ศักดินัย นุ่มหนู อภิปรายสนับสนุนญัตติควบคุมการระบาดของโควิด-19 โดยเน้นผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวในจังหวัดตราด พร้อมเรียกร้องให้มีมาตรการช่วยเหลืออย่างทั่วถึงทั้งด้านเศรษฐกิจและสุขภาพ รวมถึงการกระจายวัคซีน การเยียวยาผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบ เช่น วินมอเตอร์ไซค์ ผู้ค้าของที่ระลึก และอาหารริมทาง ตลอดจนการแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมประมงและการไม่ได้รับหนังสือคนประจำเรือตามมาตรา 83 ที่ทำให้ชาวประมงไม่สามารถออกเรือได้ รวมถึงการเรียกร้องให้มีการประกาศล่วงหน้าและพิจารณาเยียวยาตลาดนัดที่ถูกปิดกิจการ โดยเปรียบเทียบความเสี่ยงกับพื้นที่อื่นอย่างเป็นธรรม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกลครับ ผมขออภิปราย สนับสนุนญัตติที่เสนอกันเข้ามาในสภา เกี่ยวกับเรื่องของการที่จะควบคุมการระบาดของ ไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ ๓ กลุ่มของคนประกอบอาชีพใน ๓ กลุ่ม ของพี่น้องในจังหวัดตราดครับท่านประธาน เป็นการที่จะได้สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาของ คนกลุ่มเล็ก ๆ ที่จะให้รัฐบาลของท่าน พลเอก ประยุทธ์ได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนของ กลุ่มคนเหล่านี้ ท่านประธานครับ จังหวัดตราดนั้นก็ต้องบอกว่าเป็นพื้นที่ของแหล่งท่องเที่ยว อันสำคัญก็คือเกาะช้างและเกาะกูด เรามีร้านอาหารหลายพันแห่ง มีผู้ที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ ใกล้ชิดกับผู้ที่ประกอบอาชีพด้านการท่องเที่ยวร่วม ๒๐,๐๐๐ คน ทีนี้ในธุรกิจของเกาะช้าง ที่ผ่านมาก็ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่ามีความบอบช้ำอย่างยิ่งจากสถานการณ์โควิด (COVID) ที่ผ่านมาตั้งแต่ปลายปี ๒๕๖๒ ที่มีการระบาดเริ่มต้น แล้วจังหวัดตราดมีการปิดจังหวัด เพราะฉะนั้นช่วงปลายปีก็เป็นช่วงของทุกปีที่เกาะช้าง เกาะกูด ก็จะทำเงินได้ ทำเศรษฐกิจ ค่อนข้างได้อย่างดี คนก็จะไปเที่ยวกันเยอะ ปีหนึ่งมีมูลค่าจากการท่องเที่ยวร่วม ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ปี ๒๕๖๒ นั้นเริ่มต้นในปีแรกที่มีการปิดเกาะเลยนะครับ ชาวบ้านเอง ก็ตั้งอกตั้งใจร่วมกันเลยที่จะปิดเกาะเพื่อที่จะยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด (COVID) ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว ก็เป็นการที่จะช่วยกันดูแลจังหวัดตราดนั้นให้มีความ ปลอดภัยจากสถานการณ์โควิด (COVID) นะครับ ในปี ๒๕๖๓ ท่านประธานครับ ช่วงไฮซีซัน (High Season) ช่วงปีใหม่ ช่วงสงกรานต์เป็นช่วงที่สามารถจะทำรายได้จากการท่องเที่ยวได้ดี ผู้ที่ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวก็ได้รับผลกระทบอีกจากสถานการณ์ที่ระบาดเกิดขึ้น แล้วก็ทั้งในปี ๒๕๖๔ ที่ผ่านมาครับท่านประธาน ปีใหม่ สงกรานต์ที่ควรจะเป็นช่วงฤดู ของการเก็บเกี่ยวทำรายได้ ทำเศรษฐกิจของพี่น้องภาคการท่องเที่ยวก็ไม่สามารถที่จะ ดำเนินการได้ เพราะฉะนั้นในธุรกิจการท่องเที่ยวเองรัฐบาลก็มีนโยบายที่จะเข้าไปช่วยเหลือ แต่ว่าก็ยังค่อนข้างที่จะยังไม่ได้มีความครอบคลุม ผมคิดว่าสิ่งที่ผมเคยได้นำเสนอในสภา ที่จะให้มีการได้รับวัคซีนในพื้นที่ของคนที่ทำธุรกิจในการท่องเที่ยวนั้นอย่างทั่วถึงเพื่อสร้าง ความปลอดภัยและความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว
แต่ประเด็นสำคัญอย่างนี้ครับท่านประธาน เวลาเราพูดถึงการท่องเที่ยว เราก็จะนึกถึงธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต (Resort) โฮมสเตย์ (Homestay) แต่จริง ๆ แล้วในการ ท่องเที่ยวนั้นยังมีอีกหลายกลุ่มที่มีส่วนเกี่ยวข้องในส่วนของภาคส่วนธุรกิจการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นวินมอเตอร์ไซค์ก็ดี คนขายข้าวโพด คนขายหมูปิ้ง ลูกชิ้น คนขายห่วงยางสำหรับ เล่นน้ำ เยอะแยะเลยครับที่เป็นเสน่ห์ของการท่องเที่ยวที่มีผลกระทบตรงนี้ร่วมกันไป เพราะฉะนั้นผมถึงอยากจะเรียนไปถึงรัฐบาลว่าเวลาเรามองถึงธุรกิจการท่องเที่ยวอยากให้ เห็นถึงคนกลุ่มเล็ก ๆ เหล่านี้ด้วยที่อยู่ในภาคส่วนของการท่องเที่ยว ไม่ใช่เราไปชดเชย เยียวยาเฉพาะในเรื่องของโรงแรม รีสอร์ต (Resort) หรือว่าโฮมสเตย์ (Homestay) เท่านั้น แต่การเยียวยาตรงนั้นเป็นเรื่องที่ผมเห็นด้วย เพียงแต่ว่าคนกลุ่มเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นบุคลากร ที่สำคัญที่ช่วยทำให้เติมเต็มให้เกิดเสน่ห์ของการท่องเที่ยว คนตัวเล็กตัวน้อยเหล่านี้
คนอีกกลุ่มหนึ่งครับท่านประธาน ก็คือพี่น้องชาวประมง จังหวัดตราดนั้น เป็นจังหวัดที่มีอุตสาหกรรมประมงที่ยิ่งใหญ่ แล้วก็มีเศรษฐกิจที่ค่อนข้างดีนะครับ อย่างช่วง โควิด (COVID) ที่ผ่านมานั้นผมถือว่าการบริหารในเรื่องของแรงงานเรามีจังหวัดที่ติดกันกับ ประเทศที่มีแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านที่จะเข้ามาก็เข้ามาไม่ได้ การบริหารจัดการเรื่องของแรงงานให้กับพี่น้องชาวประมง โดยการอ้างว่าสถานการณ์โควิด (COVID) นี้ไม่สามารถที่จะนำแรงงานเข้ามาได้ ซึ่งผมมองว่าเป็นการบริหารที่ทำให้แก้ปัญหาหนึ่ง ไปส่งผลกระทบอีกปัญหาหนึ่ง ตลอดช่วง ๒ ปีมานี้ปัญหาเรื่องแรงงานในอุตสาหกรรมประมง ก็ยังเป็นปัญหาใหญ่ แล้วก็สด ๆ ร้อน ๆ เลยครับ ตามมาตรา ๘๓ ในเรื่องของการออก