ชินวรณ์ บุณยเกียรติ หารือถึงความจำเป็นในการดำเนินการประชุมสภาอย่างต่อเนื่องแม้ในช่วงการระบาดของโควิด-19 โดยย้ำถึงความรับผิดชอบของสมาชิกในการเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตนตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้สภากลายเป็นแหล่งแพร่ระบาดและสามารถสะท้อนปัญหาของประชาชนต่อรัฐบาลได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมเสนอให้มีการปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยในรัฐสภา เช่น การตรวจคัดกรอง ระบบติดตามตัว และการแยกเส้นทางของสมาชิกกับผู้มาติดต่อ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและรักษาภาพลักษณ์ของสถาบัน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะกรรมการประสานงานพรรคร่วมในสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ซึ่งวันนั้นก็เข้าร่วม ประชุมด้วย ผมได้ฟังข่าวดังกล่าวนี้ด้วยความไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง ผมจึงไม่โทษ ที่เพื่อนสมาชิกได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาหารือต่อท่านประธานสภา และถึงแม้ผมไม่ขึ้นพูด ผมก็เข้าใจว่าท่านประธานสุชาติ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านก็ต้องชี้แจงเพราะท่านนั่ง เป็นประธาน และผมคิดว่าท่านไม่ควรที่จะเสียหาย และที่สำคัญคือเพื่อนสมาชิกรัฐสภา แห่งนี้ไม่ควรจะเสียหายด้วยความไม่รับผิดชอบของเพื่อนสมาชิกบางคนโดยเอาเรื่องที่ไม่ได้ ศัพท์แล้วก็จับไปกระเดียด แล้วทำให้รัฐสภาเสียหาย ถ้าทำให้เพียงสมาชิกบางคนเสียหาย ผมจะไม่ลุกขึ้นนะครับท่านประธาน ผมยังกราบเรียนท่านประธานว่าท่านประธานได้ทำ หน้าที่ได้อย่างดีเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่าคนคาดหวังว่าที่เรามาประชุมกัน คิดว่าเราจะมาหารือกันว่าเมื่อโควิด (COVID) มีการระบาดมากขึ้นสภาจะหยุดหรือจะปิด แต่ว่าตรงกันข้ามครับ วันนั้นผมจำได้ตัวแทนของท่านประธานรัฐสภาก็ยืนยันชัดเจนว่า เราจะต้องทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เรามาจากการเลือกตั้งของประชาชน ประชาชนกำลังมีปัญหาเรื่องโควิด (COVID) ระบาด ประชาชนกำลังมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ เราจะหยุดการประชุมหรือครับ ผมคนหนึ่งได้พูด ท่านประธานคงจำได้ว่าผมมาจาก ต่างจังหวัดนะครับ ผมนั่งเครื่องบินมาก็เสี่ยงต่อการที่จะติดเชื้อ แต่ในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ต้องรับผิดชอบ และที่สำคัญผมได้เรียกร้องว่าเมื่อมาถึงสภาแห่งนี้ เราทุกคนต้องรับผิดชอบต่อมาตรการของ ศบค. และมาตรการของสภาอย่างเคร่งครัด เพราะสมาชิกรัฐสภาเราจะต้องเป็นตัวอย่างครับท่านประธาน เราต้องเป็นตัวอย่าง และใน วันนั้นผมก็ยืนยันว่าไม่มีใครสักคนหรอกครับท่านประธานที่ได้มีการพูดถึงและเรียกร้องให้มี การฉีดวัคซีนเข็มที่ ๓ ให้กับเพื่อนสมาชิกรัฐสภา ไม่มีครับ มีแต่การพูดถึงเชิงวิชาการ ขอประทานโทษที่คุณหมอชลน่านได้พูดถึงแล้ว แต่ว่าโดยข้อเท็จจริงวันนั้นได้มีการพูดถึง กันว่าเราจะต้องทำงานในฐานะเป็นสมาชิกรัฐสภาอย่างเต็มเวลา