พิมพ์รพี แจงผลกระทบซ้ำซ้อนโควิด-19 เร่งเยียวยาถึงมือประชาชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๔

พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุลมานำเสนอปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดจากวิกฤติโควิด-19 จากข้อมูลจริงในพื้นที่ พร้อมเรียกร้องให้รัฐเร่งกระจายวัคซีนอย่างทั่วถึงและจัดสวัสดิการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการปรับแนวทางการดำเนินมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง เพื่อให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ สังคม และสาธารณสุขเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนและไม่เกิดความซ้ำซ้อนจากข้อผิดพลาดในอดีต

นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ที่ผ่านมา ๒ เดือนที่ปิดสภานี้ ดิฉัน เชื่อว่าเราทุกคนเองก็ลงพื้นที่แล้วก็รับรู้ปัญหาของประชาชน ดิฉันขอแสดงคลิป (Clip) ให้ดู วันที่ลงพื้นที่ในการเยียวยาประชาชนเรื่องของโควิด (COVID) นี้

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“จากบ้านแหลมโฮมสเตย์ค่ะ ตอนนี้อยากให้มีวัคซีนที่ฉีดทั่วถึง ทุกคนค่ะ เพราะว่าตอนนี้ลงทะเบียนไปแล้ว แต่ก็ต้องรอคิวค่ะ เพราะว่าวัคซีนเรามีน้อย ยัง ไม่พอกับประชาชน แล้วก็อยากให้โควิด (COVID) หมดเร็ว ๆ เพราะว่าตอนนี้ว่างงานมาเกือบ เดือนแล้วค่ะ เพราะว่าว่างรอบที่ ๒ แล้วค่ะ ตอนแรกก็คิดว่าจะดีขึ้น ซึ่งโควิด (COVID) ก็เข้า มาอีก ก็กลายเป็นว่าว่างงานไป ๒ รอบแล้ว ก็อยากได้วัคซีน “ถ้าวัคซีน (Vaccine) มาจะฉีด เลยไหม” “ฉีดเลยค่ะ” “ลงชื่อหรือ” “ลงชื่อไปแล้วค่ะ แต่ต้องรอคิวค่ะ” “วันนี้เราได้มาแจก ถุงยังชีพให้กับผู้เดือดร้อน ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการณ์โควิด (COVID) ครั้งนี้นะ ครับ ก็เป็นเสียงจากพี่น้องประชาชนที่มีความต้องการ มีความมั่นใจของวัคซีนที่รัฐบาลจัดมา ให้ครับ” “เอาวัคซีนลงมาเลยค่ะ เราพร้อมจะฉีดแล้วค่ะ”

