ชลน่าน ศรีแก้ว หารือการปรับลดและเพิ่มเติมงบประมาณในหมวดงบกลาง โดยเฉพาะการจัดสรรงบ 16,300 ล้านบาทเพื่อเยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 พร้อมเรียกร้องให้ใช้เงินดังกล่าวจัดซื้อวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเออย่างเร่งด่วน และย้ำถึงความจำเป็นด้านสาธารณสุขที่รัฐต้องรับผิดชอบอย่างเร่งด่วน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย กราบขอบคุณท่านประธานครับ ที่ให้โอกาสผมได้ขึ้นมาอภิปรายในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ในเอกสารรายงานผมได้เสนอคำแปรญัตติไว้ ปรับลด ในส่วนของหมวดงบกลางไว้ทั้งหมดรวมร้อยละ ๒๐ ครับ ประเด็นนั้นผมต้องกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่าผมไม่ติดใจที่จะอภิปรายในรายละเอียดนะครับ เพราะว่า สิ่งที่ผมได้อภิปรายไว้ในวาระชั้นรับหลักการ กรรมาธิการได้ไปดำเนินการปรับลด แม้ตัวเลข หรือเม็ดเงินที่ปรับลดจะไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของตัวกระผมเอง ผมก็รับได้ แต่ประเด็น ที่ผมจะขออนุญาตท่านประธานอภิปรายในโอกาสนี้ในเวลาอันจำกัด ก็คือสิ่งที่กรรมาธิการ ได้ไปปรับลดและได้เพิ่มเติมหมวดรายการในหมวดงบกลาง รายการที่ ๓/๑ ค่าใช้จ่าย ในการบรรเทาแก้ปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) เป็นรายการที่กรรมาธิการได้เพิ่มเติมเข้ามาใน ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ผมขออนุญาตใช้ สิทธิของสมาชิกนะครับ กรณีที่กรรมาธิการมีการแก้ไขเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง สมาชิกมีสิทธิ ที่จะอภิปรายในประเด็นนี้ได้
ท่านประธานที่เคารพครับ การที่กรรมาธิการได้ปรับลดงบประมาณ เม็ดเงิน รวม ๑๖,๓๐๐ ล้านบาท เอาตัวเลขกลม ๆ นะครับท่านประธาน แล้วนำมาจัดสรรในหมวด รายจ่ายเพิ่มเติม หรือที่เราเรียกว่างบแปรญัตตินี้มาลงในงบกลาง ทั้งหมดก็คือ ๑๖,๓๐๐ ล้านบาทเศษ แล้วระบุรายการเป็นการเฉพาะลงไปว่าใช้สำหรับแก้ปัญหาโควิด (COVID) เรื่องบรรเทาแก้ไขปัญหาและเยียวยาเท่านั้น ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผมเองเห็นด้วย เพราะสอดรับกับสิ่งที่ผมอภิปรายในวาระแรกว่ากรรมาธิการต้องไปพิจารณา ให้ในรายละเอียด เพราะงบประมาณปี ๒๕๖๕ ที่เป็นร่างงบประมาณที่เราได้รับมานี้ ไม่มีรายการใดเลยที่ทำรองรับการแก้ปัญหาโควิด (COVID) โดยตรง ในขณะที่เราพิจารณาวาระที่ ๑ ยังไม่มีการระบาดระลอกที่ ๓ ระลอกที่ ๔ ก็ยังหนักหนาแล้ว แต่ขณะนี้ระลอกที่ ๔ กระจายทั่วแผ่นดิน กระจายทั่วแผ่นดินครับ เชื้อออกไปหมดแล้ว เม็ดเงินในปี ๒๕๖๕ ไม่มีเลย เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยที่จะเอาลงตรงนี้ แต่ประเด็นที่ผมจะอภิปรายไม่ใช่อภิปรายสนับสนุนครับ แต่จะอภิปรายในมุมของ ขอความมั่นใจผ่านท่านประธานไปยังกรรมาธิการกับสภาแห่งนี้ ถ้าเห็นชอบตามที่ กรรมาธิการเสนอมานี้ สิ่งที่เป็นประเด็นเป็นปัญหาอยู่ในสังคมขณะนี้คือความไม่ไว้วางใจ ผู้ที่จะนำงบประมาณไปใช้ ผมเองด้วยความเคารพครับท่านประธาน ผมเห็นใจกรรมาธิการ เสียงข้างมากเป็นอย่างมาก เพราะท่านตัดสินใจด้วยความยากลำบากมากในชีวิตของการเป็น กรรมาธิการ เพราะวิธีปฏิบัติของกรรมาธิการที่ผ่านมาทุกปีไม่เคยที่เราจะเอางบที่เราปรับลด ได้นี้ไปใส่ในงบกลาง โดยเฉพาะงบที่ปรับได้ถ้ามีรายการแผนงานโครงการที่ชัดเจน เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเราเติมเต็มไปอยู่ตรงนั้น เว้นแต่การหลีกเลี่ยงและการเว้น การขัดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๔ เว้นมิให้พวกเรากระทำผิดในการขัดรัฐธรรมนูญ งบประมาณที่ลงพื้นที่เฉพาะมันเลยถูกหายไปหมด นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เป็นต้นมา สมาชิก กรรมาธิการ หรือใครก็แล้วแต่ไม่สามารถที่จะเสนอความเห็นเอางบก้อนนี้ไปลงพื้นที่ ได้เลย เพราะมีพื้นที่เข้ามาเกี่ยวข้องเมื่อไรจะถูกตีความในทันทีว่านำงบประมาณไปใช้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมล้วนตีความได้ กรรมาธิการก็หลีกเลี่ยงไปว่าเอาไปใส่อะไร ก็ได้ที่เป็นการใช้เป็นการทั่วไป ถ้าจะลงท้องถิ่นก็เป็นลักษณะอุดหนุนทั่วไป มีเป้าหมาย การถ่ายโอนภารกิจ เช่นเบี้ยผู้สูงอายุก็อายุทั่วไป ไม่ได้เป็นผู้สูงอายุเขตผม อันนี้พอรอดตัว ก็เป็นอย่างนั้นท่านประธานครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเองด้วยความเคารพท่านประธานครับ เมื่อเอามาลงในพื้นที่ไม่ได้ เมื่อท่านต้องการเอาไปแก้โควิด (COVID) แต่ไม่มีช่องทางของ หน่วยรับงบประมาณมารองรับเลยนี้ก็เลยสงสารท่านกรรมาธิการมาก จำเป็นต้องเอาเข้าสู่ งบกลาง แน่นอนครับ ผู้กำกับดูแลงบกลางคือนายกรัฐมนตรี เพราะงบกลางคืองบที่ต้องจัด ให้กับสิ่งที่ไม่มีหน่วยงานรองรับเป็นการเฉพาะ อุบัติเหตุ อุบัติภัย ภัยฉุกเฉินทั้งหลาย เกิดขึ้นมาไม่รู้หน่วยงานไหนจะใช้ก็ต้องตั้งไว้ตรงนี้ก่อน หรือแม้แต่ว่ามีหน่วยงานแต่เม็ดเงิน ไม่ชัดเจน เช่น เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินเดือนทั้งหลายตั้งเม็ดเงินไว้เป็นการประมาณ การไว้เท่านั้นเอง แต่ว่าไม่ชัดปีหนึ่งจะใช้เท่าไร ก็เลยทำให้สมาชิกหลายท่านลุกขึ้นมา อภิปราย ผมสนใจมาก ท่านประธานครับ แล้วบันทึกไว้ตรงนี้เลยว่างบ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่เราให้ไปทั้งหมด รวมทั้ง ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทนี้เม็ดเงินจะนำไปกองรวมกัน