เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ชี้แจงกรณีถูกพาดพิงตามมาตรา 144 โดยยืนยันความพร้อมรับการตรวจสอบตามกระบวนการกฎหมาย พร้อมเสนอให้ทบทวนการจัดสรรงบประมาณ โดยเฉพาะการตัดงบประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์จากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการ เช่น เงินเลื่อนขั้น เงินบำเหน็จบำนาญ และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เนื่องจากมองว่าเป็นภาระต่อผู้เสียภาษีและสามารถปรับลดได้ตามเหตุผลทางการเงิน รวมถึงเรียกร้องให้พิจารณางบประมาณ 72,370 ล้านบาทสำหรับกองทุน กบข. อย่างรอบคอบเป็นรายรายการ
ขอบคุณครับท่านประธาน ก่อนอื่นผมขอเรียนพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะก่อนเข้าประชุมผมถูกพาดพิงโดย ส.ส. ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เรื่องที่กล่าวหาให้สอบผมตามมาตรา ๑๔๔ วรรคสอง แล้วก็มี หนังสือถึงทางท่านวิรัช รัตนเศรษฐ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอาคมในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการ แล้วก็ถึงท่านประธานชวน เรื่องนี้ผมยินดีให้ตรวจสอบ แต่ถ้าตรวจสอบ พรรคเพื่อไทยเองติดใจ เพราะ ส.ส. ยุทธพงศ์เป็นรองหัวหน้าพรรค ท่านควรดำเนินการตาม มาตรา ๑๔๔ วรรคสาม ในกรณี ส.ส. มีจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๑๐ ของ ส.ส. ที่มีอยู่ เอาละ ประมาณ ๕๐ คนคร่าว ๆ เห็นว่ามีการกระทำฝ่าฝืน มาตรา ๑๔๔ วรรคสอง ก็เสนอ ความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ท่านเข้าชื่อไปเลยครับ เพราะศาลรัฐธรรมนูญจะต้องวินิจฉัย ภายใน ๑๕ วัน ไม่ใช่มาวนอยู่ตรงท่านรองประธานวิป (Whip) ท่านประธานวิป (Whip) ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร อันนี้ก็ฝากกราบเรียนว่าผมยินดีให้ตรวจสอบ แต่ไปให้ ถูกช่อง มี ส.ส. ๑๐๐ กว่าท่านเข้าชื่อไปเถอะครับ แล้วรีบหน่อย เพราะ ๑๕ วันเดี๋ยวไม่ทัน ศาลรัฐธรรมนูญจะได้รีบวินิจฉัยว่าใช่หรือไม่ใช่ จะได้มีบรรทัดฐาน ต้องขอบคุณนะครับ ที่ตรวจสอบผม อันนี้ก็ไม่ได้ติดใจอะไรมาก แต่ขอให้รีบดำเนินการ ทีนี้ท่านประธานครับ ผม เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ในฐานะกรรมาธิการ ผมอ่านงบประมาณมาทั้งหมด ฟังเพื่อน สมาชิกอภิปราย มาตรา ๑ ถึงมาตรา ๕ ไปนี้ ก็อ่านเอกสารแล้ว ผมก็มีความเห็นเริ่มตั้งแต่ มาตรา ๖ ในมาตรา ๖ ผมเริ่มตั้งแต่เอกสารเล่มขาวคาดแดง (๒) สำหรับค่าใช้จ่ายที่มี การกำหนดวัตถุประสงค์ไว้แล้ว และสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจน แต่ยังไม่ สามารถกำหนดจำนวนเป้าหมาย ทำให้ไม่สามารถประมาณการค่าใช้จ่ายของแต่ละหน่วยรับ งบประมาณได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริง นี่คือเอกสารเหตุผลที่เขียนไว้ในเล่มขาวคาดแดง เล่มขาวคาดแดง ข้อ (๒) ก็มี ๒.๑ ค่ารักษาพยาบาลผมไม่ติดใจ ๗๔,๐๐๐ ล้านบาท แต่ตั้งแต่ ๒.๒ ถึง ๒.๖ นะครับ ๒.๒ เงินช่วยเหลือข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ เนื่องจากเป็นเงินสวัสดิการ ช่วยเหลือการศึกษาของบุตรและเงินช่วยเหลือพิเศษกรณีข้าราชการ ลูกจ้างและพนักงาน ของรัฐเสียชีวิตในระหว่างรับราชการเป็นค่าใช้จ่ายที่ทุกส่วนราชการต้องใช้จ่าย แต่ในขณะ ที่ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี ไม่สามารถประมาณการค่าใช้จ่ายที่แน่นอนของแต่ละ ส่วนราชการได้ เนื่องจากยังไม่ทราบว่าในปีนั้น ๆ จะมีส่วนราชการใดเบิกค่าเล่าเรียนบุตร เป็นจำนวนเท่าใด รวมทั้งมีข้าราชการ ลูกจ้างและพนักงานราชการของรัฐเสียชีวิตระหว่างปี เท่าใด จึงตั้งงบประมาณไว้ ๔,๓๖๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลที่ตั้ง ความประมาณการกับสภาวะปัจจุบัน ประเทศเรานี้มีความยากลำบากในระบบสาธารณสุข ประชาชนที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่มีเงินเดือน ไม่มีเงินเพิ่มประจำตำแหน่ง ไม่มีเบี้ยประชุม เบิกค่ารักษาพยาบาลไม่ได้ เขาเดือดร้อนครับ เขาเดือดร้อนเงินสำรองนี้ผมถึงขอเสนอตัด ปรับลดไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ คือ ๔๓๖ ล้านบาท นี่รายการที่ ๑ สำหรับมาตรา ๖ ผมปรับ ๕ รายการ ทีนี้แต่ละรายการเมื่อผมปรับผมไม่ได้ปรับเหมือนเพื่อนสมาชิกทั่วไป คือปรับเป็น ร้อยละรวมกันไปเลย ของผมปรับแต่ละรายการตามที่กฎหมายบัญญัติ ถ้าผมปรับแต่ละ รายการตามที่กฎหมายบัญญัติ มาตรา ๖ ผมปรับ ๕ รายการ ก็ขอให้ท่านประธานโหวต ทีละรายการนะครับ เพราะนี่คือเนื้อหาของกฎหมาย
รายการต่อไปเงินเบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญ ตั้งไว้ ๓๑๐,๖๐๐ ล้านบาท ตัดออก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๑,๐๖๐ ล้านบาท รายละเอียดปรากฏอยู่ในเอกสารที่อยู่ต่อหน้า ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลายแล้ว
ลำดับที่ ๘ เงินเลื่อน เงินเดือน และเงินปรับวุฒิข้าราชการ เหตุผลผมจะอ่าน ให้ฟังนะครับ ข้อ ๒.๔ เงินเลื่อนตัวนี้เนื่องจากเป็นค่าใช้จ่ายที่ทุกส่วนราชการต้องใช้จ่าย แต่ในขณะที่ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีไม่สามารถประมาณการค่าใช้จ่ายที่แน่นอน ของแต่ละส่วนราชการได้ เนื่องจากจะยังไม่ทราบว่าในปีนั้นจะมีส่วนราชการใดบรรจุ ข้าราชการใหม่ หรือมีข้าราชการมาปรับวุฒิเพิ่มขึ้นเท่าใด ทำให้ไม่สามารถคำนวณค่าใช้จ่าย ที่แน่นอนของแต่ละส่วนราชการได้ ก็ตั้งมา ๑๑,๕๔๗,๓๒๖,๘๐๐ บาทถ้วน ก็ปรับไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ นี่เหตุผลข้อ ๒.๔ ท่านประธานครับ อีก ๒ ข้อซึ่งเป็นเงินที่ประมาณ การล่วงหน้าทั้งสิ้น ๒.๕ คือเงินสมทบของลูกจ้างประจำ บางท่านอาจจะอ่านมาแล้วก็ได้ แต่ผมอ่านมาหมดแล้ว ๓๐-๔๐ เล่ม เดี๋ยวผมจะอธิบายไปเรื่อย ๆ ท่านประธานครับ เหตุผล ที่เขาตั้งนะครับ เนื่องจากเป็นค่าใช้จ่ายตามกฎหมายที่ทุกส่วนราชการจะต้องจ่ายเงินสมทบ เข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพประจำให้แก่สมาชิกในอัตราร้อยละ ๓ ซึ่งในระหว่างปีงบประมาณ จะมีการเข้าออกของสมาชิกทำให้ไม่สามารถคำนวณได้ ถ้าคำนวณไม่ได้ผมก็บอกเอาลงไปสัก ๑๐ เปอร์เซ็นต์
ตัวสุดท้ายครับท่านประธาน เงินสำรอง เงินสมทบ และเงินชดเชยของ ข้าราชการ ตัวนี้ ๗๒,๓๗๐ ล้านบาท เป็นภาระที่พี่น้องผู้เสียภาษี ทุกเดือนผมก็เสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย ผมรับดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณเฉลี่ยถ้าแสนหนึ่งผมก็เสียทุกเดือน เดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท เพราะ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ผมจ่ายของผมอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นเหตุผลของข้อ ๒.๖ ตัวสุดท้าย ครับท่านประธาน เนื่องจากเป็นค่าใช้จ่ายตามกฎหมายที่ทุกส่วนราชการต้องจ่ายสมทบเข้า กองทุน กบข. และไม่สามารถประมาณการได้ รัฐจะจ่ายตามสัดส่วนเงินเดือนข้าราชการ ที่เป็นสมาชิก กบข. ดังนั้นที่ตั้งมาประมาณ ๗๒,๓๗๐ ล้านบาท ผมก็บอกว่าขอลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คือเหตุผลที่ผมต้องนำมากราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ในที่ประชุมแห่งนี้ว่านี่คือการพิจารณาปรับลดงบประมาณในวิธีของนักบัญชี นักตรวจสอบ อย่างผม จึงเรียนมาเพื่อพิจารณาครับ ขอบคุณครับ