หนังสือให้คนประจำเรือซึ่งก็ไม่ได้มีการดำเนินการครับท่านประธาน ทำให้เวลาเขาจะลงเรือ มันจะต้องมีเอกสารในการที่จะออกทำการประมงหลายชุดด้วยกัน ชุดสำคัญชุดหนึ่งก็คือ เอกสารของคนประจำเรือนี้ละครับ ซึ่งทางอธิบดีกรมประมงจะต้องนำเสนอต่อ ครม. ซึ่งถ้าไม่มีเอกสารตัวนี้เขาไม่สามารถออกทำการประมงได้ แต่ว่าทางส่วนราชการไม่ได้ต่อให้เขา ทำให้เขาไม่สามารถออกทำการประมงก็ต้องหยุด แล้วก็ต้องรออยู่อีกตั้งหลายอาทิตย์ กว่าที่จะได้ทำการประมง อันนี้ต้องมีส่งผลกระทบจากที่มันวิกฤติอยู่แล้วก็เป็นวิกฤติ ที่ซ้อนวิกฤติขึ้นมาอีกครับ
อีกกลุ่มหนึ่งครับท่านประธาน กลุ่มสุดท้ายที่ผมอยากให้รัฐบาลได้เล็งเห็น ก็คือพี่น้องชาวตลาดนัด พี่น้องชาวตลาดนัดเวลาเราพูดถึงนี้ เป็นคนที่อยู่ในฐานราก ของเศรษฐกิจ เป็นคนที่มองว่าได้รับผลกระทบที่ต้องได้รับการเยียวยา แต่เวลาที่เรากระจาย วัคซีนไปยังพื้นที่ส่วนต่าง ๆ ของจังหวัดนั้น กลุ่มพี่น้องชาวตลาดนัดเองก็จะไม่ค่อยได้รับ ในจุดเบื้องต้นมองว่ายังไม่ใช่เป็นกลุ่มเสี่ยงหรืออย่างไร แต่ว่าเวลาที่มันมีการแพร่ระบาด พี่น้องตลาดนัดก็มักจะถูกปิดไปก่อน แต่ที่จริงผมอยากเสนอมาตรการอย่างนี้ผ่านไปถึง ทุกจังหวัดว่าเวลาที่จะมีการปิดตลาดนัดเพื่อจะควบคุมโรคระบาดก็อยากที่จะให้มีการ ประกาศและการปิดล่วงหน้า เพราะว่าพี่น้องตลาดนัดเป็นคนพื้นฐานรากค่อนข้างที่จะ ยากจนอยู่แล้ว เวลาปิดมันก็ค้าขายไม่ได้ บางทีก็จะซื้อข้าวซื้อของ ซื้ออะไรต่าง ๆ ตระเตรียม เอาไว้แล้ว แล้วก็ไม่ได้ขายก็จะเป็นปัญหากับต้นทุนที่ต้องแบกรับ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะ เรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลของท่าน พลเอก ประยุทธ์ เวลาที่จะได้บริหารเยียวยา แล้วก็อยากให้คำนึงถึงคนตัวเล็กตัวน้อยของกลุ่มคนเหล่านี้ ก็คือคนที่อยู่ในธุรกิจของ การท่องเที่ยวที่เป็นพ่อค้าแม่ค้า รถเร่ หาบเร่ แผงลอยต่าง ๆ ที่เป็นเสน่ห์เติมเต็มให้กับ การท่องเที่ยว พี่น้องแรงงานของภาคประมงที่ต้องการแรงงานทำอย่างต่อเนื่อง แล้วก็พี่น้อง ชาวตลาดนัดที่เรามองว่าเป็นกลุ่มเปราะบาง ก็ต้องการที่จะได้รับความช่วยเหลือนะครับ เพราะว่าตลาดนัดผมก็ยังแปลกใจว่าเขาทำในพื้นที่ที่โล่งแจ้ง แต่ว่าเวลาอะไรก็มักจะ ถูกปิดไปก่อน มองว่าเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงมากกว่าที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า ก็เลยรู้สึกว่า เป็นเรื่องที่เกิดความรู้สึกในใจได้ครับว่าทำไมพี่น้องชาวตลาดนัดเป็นความเสี่ยงต่อ สถานการณ์แพร่ระบาดมากกว่าในห้าง ก็อยากที่จะให้รัฐบาลได้มองเห็นตรงนี้ด้วย ขอขอบคุณมากครับท่านประธาน