สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๔

เกียรติ สิทธีอมร หารือเรื่องงบกลางและงบลงทุนของประเทศไทย โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของกระบวนการงบประมาณของประเทศและความถูกต้องตามกฎหมายของการจัดสรรงบประมาณ โดยมีการแสดงสไลด์พรีเซนเทชันเพื่อสนับสนุนข้อกังวลของเขา

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

ผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมเป็น ส.ส. ท่านหนึ่งที่สงวนคำแปรญัตติลดลง ๕ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของงบกลางนะครับ ผมก็ได้ขออนุญาตสไลด์ (Slide) ไว้แล้วนะครับ ขอให้ขึ้นแผ่นสไลด์ (Slide) เลยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

คำถามมีอยู่ว่าวัตถุประสงค์ของ การมีงบกลางคืออะไร งบกลางปกติแล้วมีไว้เพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการของ รัฐบาลให้ใช้งบประมาณในการดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว คล่องตัว ทันต่อเหตุการณ์ และเป็นการให้อำนาจคณะรัฐมนตรีอนุมัติโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการกลั่นกรองจาก ฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ต้องมีรายละเอียดผลผลิต กิจกรรม ตัวชี้วัด และแผนการใช้จ่ายเงิน อย่างชัดเจน ตรวจสอบยากกว่างบประมาณของกระทรวง คำถามก็มีอยู่ว่าในปัจจุบัน ที่จัดสรรไว้เมื่อผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการแล้วเรายังเห็นงบนี้เป็นปริมาณ หรือเป็นจำนวนเม็ดเงินมากน้อยแค่ไหน และวัตถุประสงค์ในการใช้สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้หรือไม่ ผมก็ไปนั่งอ่านรายงานหลังจากที่ผ่านกรรมาธิการแล้วนี้ ผมก็พยายามไปดูว่าทำไมงบกลางนี้มันสูงถึง ๕๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานคงจำได้ครับ ท่านประธานก็เป็น ส.ส. กับผม ปี ๒๕๔๘ ปี ๒๕๕๐ งบกลางถ้าบอกว่าแค่หมื่นล้านบาทนี้ เราก็วุ่นวายแล้ว สภาก็อภิปรายกันมากมายทีเดียวว่าอันนี้มันเป็นอำนาจสิทธิขาดของ ครม. ซึ่งไม่ได้มีการกลั่นกรองโดยฝ่ายนิติบัญญัติ ถ้าเป็นอย่างนั้นควรจะให้มีปริมาณของงบกลาง ที่น้อยที่สุด และจำเป็นจริง ๆ มากที่สุดที่จะนำไปใช้ ผมก็ไปไล่ดูในเอกสาร ซึ่งอันนี้ผมเป็น คำถามกับกรรมาธิการนะครับ ท่านพิจารณานี้ท่านดูคำจำกัดความและวัตถุประสงค์ของ การมีงบกลางหรือไม่ เมื่อไปดูโครงการที่ใช้เห็นไหมครับ นี่ผมเอาตัวอย่างมาให้ดูนะครับ เงินเบี้ยบำนาญ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทอย่างนี้ ทำไมอยู่ในงบกลางครับ ทำไมไม่ไปจัดอยู่ ในหน่วยงานที่จำเป็นต้องใช้จ่ายในเรื่องเหล่านี้ รักษาพยาบาล ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เงินสำรอง เงินชดเชย สิ่งเหล่านี้ผมขอคำตอบนิดหนึ่งครับ ท่านคิดว่ามันเป็นงบกลาง ได้อย่างไร ถ้าบอกว่าสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นคนดูแลก็ไปอยู่ในงบสำนักนายกรัฐมนตรีสิครับ แต่ทำไมมาอยู่ในงบกลาง คำถามมันเลยมีต่อไปว่านายกรัฐมนตรีและ ครม. โยกงบเหล่านี้ ไปภารกิจอื่นได้หรือไม่ ถ้าตามคำจำกัดความของงบกลางโยกได้ครับ ไม่ต้องกลับมาหารือ ฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นเช่นนี้คำถามมันก็เลยมีอยู่ว่ามันใช่หรือเปล่าครับ