เพราะเมื่อมีปัญหามากขึ้น การสะท้อนปัญหาจากพี่น้องประชาชนมายังรัฐบาลเป็นหน้าที่ของพวกเราโดยตรง ก็เลย หารือกันว่าเราก็ต้องประชุมตามวันเวลาปกติตามเดิมทั้ง ๒ วัน แล้วก็ขอให้รัฐสภาหรือ สภาผู้แทนราษฎรได้ดำเนินการมีมาตรการในการที่จะดูแลสมาชิกรัฐสภาและบุคลากร ที่เข้ามาในสภานี้อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะให้มีการตรวจอย่างรวดเร็วที่เรียกว่าแรพิดเทสต์ (Rapid Test) ให้กับคนที่เข้ามาในสภา และผมเป็นคนย้ำเองคนหนึ่งว่าที่สำคัญคือตัวเอง ของแต่ละคน สมาชิกรัฐสภาแต่ละคนเราจะต้องรับผิดชอบตัวเอง เพราะเชื้อนี้ไม่สามารถจะ เดินมาได้เอง นี่เป็นคำพูดของคุณหมอนะครับ เดินมากับคน เพราะฉะนั้นเราต้องเป็น ตัวอย่างในการปฏิบัติตนตั้งแต่หยุดเชื้อเพื่อชาติ ตั้งแต่จนมาถึงขั้นสุดภายในวันนี้ที่เรียกว่า เซลฟ์ควอรันทีน (Self-quarantine) คือการที่เราจะต้องกักกันและดูแลตัวเอง นี่คือ ข้อสำคัญที่สุดที่เป็นมติครับ ส่วนข้ออื่นก็เป็นเรื่องปกติ ในเรื่องของการประชุมกรรมาธิการ ในเรื่องของการที่ได้มีการหารือถึงมาตรการทั้งหมด ๖ ข้อ ซึ่งผมไม่กราบเรียนในรายละเอียด
ผมอยากย้ำประการที่ ๒ ครับท่านประธาน ในวันนี้เมื่อพูดถึงเรื่องนี้แล้ว ถึงแม้ท่านประธานจะตำหนิหรือไม่ตำหนิผู้พูดก็ตาม แต่ผมคิดว่าวันนี้สังคมก็ต้องตำหนิผู้พูด ที่เอาข่าวที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงและไปขยายผลให้สถาบันรัฐสภาของเราเสียหาย แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนให้ท่านประธานและท่านประธานรัฐสภาได้เดินหน้าต่อไป ก็คือว่าเราต้องเดินหน้าการประชุมอย่างเคร่งครัด และขอให้มาตรการที่พวกผมเสนอไป ไม่ว่าจะเป็นแรพิดเทสต์ (Rapid Test) ไม่ว่าจากการตรวจสอบและทำแอปพลิเคชัน (Application) ของสภาที่ใช้มานี้ก็ยังไม่สมบูรณ์เท่าที่ควรครับ ผมคิดว่าอยากจะให้ ครอบคลุมทุกด้านเพื่อสามารถตรวจสอบได้จริงว่าวันนี้สมาชิกรัฐสภาอยู่ที่ไหน ทำอะไร ในขณะนี้ได้มาประชุมในกรรมาธิการหรือมาประชุมในห้องประชุมใหญ่ ประการที่ ๒ ที่เสนอแนะไปก็คือว่าควรแยกเส้นทางระหว่างสมาชิกรัฐสภาที่มาสู่ชั้น ๒ ในห้องประชุม กับเจ้าหน้าที่หรือผู้มาติดต่อออกกันให้ชัดเจนนะครับ เพราะสมาชิกรัฐสภานั้น ๕๐๐ คน ส่วนใหญ่เราก็รู้จักกันหมดครับ เวลาต้องชี้แจงไทม์ไลน์ (Timeline) ผมจะได้บอกถูกว่า ผมเจอใครบ้าง แต่ว่าถ้าไปตรงกับเส้นทางของข้าราชการหรือเส้นทางคนมาติดต่อ ผมบอก ไม่ได้เลยครับว่าเจอกับใครบ้าง เพราะฉะนั้นอยากเรียกร้องท่านประธานให้กำชับว่า เจ้าหน้าที่อย่าไปเกรงใจครับ เราให้พามา ๑ คน พามา ๔ คน พามา ๘ คน อย่างนี้จะมา กร่างที่รัฐสภาไม่ได้นะครับ ผมย้ำท่านประธานอีกครั้งหนึ่งครับ ขอให้ท่านประธานได้กำชับ ฝ่ายเลขาธิการสภาขอให้ควบคุมเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และผมคิดว่าถ้าเราป้องกันได้ก็จะเป็น แบบอย่างที่ดี และถ้าเราไม่หยุดก็ยิ่งจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับบุคคลที่อยู่ด่านหน้า เป็นบุคลากรทางการแพทย์ เขาก็มีความหวังว่าแต่ละคนก็ต้องการที่จะให้วิกฤตินี้เราสู้ไป ด้วยกันและผ่านไปด้วยกัน ขอบคุณครับท่านประธาน