กนก วงษ์ตระหง่าน อภิปรายเกี่ยวกับพระราชกำหนดที่รัฐบาลนำเสนอ โดยชี้ให้เห็นถึงปัญหาวิกฤตธุรกิจเอสเอ็มอีที่ปิดตัวหรือกลายเป็นซอมบี คอมพานี เนื่องจากมีหนี้สูงและขาดทุน พร้อมวิพากษ์ทัศนคติของธนาคารที่ไม่ปล่อยกู้ให้บริษัทเหล่านี้จนกระทบระบบเศรษฐกิจ กนก วงษ์ตระหง่าน เสนอแนะว่า พ.ร.ก. ที่ช่วยด้านการเงินอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องปรับโมเดลทางธุรกิจด้วยการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พัฒนาทักษะผู้ประกอบการใหม่เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มแทนการขายผลผลิตเดิม
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปราย พ.ร.ก. ที่รัฐบาลได้นำเสนอนะครับ
ประการแรกท่านประธานครับ พ.ร.ก. ฉบับนี้อย่างที่หลายท่านได้พูดแล้ว ก็คือการปรับปรุงจาก พ.ร.ก. ซอฟต์โลน เดิม ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทของธนาคาร แห่งประเทศไทย ที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาในเรื่องของการปล่อยกู้ให้กับเอสเอ็มอี (SMEs) ได้ เหตุผลสำคัญที่เราพูดกันมากแล้ว ก็คือว่าธนาคารไม่ปล่อยกู้เพราะว่าดอกเบี้ยที่ได้ไม่จูงใจ กับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ธนาคารกลัวเอ็นพีเอล (NPL) จากเอสเอ็มอี (SMEs) ที่ปล่อยกู้ไป วงเงินค้ำประกันไม่เพียงพอ ระยะเวลาปล่อยกู้สั้นเกินไป นี่คือเหตุผลใหญ่ ๆ ถ้าผมจำไม่ผิด ที่ทำให้ซอฟต์โลน (Soft loan) คราวที่แล้วไม่ประสบความสำเร็จ และมาในครั้งนี้ พ.ร.ก. ฉบับนี้ก็พยายามจะแก้ปัญหาดังกล่าว ผมไม่ขอพูดในรายละเอียดของมาตรการเหล่านั้น เพราะว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้พูดไปแล้ว ผมมีคำถามตรงไปตรงมาว่า จากปัญหาที่ธนาคารได้บอกไว้ว่าเป็นปัญหา ถ้าเรามีซอฟต์โลน (Soft loan) ตามกลไก ใหม่นี้ เอสเอ็มอี (SMEs) จะได้กู้หรือไม่ นี่คือคำถามครับ เพราะว่าถ้าเอสเอ็มอี (SMEs) ได้กู้ ก็ถือว่า พ.ร.ก. นี้ประสบความสำเร็จ ถ้าเอสเอ็มอี (SMEs) ไม่ได้กู้ก็ไม่สำเร็จ ผมคิดว่าอันนี้ ตรงไปตรงมา สิ่งที่เป็นห่วงประการแรก ท่านประธานครับ ก็คือว่าธนาคารพาณิชย์เขาต้อง รักษาผลประโยชน์ของเขาและ พ.ร.ก. ที่เราออกมาวันนี้ก็เป็น พ.ร.ก. ที่ไปอำนวย ความสะดวกและลดความเสี่ยงให้กับธนาคารพาณิชย์ในการปล่อยกู้ ด้วยความหวังว่า ธนาคารพาณิชย์จะปล่อยกู้ แต่เราพบข้อเท็จจริงว่าธนาคารพาณิชย์เวลาปฏิบัติธุรกิจจริงนั้น เขาก็จะเลือกเฉพาะธุรกิจบางประเภทที่เขามีความเชื่อมั่นว่าจะมีอนาคตหลังโควิด (COVID) ก็จะปล่อยกู้ ส่วนธุรกิจที่ไม่มีอนาคตเขาก็ไม่ปล่อยกู้หรอกครับ อย่างเช่น ร้านอาหารก็ไม่ค่อย อยากปล่อย ร้านค้าตามตลาดก็ไม่ปล่อย เกษตรกรก็ไม่ปล่อยโรงงานขนาดเล็กที่อยู่กระจาย ทั่วประเทศก็ไม่ปล่อย โรงแรมขนาดเล็กก็ไม่ปล่อย พ.ร.ก. นี้ก็ไม่ปล่อยเหมือนเดิมละครับ ท่านประธาน ผมอยากทราบว่า พ.ร.ก. นี้ จะทำให้ธนาคารปล่อยในธุรกิจบางประเภท ที่ธนาคารไม่ต้องการจะปล่อยได้อย่างไร นี่คือตัวอย่างที่จะเป็นปัญหาในการปล่อยกู้ครั้งนี้
