พีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค หารือถึงมาตรการและผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 โดยชี้ปัญหาการระบาดจากแรงงานต่างด้าวในโรงงานที่ทำให้เชื้อลุกลามสู่ประชาชนทั่วไป พร้อมเสนอให้เพิ่มการตรวจหาเชื้อเชิงรุก ใช้มาตรการล็อกดาวน์อย่างเข้มงวดและจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงเรียกร้องให้รัฐดูแลแรงงานที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม กระผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน เป็นอย่างสูงนะครับที่ให้โอกาสในการอภิปรายในญัตติด่วนด้วยวาจาในครั้งนี้ เราคงจะ หลีกเลี่ยงไม่ได้นะครับกับวิกฤตการณ์ไวรัสโควิด-๑๙ (Virus COVID-19) ตั้งแต่ต้นปี ๒๕๖๓ จนถึงปัจจุบันที่เราเรียกกันว่าผ่านมาระลอกที่ ๓ แล้ว จากที่มีผู้เสนอญัตติด้วยวาจา ถึง ๖ ญัตติก็นับว่าเป็นประโยชน์อย่างเร่งด่วนที่สำคัญอย่างปฏิเสธไม่ได้ถึงมาตรการและ แนวทางในการแก้ไขปัญหาและผลกระทบของโรคระบาดไวรัสโควิด-๑๙ (Virus COVID-19) เหตุผลที่ผมจะต้องขอเวลาในการอภิปรายเสริมในครั้งนี้ก็เพราะการที่ได้ลงพื้นที่ต่าง ๆ ในหลาย ๆ จังหวัด รับทราบปัญหาที่แท้จริงจากพี่น้องประชาชน ประกอบกับการได้รับรู้ ปัญหาที่เพื่อน ๆ หลักสูตร ๔ ส. รุ่นที่ ๑๑ สถาบันพระปกเกล้าได้ฝากมานำเสนอในสภา ซึ่งกระผมก็ขอแยกออกเป็น ๒ ประเด็น ก็คือ
ประเด็นที่ ๑ มาตรการและแนวทางในการแก้ไขปัญหา ในปัจจุบันโควิด-๑๙ (COVID-19) เราจะพบว่าส่วนใหญ่จะมาจากแรงงานต่างด้าว ผู้ใช้แรงงานที่กระจายไปอยู่ ตามจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ผมเป็นชาวจังหวัดสระบุรีครับท่านประธาน จังหวัดสระบุรี เท่าที่ปัจจุบันนี้เพิ่งเกิดขึ้นเลยก็คือโรงงานแปรรูปอาหารสัตว์ โรงงานชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ต่าง ๆ ในอำเภอหนองแค โรงงานที่อำเภอแก่งคอย ตอนนี้เขตติดต่อใกล้กันก็คือโรงงานแปรรูปไก่ที่อำเภอช่องสาริกา จังหวัดลพบุรี แต่ละ โรงงานมีผู้ติดเชื้อมากกว่า ๕๐๐ ราย ในแต่ละโรงงานนะครับท่านประธาน ส่วนใหญ่ เมื่อตรวจพบแล้วก็มาจากชาวต่างด้าวทั้งนั้น แล้วก็กระจายไปสู่คนไทย สาเหตุที่คนไทย เหล่านี้ไม่ได้รู้ กลับไปถึงบ้านเรือนของตนเองในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ รอบข้าง ไม่ว่าจะเป็น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสระบุรี จังหวัดลพบุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสิงห์บุรี ก็คือผู้ที่มาใช้แรงงานตามโรงงานต่าง ๆ แล้วก็มีอีกมากมาย การแพร่ระบาดในเมื่อ แพร่ออกไปแล้วสาเหตุที่เขาไม่รู้ว่านำเชื้อโรคเหล่านี้ไปสู่ครอบครัว พ่อแม่ ลูกเต้า เพื่อนบ้าน ญาติพี่น้องได้อย่างไรก็เพราะการตรวจอย่างเชิงรุกของประเทศไทยเรายังไม่กล้าพอที่จะ ตรวจแบบเชิงรุก มีการบอกว่าถ้าตรวจมากก็จะเจอมาก ตรวจน้อยก็จะเจอน้อย ตัดสินใจ ไม่ตรวจก็จะไม่เจอเลย มันจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้มีคนป่วยเพิ่มมากขึ้น ๆ จนคิดว่า ในวันสองวันข้างหน้านี้ก็คงจะแตะหลักหมื่นราย และมีผู้เสียชีวิตมากกว่าหลักร้อยราย เป็นต้นไปอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากว่ารัฐบาลกล้าพอที่จะยอมรับความเป็นจริงและยอมที่จะ ปูพรมในการตรวจแบบปูพรมให้ทั่วทั้งประเทศ แล้วก็คัดกรองในการแยกกลุ่มของผู้ติดเชื้อ แล้วก็นำไปรักษา ผมคิดว่าวิธีนี้คงจะเจ็บเพียงนิดเดียว แต่ก็จะแก้ไขปัญหาได้อย่างแน่นอน ก็ฝากท่านนายกรัฐมนตรีว่าไหน ๆ ก็อยากจะเจ็บแล้วก็เจ็บเพียงอีกแค่นิดเดียว แล้วก็ ต้องกล้าที่จะยอมรับในส่วนตรงนี้ ในครั้งหนึ่งที่ผมเคยชื่นชมนะครับท่านประธานว่าในปีหนึ่ง