ผมขอสไลด์ (Slide) ต่อไปเลยครับ สัดส่วนงบกลางผมเทียบกับงบลงทุน งบกลางทั้งหมดเกือบ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ แล้วเทียบกับงบลงทุนจริง ๆ ของประเทศไทย ของทั้งประเทศครับ งบลงทุนของทั้งประเทศของทุกกระทรวง ทบวง กรม ๖.๕ แสนล้านบาท ผมก็ต้องถามหลักคิดของกรรมาธิการว่าเวลาท่านพิจารณานี้ท่านใช้หลักอะไรครับ ผมไม่เคยเห็น ไม่ค่อยเห็นเลยว่าประเทศใดก็แล้วแต่อยู่ดี ๆ เอางบมากองไว้เท่าหนึ่งของ งบลงทุนของประเทศเกือบเท่าตัวเลย แล้วให้อำนาจสิทธิขาดในการใช้กับนายกรัฐมนตรี และ ครม. หลักคิดของท่านคืออะไรครับ แล้วก้อนนี้ถ้าจะไปลงทุนก็ไปลงทุนก็ไปจัดอยู่ใน หมวดหมู่ที่เหมาะสม แต่ถ้าบอกว่าจะเป็นงบที่ไปใช้ในกรณีฉุกเฉินเขาก็ถือว่าเป็นงบกลาง ผมก็ไม่ติดใจนะครับท่านประธาน ทีนี้ที่จัดมา ณ วันนี้มันสอดคล้องกับคำนิยามของความเป็น งบกลางอย่างไร ผมถามกรรมาธิการเลย ท่านต้องตอบให้ได้ว่างบกลางที่เมื่อสักครู่นี้ ผมเปิดประเด็นไว้ว่ามันต้องใช้เป็นกรณีที่ใช้ได้อย่างรวดเร็ว คล่องตัว ทันต่อเหตุการณ์ ก็คือฉุกเฉินครับท่านประธาน งบกลางเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย แต่ตอนนี้เราเห็นงบกลางจัดมา สูงถึงเกือบ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เกือบเท่า ๆ กับงบลงทุนไปเลย ผมกังวลจริง ๆ นะครับว่า ๑. ความน่าเชื่อถือของกระบวนการงบประมาณของประเทศไทยนะครับ ผมไม่ได้พูดถึง รัฐบาลประเทศไทย การทำงบประมาณเช่นนี้กระทบต่อความน่าเชื่อถือของประเทศนะครับ ผมขอคำอธิบายครับว่าท่านทำอย่างนี้ถูกต้องตามกฎระเบียบต่าง ๆ หรือไม่ และยืนยันด้วยว่า ๕.๙ แสนล้านบาทนี้วันดีคืนดียกได้ด้วย เพราะฉะนั้นรายการที่ระบุในเอกสารไม่ได้ มีความหมายอะไรเลย สามารถโยกไปที่ไหนก็ได้ เป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือเป็นไปตาม การดำเนินการของ ครม. และนายกรัฐมนตรี อันนี้ขอคำชี้แจงนะครับ เพราะว่าไม่สบายใจ จริง ๆ ครับท่านประธาน งบกลางจัดกันแบบนี้ไม่รู้จะตรวจสอบอย่างไร โยกได้ตามกฎหมาย แล้วก็ไม่ได้ผ่านการกลั่นกรองของฝ่ายนิติบัญญัติ อันนี้ก็เป็นเรื่องของประเด็นความถูกต้อง สอดคล้องกับบทบัญญัติของกฎหมายและความน่าเชื่อถือของการจัดสรรงบประมาณของ ประเทศไทยด้วย ขอบพระคุณครับ