นิพนธ์ บุญญามณี ชี้แจงการเยียวยาผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมย้ำบทบาทของรัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงการสนับสนุนจากกองทุนต่าง ๆ โดยระบุถึงความจำเป็นในการเจรจาเพิ่มเติมเพื่อให้ความเสียหายสอดคล้องกับวงเงินเยียวยา พร้อมรายงานสถานการณ์หลังเหตุเพลิงไหม้โรงงานหมิงตี้เคมีคอลว่าสามารถควบคุมมลพิษได้และระดับสารสไตรีนในอากาศต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน จึงปลอดภัยต่อสุขภาพ แต่ยังคงมีสารสไตรีนโมโนเมอร์เหลือในถังประมาณ 700 ตันที่ต้องควบคุมอุณหภูมิเพื่อป้องกันการระเบิดก่อนเคลื่อนย้ายไปกำจัดอย่างปลอดภัยที่สมุทรปราการ โดยขอให้ประชาชนในรัศมี 1 กิโลเมตรยังไม่กลับบ้านชั่วคราวแม้สถานการณ์โดยรวมจะอยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในการตอบ กระทู้ถามสดด้วยวาจาของท่านวุฒินันท์ บุญชู ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด สมุทรปราการ ซึ่งเมื่อสักครู่ก็คงเป็นคำถามต่อเนื่องกับที่ผมได้ตอบท่านกรุงศรีวิไลไปบ้างแล้ว ประเด็นใดที่ตอบแล้วขออนุญาตที่จะไม่ตอบซ้ำได้ไหมครับ เพราะถือว่าได้ตอบไปแล้ว เมื่อสักครู่ เช่น กรณีการเยียวยาก็ขอให้เป็นไปตามระเบียบของกระทรวงการคลังว่า เบิกใช้จ่ายได้กรณีใดบ้าง นอกจากระเบียบของกระทรวงการคลังแล้วยังมีกองทุนช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยของสำนักนายกรัฐมนตรีว่าช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง แล้วก็ได้เรียนตอบ ท่านกรุงศรีวิไลไปว่านอกจากกองทุนต่าง ๆ แล้ว มูลนิธิต่าง ๆ แล้ว มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ก็ได้มาช่วยดูแลกรณีเสียชีวิตแล้วด้วย เราก็ยังมีเงินที่ได้เรียนไปแล้วว่าบริษัทเขาได้มีประกันภัยเอาไว้ส่วนหนึ่ง แต่ว่าถ้าดูจำนวน ๒๐ ล้านบาทที่ตั้งไว้กับจำนวนความเสียหายเบื้องต้นที่สำรวจมาประมาณ ๒๐๙ ล้านบาทนี้ ตัวเลขมันยังห่างไกลกัน อันนี้ก็ต้องนำไปสู่การเรียกว่าพูดคุยเจรจากัน ผมทราบว่าสำนักงาน อัยการสูงสุดเองเมื่อวานก็ได้ลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่ก็ได้โทรประสานงานกับผม แล้วก็แจ้ง เพื่อที่จะลงไปดูแล ทราบว่าหลายฝ่ายได้ลงไปทำหน้าที่ในการดูแลรักษาสิทธิของพี่น้อง ประชาชนอยู่ในขณะนี้ เรื่องความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินนี้เราจะช่วยกันดูแล รัฐบาล จะดูแลอย่างใกล้ชิดนะครับ กระทรวง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะลงมาดูแลอย่างใกล้ชิดต่อไป
ประเด็นที่ท่านสงสัย ท่านตั้งข้อสังเกตไว้ แล้วก็เป็นสิ่งที่กังวลกันมาก ผมจะ ถือโอกาสนี้ได้เรียนก็คือว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมจะขออนุญาตเรียน ซึ่งจากการปฏิบัติงาน การตรวจวัดสิ่งแวดล้อมกรณีเพลิงไหม้และระเบิดโรงงงาน บริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด ผมขออนุญาตเรียนเบื้องต้นอย่างนี้ครับว่า ล่าสุดได้มีการตรวจสอบด้านมลพิษจากเหตุไฟไหม้ ช่วงวันที่ ๕-๗ ในพื้นที่โดยรอบ ในระยะจากโรงงานไปถึงระยะ ๘ กิโลเมตรรอบโรงงาน จำนวน ๑๔ จุด พบว่ามีค่าสารสไตรีน (Styrene) ที่เกิดเผาไหม้ในอุบัติเหตุอยู่ในช่วง ๐.๔๒- ๐.๘๓ พีพีเอ็ม (PPM) ส่วนในล้านส่วนนะครับ ซึ่งไม่เกินมาตรฐานบรรยากาศตามที่ ศภช. กำหนด ก็คือ ๒๐ พีพีเอ็ม (PPM) ก็คือเอาเกณฑ์คนที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอที่สุดรับได้ ก็คือ ๒๐ พีพีเอ็ม (PPM) แต่ว่าเราไปตรวจวัดแล้วก็คืออยู่ระหว่าง ๐.๔๒-๐.๘๓ พีพีเอ็ม (PPM) เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่มีความปลอดภัย เรียนเบื้องต้นอย่างนี้เสียก่อน