ประการที่ ๒ ครับท่านประธานที่สำคัญ คือสถานการณ์ของเอสเอ็มอี (SMEs) และความสัมพันธ์เอสเอ็มอี (SMEs) กับธนาคารครับท่านประธาน ประการแรกวันนี้เอสเอ็มอี (SMEs) จำนวนมากปิดตัวไปเรียบร้อยแล้วนะครับ คือตายไปแล้ว ส่วนเอสเอ็มอี (SMEs) ที่ยังไม่ตาย ยังอยู่รอดอยู่มีอาการ ผมอยากจะเรียกว่าไม่ตายแต่ไม่โตครับ บริษัทอันนี้เรา เรียกว่าบริษัทผีดิบครับ ในทุกประเทศทั่วโลกเกิดปัญหานี้เลยเรียกว่าซอมบี คอมพานี (Zombies Company) ครับท่านประธาน ลักษณะของบริษัทผีดิบนี้ก็คือว่ามีหนี้เยอะครับ ยอดขายไม่โต กำไรต่ำ หรือไม่มีกำไร ที่ยังทำอยู่เพราะเจ้าของมีความรักในธุรกิจนั้นมาก เพราะว่าทำตั้งแต่อากงอาม่าก็อยากจะทำต่อ หรือพอจะมีทุนสะสมเดิมก็เอามาประคองไว้ บริษัทผีดิบนี้ผมถามว่าธนาคารจะปล่อยไหมครับ ผมเชื่อเลยครับ ธนาคารไม่ปล่อยหรอกครับ บริษัทไม่ตาย ไม่โต บริษัทผีดิบนี้ไม่ปล่อยหรอกครับ ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมครับท่านประธาน ผมเป็นกรรมาธิการติดตามเรื่องนี้ เรามีเอสเอ็มอี (SMEs) บางจังหวัดมาร้องเรียนกับผม แล้วก็มาร้องเรียนที่กรรมาธิการครับ พอหลังจากเขาร้องเรียนจบเขากลับไปจังหวัดของเขา ครับท่านประธาน เจ้าหน้าที่ธนาคารบอกว่าพวกคุณไปร้องเรียนที่สภาแบบนี้ต่อไป เราก็ไม่ต้องทำการค้ากันก็แล้วกัน ความคิดและทัศนคติของธนาคารที่เป็นแบบนี้จะทำให้ พ.ร.ก. ฉบับนี้ไม่ประสบความสำเร็จครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นปัญหาใหญ่มาก ในเวลาเดียวกันเอสเอ็มอี (SMEs) ที่เป็นผีดิบเงินกำลังจะหมดแล้ว แล้วก็กำลังจะตายแล้ว ครับ เราจะทำอย่างไรในการที่จะช่วยแก้ไขปัญหาในสิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้นการที่ธนาคาร ปล่อยธุรกิจบางประเภท แล้วก็ไม่ปล่อยบางประเภทนั้น เหตุผลของธนาคารชัดเจน และเพราะมากครับ ถ้าไม่สามารถชำระหนี้ได้ เกิดเอ็นพีแอล (NPL) ธนาคารมีปัญหา เอ็นพีแอล (NPL) ขยายตัวมากขึ้นจะกระทบระบบการเงินของประเทศ กระทบเศรษฐกิจของ ประเทศ สิ่งเหล่านี้เป็นคำพูดที่สวยมากครับ แต่ผมอยากจะถามว่าถ้าเอสเอ็มอี (SMEs) ทั้งประเทศตาย เศรษฐกิจของประเทศอยู่ได้ไหมครับท่านประธาน อยู่ไม่ได้ครับ เมื่อเศรษฐกิจของประเทศอยู่ไม่ได้ ธนาคารอยู่ได้ไหมครับ อยู่ไม่ได้ครับ ตรรกะอีกด้านหนึ่ง ของคนยากคนจนทำไมเราไม่ฟังบ้าง ทำไมเราฟังเฉพาะตรรกะของนายธนาคารเท่านั้นครับ ส่วนนี้ผมอยากจะขอให้ทางธนาคารแห่งประเทศไทยแล้วก็ทางกระทรวงการคลัง ได้กรุณาคิดเรื่องนี้ให้มากด้วย สิ่งที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นครับท่านประธาน พ.