ตรีนุช แจงนโยบายการศึกษา เน้นรวมโรงเรียน-ยกระดับทักษะ-พัฒนาครู

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๔

ตรีนุช เทียนทอง ชี้แจงนโยบายส่งเสริมการศึกษาต่อของนักเรียนในโรงเรียนขยายโอกาส โดยเสนอแนวทางรวมนักเรียนจากโรงเรียนใกล้เคียงเพื่อใช้ทรัพยากรร่วมกันและยกระดับคุณภาพการศึกษาผ่านโครงการต่างๆ ทั้งจากภาครัฐและเอกชน พร้อมผลักดันนโยบายระยะยาวที่เน้นการพัฒนาทักษะอาชีพ การปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับยุคสมัย และการเสริมศักยภาพครูด้านภาษาและดิจิทัลเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางประชากรและเศรษฐกิจ

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพนะคะ ดิฉัน ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ขออนุญาตตอบกระทู้ถามของกระทรวงศึกษาธิการในเรื่องของนโยบาย ที่จะให้นักเรียนได้รับการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร ซึ่งท่านก็เป็นคนหนึ่งซึ่งให้ความสำคัญ แล้วก็ได้มีการเป็นห่วงเป็นใยในเรื่องของการศึกษามาโดยตลอด ในข้อเป็นห่วงเป็นใย ของท่านที่ได้กล่าวถึงในเรื่องของโรงเรียนขยายโอกาสของกระทรวงศึกษาธิการว่ามีมาตรการ อย่างไรในระยะสั้นและระยะยาว ก่อนอื่นต้องขอเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าที่ผ่านมานั้น รัฐบาลเองได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการยกระดับของการศึกษา แล้วก็ตั้งแต่ปี ๒๕๓๓ คณะรัฐมนตรีเองได้มีมติให้มีการขยายโอกาสการศึกษาภาคบังคับ ให้มีการเรียนภาคบังคับ จากชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เป็นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ซึ่งหมายถึงว่านักเรียนทุกคนจะต้อง ถูกบังคับให้เรียนขั้นต่ำที่สุดโดยไม่มีการเก็บค่าใช้จ่าย เพื่อที่จะลดความเหลื่อมล้ำ แล้วก็เป็นการสร้างโอกาสให้กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาที่จะสามารถเรียนต่อในระดับ ที่สูงขึ้น ส่วนโรงเรียนขยายโอกาสตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กล่าว เรามีโรงเรียน ขยายโอกาสกว่า ๗,๐๐๐ โรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งในข้อมูลที่ผ่านมา เด็กที่จบมัธยมศึกษาปีที่ ๓ จำนวน ๑๔๐,๐๐๐ คน มีเด็กที่เรียนต่อระดับสูงขึ้น จำนวน ๑๓๕,๐๐๐ คน ซึ่งคิดเป็นอัตราร้อยละ ๙๖.๑๓ เปอร์เซ็นต์ เพื่อแสดงให้เห็นว่านักเรียน ที่จบระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๓ แล้วก็ได้มีการเรียนต่อไปจนถึงระดับมัธยมปลายอยู่ในสัดส่วน ที่ได้รับการศึกษาแบบต่อเนื่อง แล้วก็เพื่อที่จะหาความสนใจในเรื่องของการศึกษาให้เสริมสร้าง พัฒนากลุ่มคนเหล่านั้นให้มีขีดศักยภาพในการแข่งขันต่อไป แต่อย่างไรก็ดีในเรื่องของ การพัฒนาระยะสั้น ระยะยาว ก็ต้องยอมรับว่าสิ่งที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเป็นห่วงนั้นก็เป็น เรื่องที่ทางเราได้ให้ความสำคัญ เพราะเนื่องจากไม่ว่าจะเป็นสภาพของเศรษฐกิจแล้วก็สังคม ที่เปลี่ยนแปลงไป โครงสร้างจำนวนประชากรที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจุบันจำนวนนักเรียนที่ลดลงมา ประชากรการเกิดที่ลดลงมา เราจึงต้อง มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องของทำอย่างไรจะให้ผู้เรียน จำนวนนักเรียนที่ลดลงมา ประชากรการเกิดที่ลดลงมา ก็ทำให้เราจึงต้องมีการเตรียมความพร้อมในเรื่องของทำอย่างไร จะให้ผู้เรียนมีในเรื่องของทักษะวิชาชีพ ทักษะชีวิต หรือการพัฒนาชีวิตของนักเรียน และผู้ปกครองให้ดีขึ้น โดยได้มีการจัดลำดับในเรื่องของนโยบายระยะสั้นและระยะยาวดังนี้

