วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล วิพากษ์งบประมาณปี 2565 ที่ลดลงโดยเฉพาะงบดำเนินงานและไม่มีการจัดสรรเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจหรือรองรับโควิด พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าไม่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ให้สัญญาไว้ในการเลือกตั้ง จึงขอปรับลดงบประมาณ 4% และเตือนว่าการผ่านงบประมาณนี้โดยไม่แก้ไข อาจถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ในฐานะของกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ ในมาตรา ๔ เป็นการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ที่ตั้งไว้ ๓.๑ ล้านล้านบาท ท่านประธานครับ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ เราตั้งงบประมาณไว้ถึง ๓.๓ ล้านล้านบาท มีการปรับลดลงไปเหลือ ๓.๒ ล้านล้านกว่าบาท ปีนี้เป็นปีแรก ที่งบประมาณติดลบ ผมอยากขออนุญาตเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกทุกท่านว่าผมได้ ตรวจดูงบประมาณทั้งหมดแล้ว งบประมาณปีนี้เป็นงบประมาณที่มีการปรับลดลงในหมวด ของงบดำเนินงานมากที่สุดครับ โดยปรับลดลงไปถึงประมาณ ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ ไปดูงบประมาณทั้งหมดแล้ว งบประมาณปีนี้หน่วยราชการไม่มีตั้งงบประมาณเกี่ยวกับโควิด (COVID) เอาไว้เลย ปี ๒๕๖๔ ก็ไม่มี ปี ๒๕๖๕ ก็ไม่มี งบประมาณนี้ตั้งไว้จริง ๆ คือประมาท อย่างยิ่ง งบประมาณที่ไปดูเกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ทั้ง ๆ ที่พี่น้องประชาชน ยากลำบากนั้น มีการตั้งไว้มากไหมครับ น้อยมากครับท่านประธาน อาจจะมีงบประมาณไป ซื้ออาวุธเยอะ เอาไปลงทุนทำถนนหนทางเยอะ แต่งบประมาณที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจนี่น้อยมากครับท่านประธาน ผมอยากจะนำเรียนว่าถ้าถามผม งบประมาณฉบับนี้เป็นงบประมาณที่ตั้งโดยความประมาทอย่างยิ่ง แล้วก็ขาดวิสัยทัศน์ และพัฒนาแก้ไขปัญหาประเทศไม่ได้ ท่านประธานครับ ผมได้อภิปรายขอปรับลด งบประมาณลงไป ๔ เปอร์เซ็นต์ เป็นวงเงินประมาณสัก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มีเหตุผลอยู่ หลายประการครับท่านประธาน โดยเฉพาะผมอยากขออนุญาตเรียนว่าปีนี้เป็นการพิจารณา งบประมาณ ครั้งที่ ๓ ก็น่าจะเกือบเป็นครั้งสุดท้ายแล้วถ้าว่าจะเอางบประมาณก้อนนี้ ไปพัฒนาหรือไปดำเนินการใด ๆ อันหนึ่งที่ผมอยากเรียนย ้าว่าจริง ๆ เราเลือกตั้งมา ทุกพรรคการเมืองมีนโยบายครับ ผมดูงบประมาณที่ตั้งไว้ ปรากฏว่าในงบประมาณ ทั้งปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ และปี ๒๕๖๕ ไม่มีความชัดเจนว่างบประมาณที่ตั้งไว้นั้นจะนำไป แก้ไขหรือไปดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลได้อย่างไร ทั้งพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง ๓ พรรค