ประการต่อมา ก็คือว่าค่าเฉลี่ยทั้งหมดก็ถือว่าพบค่าเฉลี่ยอยู่ในช่วง ๓.๑-๑๗.๔ พีพีเอ็ม (PPM) อันนี้ก็คือเมื่อจากไกลมาถึงใกล้ที่สุด โดยสรุปก็คือไม่เกิน มาตรฐานที่กำหนดเอาไว้ นอกจากนั้นด้านมลพิษน้ำได้มีการตรวจสอบการปนเปื้อนของ สารสไตรีน (Styrene) พบสารสไตรีน (Styrene) ในน้ำจากการดับเพลิงที่อยู่ในบริเวณ โรงงานแต่ไม่พบการปนเปื้อน น้ำในคลองปากน้ำและคลองประเวศบุรีรมย์ หน้าวัดสังฆราชา จากข้อมูลด้านมลพิษสิ่งแวดล้อมจากเหตุไฟไหม้ครั้งนี้ประชาชนโดยรอบสามารถกลับมา ใช้ชีวิตได้อย่างปกติ สถานการณ์สารมลพิษไม่อยู่ในระดับจะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ แต่ควรงดใช้น้ำคลองเพื่อการอุปโภคบริโภคในช่วงนี้เป็นการชั่วคราว อย่างไรก็ตามพบว่า มีถังสารเคมีขนาดใหญ่ไม่ต่ำกว่า ๒,๐๐๐ เมตริกตันที่ยังมีสารสไตรีนโมโนเมอร์ (Styrene Monomer) ตกค้างอยู่ ปริมาณถึงขณะนี้เมื่อเช้า เมื่อก่อนเรามีการคาดการณ์ กันว่าประมาณสัก ๑,๐๐๐ ตัน เมื่อเช้าได้วัดแล้ว ได้ทำการสำรวจล่าสุดข้อมูลเมื่อเช้านี้ ประมาณอีก ๗๐๐ ตันที่ยังเหลืออยู่ในถัง เพราะฉะนั้นในขณะนี้ได้มีการฉีดน้ำดับเพลิง ควบคุมอุณหภูมิอยู่ตลอดเวลาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดมีการสปาร์ก (Spark) ขึ้นมาอีก ถ้าอุณหภูมิสูงสารตัวนี้มันอาจจะก่อให้เกิดการระเบิดได้จึงจำเป็นจะต้องฉีดน้ำควบคุม อุณหภูมิไว้ แล้วก็เพื่อไม่ให้เกิดความร้อน แล้วล่าสุดก็ยังกันพื้นที่ในรัศมี ๑ กิโลเมตรอยู่ ประชาชนที่อยู่ในรัศมี ๑ กิโลเมตรยังไม่ได้ให้กลับเข้าไปในภูมิลำเนาเพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงอยู่ ในขณะนี้ แต่ได้รับรายงานยืนยัน โดยผมได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญของ ปตท. ที่ส่งมาดูแล เรื่องนี้ และทำงานร่วมกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ทางจังหวัดทุกหน่วยในขณะนี้ยืนยันว่า สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นก็คือเชื่อมั่นว่าไม่มีการที่จะมาระเบิดซ้ำ หรือว่ามีไฟไหม้ขึ้นอีก ในขณะนี้ควบคุมไว้ได้ และกำลังอุณหภูมิของสารตัวนี้ให้ลงมาที่ต่ำกว่า ๔๐ องศาเซลเซียส แล้วถ้าต่ำกว่า ๔๐ องศาเซลเซียส ขณะนี้อยู่ที่ ๕๐ กว่าองศาเซลเซียส ถ้าต่ำกว่า ๔๐ องศาเซลเซียสแล้วก็จะสามารถเคลื่อนย้ายสารตัวนี้ออกไปกำจัดได้ ซึ่งคาดการณ์ว่าในวันนี้ถ้าหากว่าควบคุมได้ก็จะพยายามให้อุณหภูมิลดลงให้อยู่ในเกณฑ์ มาตรฐาน แล้วก็จะนำสารตัวนี้ไปกำจัดที่ บริษัท อัคคีปราการ จำกัด จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งมีภารกิจในเรื่องการกำจัดสารเคมีอย่างนี้โดยเฉพาะอยู่แล้ว แล้วก็คิดว่าการเคลื่อนย้าย ก็ให้พี่น้องประชาชนสบายใจได้ เพราะว่ารถที่จะมาเคลื่อนย้ายสารตัวนี้จะต้องเป็นรถที่ใช้ เฉพาะการนี้เท่านั้น จะมีระบบการควบคุมอย่างดีที่สุด แล้วเคลื่อนย้ายสารจำนวน ๗๐๐ ตันนี้ ไปสู่การกำจัดที่โรงงานที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องนี้โดยเฉพาะที่จังหวัดสมุทรปราการนั่นเอง คาดการณ์ว่าถ้าสามารถเคลื่อนย้ายได้แล้วไม่มีอุปสรรคอะไร เราสามารถจะกำจัดได้หมด ภายใน ๒-๓ วัน เพราะฉะนั้นก็เรียนให้ท่านได้สบายใจว่าเรื่องนี้ในขณะนี้รัฐบาล กระทรวงมหาดไทย กระทรวงที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน กรมควบคุมมลพิษ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม ทุกหน่วยได้บูรณาการร่วมมือ กันอย่างใกล้ชิดเพื่อที่จะดูแลความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนให้ดีที่สุด ขออนุญาตตอบ คำถามเบื้องต้นครับ