นิติพล ผิวเหมาะ หารือการใช้งบกลางอย่างไม่มีประสิทธิภาพของรัฐบาล พร้อมทั้งวิพากษ์การจัดการวิกฤติโรคติดเชื้อลัมปีสกินในสัตว์ที่ส่งผลรุนแรงต่อเกษตรกร และเรียกร้องให้ตัดงบประมาณลง 10 เปอร์เซ็นต์เพื่อปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิติพล ผิวเหมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมอภิปราย เพื่อเสนอให้ตัดงบประมาณรายจ่ายของงบกลางลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยเหตุผลว่า การวางแผนการใช้เงินงบประมาณในปี ๒๕๖๕ ในส่วนของงบกลางในปีนี้มีข้อให้ชวนสงสัยได้ ว่า นายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะใช้เงินไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีวิสัยทัศน์ ไม่มีความคิดก้าวไกลพอที่จะใช้เงินงบประมาณกลางในส่วนของงบกลาง เพื่อสร้างอนาคตใหม่ที่ดีให้กับประเทศไทยได้ ดังนั้นเมื่อเรามองไม่เห็นอนาคตเราก็ต้องย้อน ไปดูอดีตว่าเป็นอย่างไร ตอนทำงบประมาณงบกลางในปี ๒๕๖๔ เอาไปทำอะไรให้ชีวิตของ ประชาชนคนไทยนั้นดีขึ้นบ้าง พูดให้เข้ากับยุคกับสมัยครับ เราก็ต้องพูดถึงเรื่องวัคซีน แต่ผมหมายถึงวัคซีนของสัตว์ครับ นาทีนี้วินาทีนี้ไม่มีวัคซีนตัวไหนที่พูดแล้วบาดลึกไปถึงหัวใจของพี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงวัวเลี้ยง ควายเท่ากับวัคซีนลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เรื่องนี้ยาวครับ แต่ผมจะพูดให้สั้นสรุปให้ อย่างชัดเจน เอาข้อมูลที่อัปเดต (Update) เลย ก่อนที่ผมจะขึ้นมาอภิปรายเมื่อไม่กี่นาทีนี้เอง พี่น้องที่เลี้ยงวัวเลี้ยงควายเสียหายไปแล้วกว่า ๑,๔๐๐ ล้านบาท จากความเจ็บป่วยและ ล้มตายของวัวควายที่เลี้ยงไว้ ยังมีอีกครับ ความเสียหายยังไม่จบ ถ้าเทียบตัวเลขการส่งออก เมื่อปี ๒๕๖๓ นะครับ ปี ๒๕๖๔ นี้สร้างความเสียหายจากการที่ไม่ได้ส่งออกโคเนื้อ อีกกว่าเดือนละ ๑,๒๐๐ ล้านบาท ประเทศไทยส่งออกโคเนื้อไม่ได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ลองคิดตัวเลขดูจนถึงวันนี้กี่เดือนแล้ว และถ้ายังควบคุมลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ไม่ได้อีก ประเทศไทยจะสูญเสียเงินได้จากการส่งออกนี้อีกมากมายขนาดไหนครับ ตัวเลขพวกนี้ ผมไม่ได้ยกเลขมาจากไหนเลยครับ ผมเอาจำนวนของสัตว์เจ็บป่วยและล้มตายจากเว็บไซต์ (Website) ของกรมปศุสัตว์เอง นี่แค่เฉพาะตัวเลขของวัว ควาย ที่อยู่ในระบบนะครับ ไม่รวมถึงที่อยู่นอกระบบ ยังมีอีกมากมายครับ ถ้ารวมตัวเลขความเสียหายทั้งหมด ตั้งแต่ มีการระบาดของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ตั้งแต่ต้นปี ๒๕๖๔ จนถึงวินาทีนี้ที่ผม อภิปรายอยู่นี้ รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องเกษตรกร ที่เลี้ยงวัวเลี้ยงควายไปแล้วกว่า ๖,๐๐๐ ล้านบาท จากการใช้งบกลางที่ไม่มีประสิทธิภาพ ความเสียหายระดับเฉียด ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ผมจะพูดให้จบในอีกไม่กี่นาทีนี้ครับ ท่านประธาน ย้อนกลับไปเมื่อเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๖๓ ประเทศไทยได้รับหนังสือเตือนจาก องค์การสุขภาพสัตว์โลก หรือว่าโอไออี (OIE) ถึงการระบาดของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) หลายคนอาจจะงง ผมพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือองค์การโอไออี (OIE) ของสัตว์ก็เหมือนกับ ดับเบิ้ลยูเอชโอ (WHO) ของคนนั่นล่ะครับ เข้าใจเห็นภาพได้ชัดเลยทีนี้ ประเทศไทยเรา ดูเหมือนจะมีแอ็กชัน (Action) ที่ดี ออกราชกิจจานุเบกษาชะลอการนำเข้าโค กระบือ ไปรอบหนึ่งเมื่อตอนเดือนมกราคม ปี ๒๕๖๔ แต่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์กลับไปมอบนโยบายในการผ่อนปรนการนำเข้าโคเนื้อถึงที่จังหวัดตาก แล้วผลเป็นอย่างไรครับ เกิดการระบาดขึ้นจนได้ เอาแบบที่ประกาศมาเป็นทางการครั้งแรกเลย ที่จังหวัดร้อยเอ็ด แต่ผมรู้ว่าจริง ๆ แล้วระบาดมาก่อนหน้านั้น แต่มีการปิดข่าวเอาไว้ หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นครับท่านประธาน เพราะโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ไม่ใช่โรค ประจำถิ่น ไม่ใช่โรคที่มีอยู่ในประเทศไทยมาก่อน จึงไม่มีวัคซีนครับ เมื่อไม่มีวัคซีน เอาละครับ ทีนี้ระบาดกันไปทั่วประเทศ เดือดร้อนกันไปทั้งแผ่นดิน จนสภาของเราต้องเปิดให้มี การอภิปรายเรื่องโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เป็นการด่วนกันมาแล้ว ที่ผมพูดว่า การไม่มีวัคซีนรักษาโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) มันเดือดร้อนไปทั้งแผ่นดิน นี่คือเรื่องจริง ครับ ไม่ได้พูดเกินเลยแม้แต่นิด พี่น้องเกษตรกรครับ ที่ฟังผมอภิปรายอยู่ตอนนี้ท่านมองดู รอบตัวท่านครับ คนนั่งอยู่เต็มบ้านท่านเต็มไปหมดครับตอนนี้ แต่ท่านไม่มีความสุขครับ ไม่มี ความอบอุ่นเลย เพราะคนที่นั่งอยู่รายล้อมท่านคือคนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-๑๙ (COVID-19) โดยตรง ลูกของท่านเรียนจบมาก็ยังหางานทำไม่ได้ ลูกที่มีงานประจำอยู่แล้ว ถ้าไม่ตกงานก็ถูกลดเงินเดือน ต้องกลับมาอยู่บ้านเพื่อลดค่าใช้จ่าย สมบัติที่เคยมีก็ขาย เกือบจะหมดสิ้นแล้วเพื่อต่อลมหายใจไปได้อีกหน่อย มองไปรอบบ้านสมบัติชิ้นสุดท้ายของ ท่านอยู่ในคอกครับ นั่นก็คือวัวก็คือควายที่ท่านพยายามเลี้ยงดูไว้อย่างดี หวังว่าจะขายเป็น เงินเพื่อเอามาต่อลมหายใจเฮือกสุดท้ายในชีวิต แต่วัวควายของท่านก็มาป่วยมาตายเพราะ ติดโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เพราะไม่มีวัคซีน เหมือนฟ้าผ่าลงกลางหัวใจของพี่น้อง เกษตรกรที่เลี้ยงวัวเลี้ยงควายครับ ขออนุมัติงบกลางไป ๑,๒๔๓ ล้านบาท แต่เรื่องนี้ฉาวโฉ่ ถูกจับไต๋ได้ครับ ก็ออกมาแก้ตัวแถกันไป สีข้างถลอกกันเลย จนเมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ได้รับอนุมัติงบกลางไป ๖๘๔ ล้านบาท เอาไปจัดซื้อวัคซีน ๕ ล้านโดส เพื่อเอามาแก้ไขปัญหาโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ผมถามครับ ถามแบบคนคิดน้อย ถามแบบคนโง่เลย วัวควายในประเทศไทยมีอยู่ประมาณ ๑๐ ล้านตัว แต่วันนี้ฉีดวัคซีนโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ไปแล้วแค่ ๗๐๐,๐๐ โดส แล้วกำลังรอครับ รอวัคซีนที่ยังไม่ได้ซื้อเข้ามาเลยอีก ๕ ล้านโดส มันจะพอฉีดเพื่อเป็น การควบคุมโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ในประเทศไทยได้หรือครับ วัคซีนโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ๕ ล้านโดส เมื่อไรจะมา ผมเช็ก (Check) ข่าวจากเว็บไซต์ (Website) ของกรมปศุสัตว์เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๔ เว็บไซต์ (Website) ก็บอกไว้ครับ บอกว่า วัคซีน ๒.๕ ล้านโดสนี้จะมาในอีก ๑๕ วัน แล้วส่วนที่เหลือจะทยอยมาอีก ๒ ล็อต ตามแผนการฉีดวัคซีนที่กรมปศุสัตว์ได้วางไว้ ฟังดูดีครับ ดูดีมาก เหมือนจะใช้งบกลางได้มี ประสิทธิภาพ แต่ตรงนี้สำคัญครับ พี่น้องเกษตรกรที่ฟังผมอยู่ฟังให้ดีนะครับ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ระบาดในประเทศไทยตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม ปี ๒๕๖๔ จนถึง วันนี้วันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๔ แต่เพิ่งมีการฉีดวัคซีนไปแค่ ๗๐๐,๐๐๐ โดส แล้วอีก ๕ ล้านโดส ที่บอกว่าจะเข้ามาในอีกไม่กี่วันนี้จะเอาวัคซีนอะไรมาให้ฉีดครับ เพราะวัคซีนโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เป็นวัคซีนเชื้อเป็น เอาที่ดีที่สุด ยี่ห้อที่ใช้กันแพร่หลายในโรคนี้ แล้วเคยเอา บางส่วนมาฉีดให้กับวัวควายของพวกท่านแล้วนะครับเอาตัวเลขกลม ๆ ถ้า ๕ ล้านโดสนี้ ต้องสั่งล่วงหน้า แล้วต้องใช้เวลาในการผลิตประมาณ ๒ เดือน แต่จนวินาทีนี้ที่ผมพูดอยู่นี้ รัฐบาลยังไม่สั่งวัคซีนนั้น ยี่ห้อนั้นแม้แต่โดส (Dose) เดียว เนื้อเรื่องมันคุ้นไหมครับ คุ้นไหม ฟังแล้วนี่เหมือนวัคซีนของคนไม่มีผิด ทั้งที่รู้ว่ายี่ห้อไหนดีแต่ก็ยัดเหยียดเอายี่ห้อที่ห่วยมาฉีด ให้กับเรา รัฐบาลนี้ล้มเหลวตั้งแต่วัคซีนคนยันวัคซีนสัตว์ ถึงตรงนี้แล้วผมต้องถามใหม่ครับ วัคซีนคุณภาพที่ดีเพื่อรักษาโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) จำนวน ๕ ล้านโดส จากงบกลาง เมื่อไรจะมา สุดท้ายครับ ผมฝากไปถึงพี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงวัวควายทั่วประเทศว่า ผม ส.ส. นิติพล ผิวเหมาะ จะทวงวัคซีนคุณภาพดีมาฉีดให้กับวัวควายของท่านให้ได้ก่อนที่ทรัพย์สิน ซึ่งเป็นวัวควายของท่านจะไม่เหลือให้ท่านครับ ขอบคุณครับท่านประธาน