ตรีนุช เทียนทอง หารือเรื่องมาตรการในการแก้ไขปัญหาการขยายโอกาสในการศึกษา โดยเน้นย้ำถึงการสนับสนุนการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ฟรี และการให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่มีฐานะยากจน โดยมีการส่งเสริมและสนับสนุนเงินอุดหนุนปัจจัยขั้นพื้นฐานเรียนฟรี ทุนการศึกษาจากกองทุนเพื่อความเสมอภาค ภาคเอกชน และมูลนิธิต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนมีโอกาสการศึกษาต่อและพัฒนาคุณภาพชีวิต
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ ขออนุญาตตอบคำถามที่ ๒ ต่อท่านผู้ทรงเกียรติที่ได้ถามเมื่อสักครู่นี้ถึงมาตรการ ในการแก้ไขปัญหาโรงเรียนขยายโอกาสในการที่จะทำให้การศึกษานี้สูงขึ้นไปได้อย่างไร ในเบื้องต้นขอเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระทรวงศึกษาธิการนั้นถึงแม้เราจะมีการศึกษา มีกฎหมายที่เป็นภาคบังคับให้นักเรียนเรียนถึง ม. ๓ ก็จริง แต่ผู้เรียนสามารถเรียนฟรี ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หรือ ปวช. ก็คือเรียนฟรีโดยถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ซึ่งที่ผ่านมานั้น กระทรวงเอง รัฐบาลเอง ได้มีการส่งเสริมในเรื่องของการให้ผู้เรียนได้เข้าถึงการศึกษา แม้ว่า จะมีกฎหมายภาคบังคับถึง ม. ๓ เรียนฟรีถึง ม. ๖ เราก็ได้มีการสนับสนุน เพราะกระทรวง เข้าใจว่าในสถานการณ์เช่นนี้ ในสถานการณ์ที่เรามีปัญหาในเรื่องของรายได้เป็นเรื่องของ เศรษฐกิจเอง ที่ผ่านมาเราได้มีการสนับสนุนให้ได้มีค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงจบการศึกษาขั้นพื้นฐานให้เรียนฟรี โดยที่จะต้องมีค่าใช้จ่าย ทั้งหมด ๕ รายการที่อยู่ในหมวดของที่จะเป็นค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนในกระบวนการเรียน ของเด็กแล้ว ซึ่งแต่ละปีใช้งบประมาณ ประมาณ ๓๗,๐๐๐ ล้านบาท เป็นในส่วนของ โรงเรียนขยายโอกาสประมาณ ๘,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งนอกเหนือจากค่าใช้จ่ายในการเรียนฟรีแล้ว ในส่วนพื้นฐานที่นักเรียนหรือผู้เรียนมีฐานะยากจน ในระดับประถมการศึกษาขั้นพื้นฐานก็จะ ได้มีการสนับสนุน ๑,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี ส่วนในระดับมัธยมต้น ๓,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี อันนี้คือเป็นยอดเงิน เป็นงบประมาณที่จะได้อุดหนุนให้สำหรับนักเรียนหรือผู้เรียนที่อาจจะ มีรายได้น้อย เพื่อที่จะผลักดันให้กลุ่มคนเหล่านี้ได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษามากยิ่งขึ้นค่ะ