ท่านประธานคะ นี่คือ เสียงของประชาชน นี่คือเสียงของคนที่ยากลำบาก นี่คือเสียงของแม่บ้านของโรงแรม ซึ่งเจอ โควิด (COVID) ระลอกที่ ๓ แล้ว ปิดครั้งที่ ๑ ปิดครั้งที่ ๒ ปิดครั้งที่ ๓ วันนี้ดิฉันลงพื้นที่เพื่อ ขอให้ประชาชนฉีดวัคซีน ทุกคนยินดีฉีดวัคซีนค่ะ ทุกคนยินดีลงชื่อเพื่อฉีดวัคซีนเพื่อหวังว่า จะเปิดประเทศสักที แต่ท่านประธานคะ เมื่อทำงาน พ.ร.ก. นี้ คือเงินกู้โควิด (COVID) เรามองถึงเอสเอ็มอี (SMEs) เรามองถึงผู้ประกอบการ แต่ท่านประธานคะ นี่ละค่ะคือสิ่งเปลี่ยนผ่านคืองบประมาณที่แบงก์ชาติแล้วก็ธนาคาร แห่งประเทศไทย ธนาคารต่าง ๆ ที่จะทำเพื่อประชาชนและประชาชนเล็ก ๆ น้อย ๆ นี่ล่ะคะ ที่ส่งผลกระทบมากมายทุก ๆ บ้านที่ดิฉันเดินไปคนตกงานทุก ๆ ที่ออกมารับถุงยังชีพ แต่เขา ไม่ได้อยากได้ถุงยังชีพท่านประธาน เขาอยากได้อาชีพ เพราะฉะนั้นวันนี้วิกฤติโควิด (COVID) ตรงนี้ที่มันจะเกิดขึ้นมันเป็นวิกฤติซ้อนวิกฤติ เป็นวิกฤติทับซ้อน มีความซ้ำซ้อน เป็นวิกฤติ ของวิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤติสาธารณสุข และวิกฤติทางสังคม ฉะนั้นแนวคิดต่าง ๆ ของ ธนาคารแห่งประเทศไทยที่จะทำในการแก้ไขปัญหานี้อาจจะไม่ได้ใช้วิธีการเดิมได้ค่ะ ต้องคิด แบบใหม่ ทำแบบใหม่ ให้มั่นใจว่าผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นนี้ส่งตรงลงไปถึงประชาชน ท่านประธานคะ ท่าน ส.ส. ในพรรคดิฉันได้พูดหลายท่านค่ะ ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ท่านกนก วงษ์ตระหง่าน ท่านเกียรติ สิทธีอมร ก็พูดตรงกันว่านโยบายต่าง ๆ อาจจะมี ข้อเสียบ้าง แต่ก็ขอให้แก้ไขโดยวิธีการทำให้ตรง ลงแก้ไขปัญหาโดยให้ประชาชน ๑ ปีที่ผ่านมา ที่เราพูดเรื่องนี้ก็ผิดพลาดค่ะ เงินกู้ครั้งก่อนที่บอกไม่ถึงประชาชน ทุกคนก็พูดแล้วไม่ถึงจริง ๆ ดิฉันพูดในสภานี้พูดเป็น ๒ ปีแล้วก็ไม่ได้รับการแก้ไข ก็หวังว่าครั้งนี้จะแก้ไขปัญหาได้นะคะ แล้วก็ต้องมีผู้ที่รับผิดชอบ มิเช่นนั้นสภาเองจะไม่สามารถเซ็นเช็คเปล่าเงินกู้นี้ให้ได้อีก และผลมันเฟล (Fail) อีก ล้มเหลวอีก ซ้ำ ๆ ซาก ๆ นี้ คนที่รับผลหนักที่สุดคือประชาชน ฉะนั้นขอให้มั่นใจว่าไปดูกระบวนการทำให้ดี อย่าเพียงแต่ให้เงินนี้ วิธีการนี้เป็นเพียงแค่ การปลดเปลื้องภาระของธนาคารพาณิชย์ที่ไม่ต้องจ่ายเอ็นพีแอล (NPL) ขอให้นโยบายต่าง ๆ คิดโดยส่งผลลงตรงที่ประชาชน ดิฉันเอาสภาพประชาชนมาให้ดูนะคะ ดิฉันเชื่อว่าคนของ แบงก์ชาติก็เป็นคนเก่ง ของรัฐบาลก็มีคนเก่ง แต่อาจจะลืมมองว่าท่านที่ทำงานทุกวันนี้ยังมี เงินเดือนอยู่ แต่ชาวบ้านทุกวันนี้ที่ตกงานไม่มีจะกินแล้วมันเป็นความเร่งรีบที่ต่างกัน เพราะฉะนั้นแนวคิดของผู้หญิงคนนี้ที่อยู่ในคลิป (Clip) นี้สามารถข้ามผ่านโควิด (COVID) ไปได้อย่างไร เขาสามารถมีเงินกู้ที่พอจะคิดสร้างฐานะ เลิกจากการเป็นเมด (Maid) ในโรงแรมร้านอาหารที่เราจะต้องรอในการเปิดปีหน้าด้วยซ้ำได้อย่างไร ฉะนั้นแนวคิดของเงิน ต่าง ๆ นี้ต้องกลับไปให้สามารถเปลี่ยนผ่านยุคใหม่ของดิสรัปชัน (Disruption) ของประเทศชาติให้ได้ และอีกเรื่องหนึ่งคือดิฉันคิดว่าการคิดในแง่ดีเกินไปอาจจะไม่เหมาะสม ในวันนี้ที่เป็นวิกฤติซ้อนวิกฤตินี้นะคะ ดิฉันเชื่อว่าประเทศไทยในการท่องเที่ยวน่าจะเปิดได้ อีกทีหนึ่งคือเดือนพฤศจิกายนปีหน้าด้วยซ้ำ ขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยคิดเรื่องนี้ไว้ก่อน เพราะว่าเราไม่มั่นใจเลยว่าวิกฤติของวัคซีนนี้จะยาวอีกแค่ไหน ถ้าแอฟริกาแก้ไขไม่ได้ วัคซีน มาจากอินเดียแก้ไขไม่ได้อาจจะรุนแรงกว่านี้ แล้วไม่มีธุรกิจไหน ๆ สามารถทนทาน การเสียหาย ๓ ปีติดต่อกันหรือ ๑,๐๐๐ วันได้ค่ะ ดิฉันฝากความหวังแล้วก็ตั้งใจจะผ่าน พ.ร.บ. นี้ด้วยความมุ่งหวังว่าจะมีกระบวนการกระทำให้เห็นประโยชน์ลงตรง แก้ไขถึง คนตัวเล็กตัวน้อย ประชาชนที่รอคอยความหวังอยู่นะคะ ขอบคุณมากค่ะ