เบิกจากคลังมา ก็เอามาใช้ ใช้ ใช้ บางครั้งอันไหนก่อน พูดง่าย ๆ อันไหนดูดีไปอันนั้นก่อน มันก็เลยเป็นภาพ อย่างนี้มาตลอด ดังนั้นเพื่อความมั่นใจ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า ๑๖,๓๐๐ ล้านบาท ที่ให้มาตรงนี้เราต้องการแก้ปัญหาโควิด (COVID) และปัญหาโควิด (COVID) ที่หนักที่สุด ขณะนี้คือพี่น้องประชาชนคนไทยไม่ได้รับการฉีดวัคซีนท่านประธาน แขนผมนี่เต็มครับ แม้อายุ ๖๐ ปีก็เต็มซิโนแวค (Sinovac) ไม่อยากท้วงครับ ไม่พูดถึงไฟเซอร์ (Pfizer) เพราะฉะนั้นดีที่สุดสภาแห่งนี้หลังจากรับงบประมาณก้อนนี้ลงในงบกลางแล้ว เขียนไปใน สิ่งที่สภามอบหมายเลยว่าต้องเอาไปซื้อวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) ให้กับพี่น้องประชาชน คนไทย เพราะอะไรครับ เพราะงบกลางเมื่อผ่านเดือนตุลาคมแล้วท่านสามารถเอาไปใช้ได้ ทันที ผมเศร้ามาก ๒๐ ล้านบาทเพิ่งจะอนุมัติเงินไปจอง แล้วมันจะทันหรือครับ หลังจากทำ สัญญา ๔ เดือนจะได้เอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) มา เพราะฉะนั้นเอาไปซื้อเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) ครับ ผู้ว่าแบงก์ชาติบอกมาจะกู้อีก ๑ ล้านล้านบาท นั่นแสดงว่า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ไม่พอแล้วที่เราอนุมัติไป เอาไปซื้อเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) ครับ ผมขีดเส้นใต้ ๓ ครั้ง ถ้าไม่ทำอย่างนี้สิ่งที่พี่น้องประชาชนกริ่งเกรงว่าคุณจะเอางบก้อนนี้ ไปปู้ยี่ปู้ยำนี้มันจะเกิดความเสียหายขึ้น แสดงความรับผิดชอบ ท่านนายกรัฐมนตรี ฝากท่านประธานไปนะครับ ถ้าท่านประกาศเลยว่าผมขอบคุณกรรมาธิการ ขอบคุณสภาเป็น อย่างมากที่อนุมัติเงิน ๑๖,๓๐๐ ล้านบาทนี้มาให้กับทางรัฐบาล รัฐบาลจะนำเงินก้อนนี้ ไปซื้อเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) มาให้พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน เพราะอะไรครับ ๓๐ ล้านโดสของเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) ที่ได้มามันไม่พอท่านประธาน จะได้ตัดปัญหา ซิโนแวค (Sinovac) ที่สั่งมาทีละ ๑๐ ล้าน ๑๒ ล้าน นี่ ๑๒ ล้านมาอีกแล้วครับ ทำไมคุณ ไม่เอาเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) ให้เขาไปสัก ๒ โดส ราคาก็ไม่ได้แตกต่างกัน ไม่มีเงินเราให้ ครับ ๑๖,๓๐๐ ล้านบาท คุณไปซื้อมา คุณไปซื้อมาเพื่อให้กับพี่น้องประชาชน และตัดปัญหา ข้อขัดแย้งของพี่น้องประชาชน ตัดปัญหาความรับผิดชอบของกรรมาธิการเสียงข้างมาก ถ้าท่านประกาศอย่างนี้ ผมว่าสภาของเรามีศักดิ์ศรีและเป็นเป้าหมายทำเพื่อพี่น้องประชาชนจริง ขอบพระคุณท่านประธานครับ