อีกส่วนหนึ่งสำหรับที่มีการช่วยเหลือนักเรียนที่ยากจนและด้อยโอกาส เราก็ มีการสร้างเครือข่ายกับภาครัฐและภาคเอกชน และมูลนิธิต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วน ที่เป็นของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เราได้จัดทำโครงการในการจัดสรร เงินอุดหนุนให้กับนักเรียนยากจนพิเศษ เพื่อสนับสนุนเงินอุดหนุนนอกเหนือจากเมื่อสักครู่นี้ ที่ได้กล่าวมาแล้ว สำหรับครอบครัวที่มีความยากจนเป็นพิเศษในระดับอนุบาล ๑ ถึง ม. ๓ อีกคนละ ๓,๐๐๐ บาทต่อปี ในเฉพาะส่วนของโรงเรียนขยายโอกาสมีนักเรียนที่ได้รับเงิน จำนวนนี้กว่า ๔๐๑,๓๑๙ คน ซึ่งเป็นงบประมาณประมาณ ๑,๒๓๙ ล้านบาท นอกจากนั้นแล้ว กระทรวงเองก็ยังได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน ประชาสังคม แล้วก็มูลนิธิ ในการสนับสนุน ในรูปแบบของอุดหนุน แล้วก็ทุนการศึกษา เพื่อที่จะให้ผู้เรียนได้มีโอกาสเรียนต่อที่สูงยิ่ง ๆ ขึ้น
อีกส่วนหนึ่งที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้มีความเป็นห่วงเป็นใยว่าโรงเรียน ขยายโอกาสนั้นอาจจะไปเน้นในเรื่องของอาชีพโดยทั้งหมด จริง ๆ แล้วเป็นการศึกษา ในระบบมาตรฐานปกติ เพียงแต่ว่าเรามีการเสริมในเรื่องของทักษะอาชีพ แล้วก็เสริมในเรื่อง ของอาชีวะที่จะทำในเรื่องของรูปแบบ ในเรื่องของโครงการอาชีวะแกนมัธยมในการสร้าง โอกาส สร้างอาชีพ เหมือนเป็นทางเลือกหนึ่ง แล้วก็แนะนำให้กับผู้เรียนอีกทางเลือกหนึ่ง ที่เขาจะสามารถที่ว่ากลุ่มหนึ่งถ้าเกิดอาจจะมีความเป็นช้างเผือกก็สามารถที่จะเรียนต่อไป ในระดับสายสามัญ แต่ส่วนหนึ่งที่เขาอาจจะค้นพบตัวเองว่าเขาอาจจะไม่ได้ถนัดในเรื่องของ วิชาการ แต่ถนัดในเรื่องของการที่จะลงมือทำ ในเรื่องของการทักษะอาชีพก็สามารถที่จะ ให้เขามีทักษะอาชีพ และเพื่อที่จะเป็นการแนะนำว่าเขาอาจจะมีทางเลือกในชีวิตในการที่จะ ไปต่อโครงการในเรื่องของอาชีวะต่อได้ด้วย ซึ่งนี่ก็เป็นโครงการอาชีวะแกนมัธยมที่จะ เสริมแทรกเข้าไปอยู่ในหลักสูตรของโรงเรียนขยายโอกาสค่ะ
แล้วสุดท้ายกระทรวงก็ได้ส่งเสริม สนับสนุน ให้นักเรียนที่จบการศึกษา โรงเรียนขยายโอกาสได้เรียนต่อในระดับมัธยมตอนปลาย แล้วก็ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปวช. โดยสนับสนุนเงินอุดหนุนปัจจัยขั้นพื้นฐานเรียนฟรี แล้วก็มีทุนการศึกษาจากกองทุนเพื่อความเสมอภาค ภาคเอกชนและมูลนิธิต่าง ๆ เพื่อที่จะ มาช่วยกัน แล้วก็มีการผลักดันเพื่อให้ผู้เรียนทุก ๆ คนได้มีโอกาสที่จะมีการศึกษาต่อ แล้วก็ได้พัฒนาคุณภาพชีวิตต่อไป ดิฉันเองต้องขอขอบคุณ ท่านอนุรักษ์ บุญศล ที่ท่านเอง ได้ให้ความเป็นห่วง แล้วก็ให้ข้อเสนอแนะต่าง ๆ มีสิ่งใดข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ กับกระทรวง ดิฉันเองก็ยินดีอย่างยิ่งที่จะได้นำไปปฏิบัติ แล้วก็พัฒนาให้กระบวนการเรียนรู้ ต่าง ๆ ในกระทรวงให้พัฒนายิ่ง ๆ ขึ้นค่ะ ขอบคุณค่ะ