ร.ก. นี้ เป็น พ.ร.ก. ที่ช่วยทางด้านการเงิน ซึ่งเป็นประโยชน์ดี ผมเห็นด้วย ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล อย่างไรผมก็ยกมือให้ พ.ร.ก. นี้ล่ะครับ เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านสบายใจได้ครับผมอนุมัติแน่ แต่ผมอยากจะฝากข้อสังเกตจริง ๆ เพื่อให้ท่านเห็นว่าคำ อภิปรายของผมนี้เป็นข้อเสนออย่างสร้างสรรค์ ผมไม่ใช่มาอภิปรายเพื่อให้ท่านได้สบายใจ แล้วก็ไม่ได้ช่วยอะไรท่านเลย แต่ผมช่วยชี้จุดอ่อนให้ท่านครับ จุดอ่อนที่เห็นก็คือว่า พ.ร.ก. นี้ เป็น พ.ร.ก. ที่แก้ทางการเงินครับ แต่ พ.ร.ก. นี้ไม่ได้ช่วยให้ธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) เข้มแข็ง สิ่งที่เราต้องการมากกว่าก็คือเอสเอ็มอี (SMEs) ต้องการที่ปรึกษาครับ ที่ปรึกษาเพื่อจะบอก ว่าผมเป็นร้านค้าในตลาด ผมเป็นโรงแรมขนาดเล็ก หลังโควิด (COVID) แล้วผมจะปรับตัว อย่างไร อันนั้นต่างหากที่เราต้องการ นั่นหมายความว่าเราจะต้องเปลี่ยนจากการขายผลผลิต ปกติให้เป็นการขายผลิตภัณฑ์ เราจะทำอย่างไร เช่นเมื่อก่อนนี้ผมขายอาหารสด ต่อไปนี้ ผมขายอาหารพร้อมทานผมจะต้องทำอะไรบ้าง เพื่อจะทำอย่างนั้นได้ เมื่อก่อนนี้ ผมขายผลผลิตทางการเกษตร แต่ต่อไปผมจะต้องขายสารออกฤทธิ์ในผลผลิตนั้น เช่น เมื่อก่อนผมเคยขายฟ้าทะลายโจร แต่ต่อไปผมจะขายสารแอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) ที่อยู่ในฟ้าทะลายโจรผมต้องทำอย่างไรครับ หรือว่าเมื่อก่อนนี้ ผมเป็นโรงแรมที่มีการค้าขายท่องเที่ยวปกติ ต่อไปจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงอาหารและ วัฒนธรรมผมต้องทำอย่างไรครับ โรงแรมของผมซึ่งรับทัวร์ (Tour) ปกติ ต่อไปขอเป็น โรงแรมที่พานักท่องเที่ยวไปชมอารยธรรมและแหล่งผลิตอาหารในพื้นที่ของผม ผมต้อง ทำอย่างไรครับ สิ่งเหล่านี้เป็นโมเดล (Model) ทางธุรกิจแบบใหม่ที่จะต้องมีที่ปรึกษาเข้าไปทำ แต่ พ.ร.ก. เงินกู้นี้ไม่ได้ช่วยที่จะทำเหล่านี้ ไม่เป็นอะไรครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้ผมยังคิดว่า การปรับเรื่องเหล่านี้เพื่อให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านสมาชิกกรุณา ฟังผมหน่อยนะครับ เพราะว่าตรงนี้จะเป็นประโยชน์กับการทำงานของท่าน การจะทำ อย่างนั้นได้เราจะต้องปรับโมเดล (Model) ทางธุรกิจ ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้วยความรู้ และด้วยการจัดการแบบใหม่ครับ เราจำเป็นที่จะต้องพัฒนาทักษะใหม่ เราจำเป็นที่จะต้องยกระดับทักษะใหม่ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ทั้งหมดนะครับ ท่านประธานครับ ซึ่งการจะทำอย่างนั้นได้ พ.ร.ก. นี้ไม่เกี่ยว เพราะ พ.ร.ก. นี้ไม่ได้เกี่ยวข้อง กับเรื่องนี้ ด้วยเหตุผลนี้เองครับท่านประธาน