ส่วนในระยะสั้นนี้ เนื่องจากตามที่ได้เรียนว่าจำนวนนักเรียนที่ลดลงไป เราก็มี นโยบายที่จะให้พื้นที่ใกล้เคียงโดยนำนักเรียนมาเรียนรวมกัน เราต้องยอมรับว่า ในงบประมาณในพื้นฐานที่มีอยู่จำกัด สิ่งที่กระทรวงพยายามจะทำก็คือได้พยายามที่จะนำ นักเรียนที่โรงเรียนอยู่ใกล้ ๆ ก็สามารถที่จะรวมกันเพื่อที่จะมาใช้ทรัพยากรร่วมกัน ใช้สื่อ ต่าง ๆ ร่วมกัน ให้ครูให้ครบชั้นมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดความมั่นใจให้กับผู้ปกครองและคุณภาพ ของการศึกษาให้ดียิ่งขึ้น อันดับที่ ๒ ก็คือว่ากระทรวงเองได้พยายามคัด แล้วก็เลือกโรงเรียน ขยายโอกาสทางการศึกษาให้เป็นโรงเรียนนำร่อง ได้เข้าโครงการโรงเรียนคุณภาพ ซึ่งประกอบ ไปด้วยโรงเรียนคุณภาพชุมชนประมาณ ๑๒๕ โรงเรียนในเบื้องต้น ซึ่งก็เป็นโรงเรียนสแตนด์ อโลน (Stand Alone) ถึงแม้ว่าจะเป็นโรงเรียนที่ห่างไกล สแตนด์อโลน (Stand Alone) ก็คือเป็นโรงเรียนที่ไม่ว่าจะมีโรงเรียนเด็กเล็กแค่ไหน การเดินทางที่ไม่สะดวกกระทรวงก็ไม่ได้ ทอดทิ้ง เราก็ได้มีโรงเรียนสแตนด์อโลน (Stand Alone) ที่อยู่ในกลุ่มโรงเรียนขยายโอกาส อีก ๓๕ โรงเรียนที่อยู่ในโครงการเหล่านี้ด้วย ประกอบกับทางกระทรวงเองก็ได้มีโครงการ ที่ร่วมกับภาคเอกชนในการทำโครงการทำให้โรงเรียนขยายโอกาสเป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพ ในโครงการของโรงเรียนคอนเนกต์ อีดี (CONNEXT ED) ซึ่งมีโรงเรียนที่เข้าอยู่ในขอบข่ายนี้ ที่อยู่ในโครงการนี้ ที่เป็นในส่วนของคอนเนกต์ อีดี (CONNEXT ED) นี้ ๑,๗๘๓ โรงเรียน โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนาก็เป็นโรงเรียนอีกโรงเรียนหนึ่งที่ภาคเอกชนได้มาร่วมกับกระทรวง แล้วก็ทำให้การบริหารจัดการโรงเรียนมีอิสระมากยิ่งขึ้นอีก ๖๙ โรงเรียน โครงการโรงเรียน คุณภาพประจำตำบลที่เป็นในส่วนเฉพาะของขยายโอกาสอีก ๓,๖๒๔ โรงเรียน อันนี้ก็เป็น เบื้องต้นในส่วนของการที่เราจะทำในระยะสั้นและเร่งด่วน

ในส่วนของระยะยาว ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ให้ความเป็นห่วง แล้วก็ในเรื่องของการศึกษา ซึ่งขณะนี้ตามที่โลกได้เปลี่ยนแปลงไป ในการเรียนการสอน ให้สอดรับกับศตวรรษที่ ๒๑ ก็เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นมาก เราได้มีการพัฒนาโรงเรียน ให้มีความพร้อมในเรื่องของการสร้างอาชีพ คือเป็นโรงเรียนในเรื่องของโรงเรียน เตรียมอาชีวะ ซึ่งเน้นการจัดการศึกษาเพื่อให้มีการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันอาชีวศึกษา สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน และมหาวิทยาลัยท้องถิ่นในการพัฒนาหลักสูตรเรื่องอาชีพ เพราะเรามองเห็นว่าในการศึกษาในภาคอนาคตนั้นเด็กที่อาจจะมีความถนัดในเรื่องของ วิชาการก็อีกกลุ่มหนึ่ง ส่วนเด็กที่อาจจะมีความค้นพบตัวเองว่าอาจจะต้องการไปใน สายอาชีพนั้น เพราะฉะนั้นหลักสูตรในเรื่องของการเตรียมทักษะอาชีพนี้จึงได้มีการที่จะ นำเข้ามาเพื่อจะแนะนำและแนะแนวเข้ามาอยู่ในหลักสูตรในโรงเรียนขยายโอกาสค่ะ

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือในเรื่องของบุคลากรทางการศึกษา คุณครูก็จะต้อง พัฒนา แล้วก็เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นเดียวกัน เราได้มีการพัฒนา คุณภาพและประสิทธิภาพของครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้มีสมรรถนะในเรื่องของ ภาษา แล้วก็ในเรื่องของดิจิทัล (Digital) ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นในการที่จะต้องพัฒนา ในเรื่องของหลักสูตรและสมรรถนะในโรงเรียนขยายโอกาสต่อไป ในเบื้องต้นก็ขอนำเรียน ข้อมูลท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติค่ะ ขอบคุณค่ะ