ผมอยากขออนุญาตเรียนว่าวันนี้ถ้าหากเราลงมติรับผ่านงบประมาณฉบับนี้ไป นั่นแปลว่า พรรคการเมืองโดยเฉพาะซีกรัฐบาล ไม่ว่าเป็นพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคภูมิใจไทย ท่านจะไม่มีงบประมาณในการดำเนินการตามนโยบายของท่านได้เลย นั่นแปลว่าอะไร ท่านกำลังทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ขออนุญาตท่านประธานกรรมาธิการครับ ท่านประธานอาจจะไม่ใช่เป็นคนที่ผ่านการเลือกตั้งมา ท่านไม่ได้ดูว่างบประมาณที่ตั้งไว้นั้น จะดำเนินการตามนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนหรือเปล่า ไม่มีนะครับ ผมตรวจงบประมาณมาทั้ง ๓ ปี ไม่มีเลย เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้ามีการลงมติรับ ผ่านงบประมาณ ฉบับนี้ไป ซีกรัฐบาลทั้งหมดท่านกำลังทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นผมถึงอภิปราย ขอปรับลด แล้วก็นำไปแก้ไขเสียก่อน ถามว่ามีอะไรบ้าง ไปดูนโยบายพรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตนะครับ ท่านบอกข้าวหอมมะลิจะต้องได้ ๑๘,๐๐๐ บาท ได้ไหมครับ ถามพี่น้อง ประชาชน ถามชาวนาสิครับ ได้ไหมครับ ๑๘,๐๐๐ บาท ไม่มีครับ ไม่ถึงครับ ตอนนี้ข้าวหอมมะลิ ลงมาต ่ากว่า ๑๐,๐๐๐ บาทด้วยซ ้าไป แล้วไปดูสิครับ มีการแก้ไหม มีการใส่นโยบาย ลงไปไหมครับว่าจะแก้ไขให้ ข้าวขาวไม่ต ่ากว่า ๑๒,๐๐๐ เหลือเท่าไร เหลือไม่เกิน ๗,๐๐๐ บาท พี่น้องประชาชนวันนี้ลำบากมาก เมื่อไปดูกฎหมายเลือกตั้งแล้ว ผมบอกว่าถ้าเราผ่านงบประมาณฉบับนี้ไปโดยที่ไม่ดำเนินการตั้งงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหา ต่าง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชน การลงมติครั้งนี้จะเป็นการแสดงเจตจำนงครับว่ามีการทำผิด กฎหมายเลือกตั้ง ตรงนี้ท่านกรรมาธิการอาจจะช่วยผมตอบได้ ถ้าหากว่าท่านตอบว่า นโยบายต่าง ๆ เหล่านี้ที่ท่านหาเสียงเอาไว้ ท่านทำบรรจุไว้ตรงไหน เอาตรงไหนมาแก้ไข ปัญหา เพราะถ้าท่านลงมติวันนี้ไปแล้ว ผมเรียนเลยครับว่าท่านไปดูในโซเชียลมีเดีย (Social Media) เรียกร้องนะครับ บอกนโยบายรัฐบาลไม่เห็นดำเนินการตามที่ให้สัญญาในการ เลือกตั้งไว้เลย ไม่มีเลยนะครับ ของพรรคพลังประชารัฐ ค่าแรงขั้นต ่า ๔๐๐-๔๒๕ บาท อยู่ตรงไหน เงินเดือนปริญญาตรี ๒๐,๐๐๐ บาท อาชีวะ ๑๘,๐๐๐ บาท ทำได้อย่างไร วันนี้ ตกงานกันเต็มไปหมด พักหนี้กองทุนหมู่บ้าน ๔ ปี อยู่ตรงไหน เอาเงินตรงไหนมาพักหนี้ ไม่มีครับ ตั้งกองทุนพลังประชารัฐหมู่บ้านละ ๒ ล้านบาท อยู่ตรงไหน ในงบประมาณไม่มี เพราะฉะนั้น การลงมติในวันนี้จะเป็นการลงมติครั้งสุดท้ายนะครับ ท่านไม่มีโอกาสตั้งอีกแล้ว ถ้าท่าน ไม่แก้ไขครั้งนี้ ไม่ตั้งงบประมาณครั้งนี้ไว้ ผมเชื่อว่าหลังจากนี้จะเป็นการเรียกร้องว่าทำผิด กฎหมายเลือกตั้งแน่นอน ซึ่งตรงนั้นจะต้องก้าวไปสู่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง และผู้สมัคร ของพรรคการเมืองซีกรัฐบาลเสี่ยงต่อการผิดกฎหมายเลือกตั้งทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นวันนี้การลง มติครั้งนี้ผมเชื่อว่าเป็นการลงมติที่ยากลำบากของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะ ซีกรัฐบาล ไปดูของพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่าจะให้ดัชนีหุ้นไทยขึ้นไป ๒,๕๐๐ จุด วันนี้ อยู่เท่าไรครับ ๑,๕๐๐ กระมังครับ เด็กแรกเกิดได้ ๕,๐๐๐ บาทในเดือนแรก แล้วก็ได้อีก เดือนละ ๑,๐๐๐ บาท จนอายุ ๘ ปี อยู่ตรงไหน เบี้ยผู้สูงอายุ ๑,๐๐๐ บาท ยางพารา ๖๐ บาท วันนี้ก็ไม่ถึง ๕๐ บาทเท่านั้นเองกระมังครับ พรรคภูมิใจไทยมากเข้าไปอีกครับ ข้าวหอมมะลิต้องบวกเพิ่มไปอีก ๑,๕๐๐ บาท ๑๙,๕๐๐ บาท อยู่ตรงไหนครับ ราคาวันนี้ อยู่เท่าไร ข้าวขาวเพิ่มไปอีกเดือนละ ๘๐๐ บาท อยู่ตรงไหน ท่านประธานครับ อสม. เดือนละ ๒,๕๐๐ บาทถึง ๑๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นผมอยากขออนุญาตเรียนว่าวันนี้ ผมอภิปรายเพื่อขอให้ปรับลดลง ๔ เปอร์เซ็นต์ ประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อให้รัฐบาล นำไปทำตามนโยบายเสียก่อน เพื่อให้นโยบายนั้นได้เป็นนโยบายที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เพราะในงบประมาณนี้ไม่ได้ตั้งไว้เลย อาจจะเป็นไปได้ว่าฝ่ายการเมืองไม่ได้รับผิดชอบ การเลือกตั้ง ก็เลยไม่ได้ตั้งงบประมาณในส่วนนี้ไว้ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจะรอดูว่าท่านจะลง มติในมาตรานี้อย่างไร ถ้าท่านไม่ปรับลด ท่านกำลังจะแสดงเจตนาในการทำผิดกฎหมาย เลือกตั้ง อันนี้ก็ฝากไปด้วยครับ เป็นห่วงครับว่าท่านจะดำเนินการในส่วนนี้อย่างไร ผมอยากให้มีการดำเนินการตามนโยบายครับ เพื่อนำไปแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ก็ขออนุญาตนำเรียนท่านประธาน แล้วก็ผ่านไปถึงท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าการลงมติ วันนี้ไม่ใช่งบประมาณทั่วไปนะครับ แต่เป็นงบประมาณที่ท่านต้องทำตามสัญญาวันเลือกตั้ง ครับ วันนี้พี่น้องประชาชนเรียกร้องนะครับ เพราะว่าวันนี้พี่น้องลำบากมากอยากให้รัฐบาล จัดงบประมาณนำไปแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ซื้ออาวุธ ไม่ใช่ไปซื้อเครื่องบิน ไม่ใช่ไปซื้อสิ่งที่ ไม่จำเป็นต่อพี่น้องประชาชน ท่านยังมีโอกาสครับ ในการที่ปรับเปลี่ยนงบประมาณ ลงไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนโดยตรง ก็ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานว่าขออนุญาต ปรับลด ๔ เปอร์เซ็นต์ ประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อให้โอกาสพรรคซีกรัฐบาล นำไปแก้ไขปัญหาตามนโยบายที่หาเสียงเลือกตั้งไว้ ก่อนที่จะมีการเรียกร้องว่าทำผิด กฎหมายเลือกตั้งและนำไปสู่การขึ้นศาลฎีกาเลือกตั้งแผนกคดีเลือกตั้งต่อไป ขอบคุณ ท่านประธานครับ