ประการสุดท้าย ที่ผมขออนุญาตอภิปราย ก็คือว่าด้วยข้อจำกัดของ พ.ร.ก. นี้ ที่ช่วยด้านการเงินให้กับเอสเอ็มอี (SMEs) แต่ยังช่วยไม่ครบ และการช่วยนี้ผมก็ยังเป็นกังวล ว่าธนาคารพาณิชย์ก็จะไม่ให้อยู่ดีละครับ เพราะธนาคารพาณิชย์วันนี้กลัวอย่างเดียว คือกลัวเอ็นพีแอล (NPL) เพราะประเทศไทยวันนี้ก็รู้อยู่ว่าหนี้เราเยอะมาก โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งหนี้ครัวเรือนที่กู้ไปเพื่อการบริโภค หนี้บัตรเครดิตก็ยังใช้ไม่เยอะไม่หมดนะครับ ทั้งหมด ๘ ล้านล้านบาทของประเทศ ธนาคารพาณิชย์กลัวมาก ถ้าจะให้ปล่อยอีกและเสี่ยงอีก เขาไม่ทำครับ ด้วยเหตุผลนี้เองครับท่านประธาน ผมอยากจะเสนอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังว่าเรามีธนาคารพาณิชย์ของรัฐนะครับ ผมไม่ต้องเอ่ยชื่อละครับ ท่านน่าจะใช้ช่องทางนี้ที่กล้าที่จะเสี่ยงมากขึ้นเพื่อช่วยเอสเอ็มอี (SMEs) ให้ได้ครับ เพราะฉะนั้น พ.ร.ก. นี้น่าจะต้องปฏิบัติผ่านธนาคารพาณิชย์ของรัฐ เอ่ยชื่อเลยแล้วกัน นะครับ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธกส. เป็นต้นนะครับท่านประธาน ถ้าทำอย่างนี้ เราจะมีโอกาสมากขึ้นครับท่านประธาน ในเวลาเดียวกันกระทรวงการคลังครับ ขออนุญาต เสนอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเลยว่า ขอให้เร่งออกมาตรการคู่ขนาน พ.ร.ก. ฉบับนี้ในการที่จะช่วยปรับโมเดล (Model) ทางธุรกิจของ เอสเอ็มอี (SMEs) อย่างที่ผม ได้ยกตัวอย่างแล้ว มีเกษตรกรที่ไม่ต้องการขายผลผลิตแล้ว ฟ้าทะลายโจรที่สกลนคร กิโลกรัมละ ๔๐ บาท แต่ถ้าเรายืนยันสารแอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) ราคาตลาดปกติ ๑๐๐ บาท ในสถานการณ์โควิด (COVID) เราขายได้ ๔๐๐ บาทนะครับ อันนี้คือเรื่องจริงที่เราไปทำด้วยตัวของเราเอง และเราทราบครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น ขออนุญาตเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไปที่จังหวัดสกลนคร อำเภอวานรนิวาส และผมจะพาไปดูว่าการปรับโมเดล (Model) ทางธุรกิจเพื่อการแข่งขันหลังโควิด (COVID) ทำได้อย่างไร และประสบความสำเร็จอย่างไร และถ้าท่านทำมาตรการนี้ผมคิดว่าทางรอด ของเอสเอ็มอี (SMEs) จะเกิดขึ้นครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