คือเงินเดือน ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท สำหรับเจ้าหน้าที่ ๒๐ คน ส่วนที่ ๒ ก็เป็น ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในสำนักงานประมาณ ๘.๗๗ ล้านบาท ซึ่งถือว่าเยอะสำหรับหน่วยงาน เล็ก ๆ ที่มีคนแค่ไม่กี่คน แล้วก็พอมาดูรายละเอียดว่าเยอะเพราะอะไร ก็ไปเจอว่าส่วนหนึ่ง ที่ทำให้มันเยอะ เพราะว่ามันมีค่าเช่ารถประจำตำแหน่ง แล้วก็รถส่วนกลางรวมกันถึง ๗ คัน เลยนะคะ ท่านประธานคะ แค่เงินเดือนแล้วก็ค่าใช้จ่ายสำนักงาน ๒ ก้อนนี้รวมกันก็ ๑๖ ล้านบาทแล้ว เกือบครึ่งหนึ่งของงบประมาณที่ขอมาแล้ว แล้วมาดูกันว่าอีก ๒๓ ล้านบาทนี้หน่วยงานนี้เอาเงินไปทำอะไร ๒๓ ล้านบาท แบ่งเป็นก้อนแรกเอาไปทำ รายงาน ๕ ล้านบาท ทำรายงานอะไร ทำรายงานเรื่อง ข้อเสนอแนะแนวทางการสร้างความ ปรองดองสมานฉันท์ ซึ่งเงินจำนวน ๕ ล้านบาทนี้ก็เป็นการไปเอาต์ซอร์ส (Outsource) องค์กรข้างนอกเพื่อให้จัดทำรายงานให้ และผลลัพธ์ที่ได้ก็คือรูปเล่มรายงานที่เป็นข้อเสนอ แบบเพ้อฝันแล้วก็เป็นนามธรรม และเราทุกคนในห้องนี้ก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่เกิดประโยชน์ อะไรใด ๆ กับประเทศชาติ ส่วนอีก ๑๘ ล้านบาทที่เหลือก็เป็นการนำเงินไปจัดหลักสูตร ป.ย.ป. ซึ่งมันเป็นการจัดหลักสูตรที่สร้างคอนเนกชัน (Connection) จอมปลอม ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ แล้วก็ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งกับสถานการณ์โควิด แล้วก็การจัดหลักสูตร นี้ก็ไม่ได้บรรลุวัตถุประสงค์ในการเพิ่มความสามัคคีปรองดองของคนในชาติด้วยซ ้า ดิฉันจึงขอตั้งประเด็นแล้วก็ข้อเสนอแนะเอาไว้ว่าหน่วยงานนี้ไม่มีความจำเป็นจะต้องมีอยู่ และขอตัดงบทั้งหมด

หน่วยงานที่ ๒ ที่อยากจะยกตัวอย่างก็คือ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ ของชาติทางทะเล หรือว่า ศรชล. ซึ่งชื่อก็ตรงตัวอยู่แล้วว่าตั้งขึ้นด้วยจุดประสงค์ใด แต่ว่า หน่วยงานนี้ก็ตั้งขึ้นในยุค คสช. อีกแล้ว และงานที่ทำก็คือการลาดตระเวนดูเรื่องความมั่นคง ที่ชายฝั่งแล้วก็ในทะเล ซึ่งตามระบบราชการนี้ก็มีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงอยู่แล้ว และมันทำให้เกิดความความซ ้าซ้อนเหลือเกินกับหน่วยงานที่มีความรับผิดชอบโดยตรง อาทิ เช่น กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง แต่อย่างที่เรารู้กันก็คือ การตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่ในยุค คสช. นั้นก็เป็นที่รู้กันว่า พลเอก ประยุทธ์ ก็เพียงต้องการ อยากจะรวบอำนาจไว้ที่ตนเองเท่านั้นเอง ดูได้จากบุคลากรที่ทำงานในหน่วยงาน ศรชล. นี้ มีบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานนี้ทั้งหมด ๘๐๐ คน และเกือบทั้งหมด ๘๐๐ คนก็เป็น บุคลากรที่มาจากหน่วยงานอื่น ๆ มากองรวมกันที่นี่ที่ดิฉันกล่าวมาแล้ว เช่น กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมประมง กรมศุลกากร กองบังคับการ ตำรวจน ้า กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ซึ่งเหตุแห่งการอยากรวมอำนาจไว้ที่ตัวเอง ของ พลเอก ประยุทธ์นั้นทำให้เกิดผลของการล้างผลาญงบประมาณประเทศมาไว้ที่ ศรชล. ในปีนี้ ศรชล. ของบไว้ ๑,๓๘๔ ล้านบาท ท่านประธานทราบไหมว่าเอาไปทำอะไร พอตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมาก็สามารถหาเรื่องนำเงินไปใช้อะไรได้อีกเยอะ ยกตัวอย่าง ๖๘๑ ล้านบาทเอาไปสร้างอาคารที่พักอาศัย แล้วก็อาคารที่ทำการ ๘๗๔ ล้านบาทเอาไป ซื้อของต่าง ๆ เช่น อาวุธ เรือลาดตระเวน เรือยาง เรือตรวจการณ์ เบ็ดเสร็จก็ซื้อเรือ ๒๓ ลำ ซื้อเรือไม่พอต้องไปซื้อระบบวิเคราะห์พฤติกรรมเรืออีก แล้วก็ต้องไปซื้อระบบจัดหา ฐานข้อมูลเรืออีกอะไรก็ไม่รู้เยอะไปหมด แต่ทุกอย่างที่ ศรชล. พยายามทำนั้น ประเด็นก็คือ มันมีหน่วยงานประจำที่รับผิดชอบอยู่แล้ว ดิฉันจึงไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการมีอยู่ ของหน่วยงานนี้ แล้วก็เสนอให้ปรับลดงบทั้งหมด ๑,๓๘๔ ล้านบาท นี่เป็นตัวอย่างสั้น ๆ เร็ว ๆ ของสำนักนายกรัฐมนตรีที่จัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาเพื่อรวบอำนาจ แต่จริง ๆ แล้วมันมี ความซ ้าซ้อนอย่างยิ่ง ไม่มีประสิทธิผล ไม่มีผลลัพธ์ที่คุ้มค่า และหากยังมีอยู่ต่อไป งบประมาณประเทศก็จะต้องถูกผลาญไปกับหน่วยงานเหล่านี้อีกมากมายมหาศาลในอนาคต และถ้าตัด ๒ หน่วยงานนี้ออกไป ก็สามารถปรับลดงบได้ถึง ๑,๔๒๓ ล้านบาท และด้วยเงิน งบประมาณจำนวนที่เท่ากันนั้นสามารถนำไปซื้อวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) ได้ถึง ๓,๐๒๗,๐๐๐ โดส ขอบคุณค่ะ