ที่เคยเกิดปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมมีทหารออกมาช่วยมากมาย ผมคิดว่าครั้งนี้ถ้าทหารกล้า ของเมืองไทยเราออกมาช่วยเรื่องสถานการณ์วิกฤติโควิด-๑๙ (COVID19) ในครั้งนี้คงจะเป็น วีรบุรุษอย่างแน่นอน อย่างเช่นอะไรครับ โรงพยาบาลสนามถ้าหากไปอยู่ในค่ายทหาร เตียงนอนก็มีครับสำหรับทหารเกณฑ์มีมากมาย ตามมณฑลทหารบกต่าง ๆ พื้นที่ก็มีมากมาย แต่ทุกวันนี้เรายังไม่เห็นพูดถึงเรื่องการที่จะใช้ค่ายทหารต่าง ๆ ทั่วประเทศไทยใช้เป็น โรงพยาบาลสนามเลย แต่กลับบอกว่ากลัวทหารเกณฑ์หรือว่าพี่น้องทหารในค่ายทหารนั้น จะติดโควิด (COVID) เลยจะต้องรีบขอฉีดวัคซีนมาฉีด โดม (Dome) ต่าง ๆ ที่ท้องถิ่นสร้างไว้ ตามโรงเรียน ตามหอประชุมเทศบาล อบต. ต่าง ๆ มีอยู่ทั่วประเทศครับท่านประธาน เราน่าจะใช้ตรงนี้ให้เกิดประโยชน์ โรงเรียนไหน ๆ ก็ไม่สามารถที่จะเปิดเรียนได้แล้ว เราควร จะนำโรงเรียนนั้นมาเป็นโรงพยาบาลสนาม แล้วหลังจากที่พ้นวิกฤติตรงนี้ไปเราก็ค่อยทำ ความสะอาดฆ่าเชื้อทีเดียว นี่ก็คือสิ่งที่ผมอยากจะให้รัฐบาลนั้นยอมรับสภาพกับความเป็นจริง มาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ ผมเห็นเพื่อน ส.ส. ผมท่านหนึ่งขออนุญาตเอ่ยนาม ส.ส. มงคลกิตติ์ พยายามที่จะรับอาสาเป็นศูนย์ประสานงานต่าง ๆ ให้กับผู้ติดเชื้อมาหลายร้อยราย ประสบความสำเร็จบ้าง ล้มเหลวบ้าง แต่ก็สามารถช่วยชีวิตคนมาหลายสิบคนแล้ว ส.ส. วรรณวิภา ไม้สน ซีกรัฐบาล ออกไปเยี่ยมผู้ป่วยภาคแรงงานที่ถูกกักตัวมีถึง ๔๐๐ คน แต่ได้ข้าวกล่องเพียงแค่ ๕๐ คน นี่คือสิ่งที่รัฐบาลหยิบยื่นให้หรือครับท่านประธาน ผมคิดว่า ในทุกวันนี้ถ้ามีเพื่อน ส.ส. ทุกคนที่ทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ผมขอยกตัวอย่าง น้องคนหนึ่ง ส.ส. ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เขตบางขุนเทียน ลงพื้นที่โดยไม่คิดว่าตัวเอง จะติดโควิด-๑๙ (COVID-19) ถ้าหากจะเป็นไวรัสโควิค-๑๙ (Virus COVID-19) ส.ส. ท่านนี้ คงจะเป็นไปนานแล้วครับ นี่คือความขยันของพี่น้องเพื่อนสมาชิกของเราทุกคน ผมจึง ขอเสนอให้รัฐบาลประกาศล็อกดาวน์ (Lockdown) อย่างจริงจัง แล้วก็มาให้ประชาชน รู้จักดูแลรักษาสุขภาพ มาให้ประชาชนรู้จักดูแลตนเองให้ดียิ่งขึ้นครับท่านประธาน ผลกระทบที่ได้รับจากโควิด-๑๙ (COVID-19) ในครั้งนี้ ไม่เป็นเพียงแต่ที่พี่น้องประชาชน จะตายเพราะโควิด-๑๙ (COVID-19) เมื่อสักครู่นี้เพิ่งลงข่าวก็คือเคส (Case) ที่ผมกับ ส.ส. เต้ ได้ช่วยเหลือไว้ท่านหนึ่ง แต่ในระหว่างที่รอเตียงเขาตัดสินใจไปกระโดดสะพานกรุงธน เสียชีวิต เพิ่งพบศพเมื่อวานนี้เองครับท่านประธาน บ้านอยู่ตรงข้ามกับสภาเรานี่เองครับ ฝั่งบางพลัด นี่คือสิ่งที่น่าสลดหดหู่ใจอย่างยิ่งครับ เพราะฉะนั้นผลกระทบต่าง ๆ มากมาย แม้กระทั่งคนในหมู่บ้านที่ถูกกักตัว ผมขออนุญาตเอ่ยนาม ชาวบ้านวัดหนองโบสถ์ ผมเพิ่งไป เยี่ยมเยียนมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ยอมกักตัวเอง แต่พอใครรู้ว่าตัวเองมาจากวัดหนองโบสถ์ ตำบลหนองกลับ อำเภอหนองบัว จังหวัด นครสวรรค์ ไม่ยอมที่จะรับทำงานครับท่านประธาน ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้เป็นโควิด-๑๙ (COVID-19) เลย แต่คนในหมู่บ้าน คนในอำเภอนั้นเป็น ประเทศไทยเราถึงขั้นวิกฤติที่จะต้อง รังเกียจกันขนาดนี้แล้วหรือครับ เพราะฉะนั้นกับกระผมขอฝากรัฐบาลให้ช่วยเร่งในการ ที่แก้ไข แล้วก็พึ่งพาอาศัยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เราพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับ รัฐบาลอย่างเต็มที่ ขอกราบขอบพระคุณครับ