สุชาติ ตันเจริญ แจ้งที่ประชุมเกี่ยวกับการตั้งกรรมาธิการการต่างประเทศ การขอขยายเวลาพิจารณาเรื่องจริยธรรม และการรับทราบรายงานผลการดำเนินงานต่าง ๆ จากวุฒิสภา 9 เรื่อง รวมถึงรายงานการเงินและผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมชี้แจงการพิจารณาญัตติการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจรเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งมีการรวมพิจารณาญัตติที่เกี่ยวข้อง 11 ฉบับ พร้อมยกเลิกฉบับของผู้เสนอที่ถึงแก่กรรม และเน้นย้ำให้ผู้เสนอญัตติอ่านหัวข้อเรื่องก่อนเพื่อป้องกันความสับสนจากการมีเนื้อหาคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันทุกประการ ก่อนให้ผู้เสนอญัตติฉบับแรกเริ่มอภิปราย
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ดังนั้นตั้งกรรมาธิการการต่างประเทศซ่อมทั้ง ๒ ตำแหน่งแล้วนะครับ
ต่อไปเป็นเรื่องการขอขยายระยะเวลาการพิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร เรื่องนี้ไม่ได้บรรจุอยู่ในระเบียบวาระนะครับ เนื่องจากท่านคณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร ได้มีหนังสือขอขยายระยะเวลา พิจารณาเรื่องร้องเรียนจริยธรรม ของนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ขอขยายเวลาออกไป ๓๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน มีท่านสมาชิกท่านใดมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร ขยายเวลาการ พิจารณาเรื่องร้องเรียนออกไปตามที่ขอนะครับ ขอไป ๓๐ วันนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
ในวาระที่ ๒.๑ รับทราบการพิจารณารายงานของวุฒิสภามีทั้งหมด ๙ เรื่อง นะครับ
ด้วยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภามีหนังสือแจ้งมานะครับ ว่าที่ประชุมวุฒิสภานั้น ได้ประชุมพิจารณารับทราบทั้งหมด ๙ เรื่องนะครับ ก็คือ ๗ เรื่อง อยู่ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) ในวันอังคารที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ทั้งหมด ได้พิจารณารับทราบรายงาน ๗ เรื่อง คือ
เรื่องแรก รายงานของผู้สอบบัญชี และรายงานการเงินกองทุนประกันสังคม สำนักงานประกันสังคม สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒
รับทราบเรื่องที่ ๒ รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินสำนักงาน ศาลยุติธรรม สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓
รับทราบเรื่องที่ ๓ คือรายงานการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓
เรื่องที่ ๔ ที่รับทราบ รายงานผลการปฏิบัติงาน กสทช. ประจำปี ๒๕๖๓ และรายงานการติดตามตรวจสอบและประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. นะครับ
เรื่องที่ ๕ ที่รับทราบคือรายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่ของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๑ พร้อมรายงานของผู้สอบ บัญชีและรายงานการเงิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๑ นะครับ
เรื่องที่ ๖ รับทราบรายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่ของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๒ และรายงานสถานการณ์ การทุจริตประเทศไทยประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๒ พร้อมรายงานของผู้สอบ บัญชีและรายงานการเงิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒
เรื่องที่ ๗ ที่รับทราบในคราวประชุม ครั้งที่ ๒ ในวันอังคารที่ ๒ นั้นก็คือเรื่อง ที่ ๗ คือรายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓ และรายงานสถานการณ์การทุจริตประเทศไทย ประจำปี งบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๓
ทั้งหมด ๗ เรื่อง ตามที่รายงานที่ประชุมนะครับ ทางวุฒิสภาได้รับทราบ เมื่อการประชุมของวุฒิสภา ครั้งที่ ๒ และมีอีก ๒ ฉบับ ที่เขารับทราบในที่ประชุมของวุฒิสภา คือการประชุม ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) ในวันจันทร์ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ที่ประชุมนั้นได้รับทราบ ๒ เรื่องนะครับ ของวุฒิสภานะครับ คือ
เรื่องแรก รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนจัดรูปที่ดิน เพื่อพัฒนาพื้นที่กรมโยธาธิการและผังเมือง สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ และ
รับทราบเรื่องที่ ๒ รายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานการตรวจเงิน แผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ รวมทั้งสิ้น ๙ เรื่องนะครับที่วุฒิสภาได้รับทราบ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ต่อไปเป็น การพิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมของเราเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน ในวาระที่ ๕.๑๙๓ เป็นญัตติเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาศึกษา การเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) เพื่อหาแหล่งรายได้ใหม่จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ ซึ่งท่านภาคภูมิ บูลย์ประมุข และท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร พรรคพลังประชารัฐ เป็นผู้เสนอ และนอกจากนี้ ก็มีญัตติที่อยู่ในเรื่องเดียวกัน หรือคล้ายคลึงกัน หรือเกี่ยวเนื่องกันอีก ๑๒ ฉบับ ซึ่งจะนำมา พิจารณารวมกันเลยนะครับ ญัตติฉบับแรกของท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง และท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เป็นผู้เสนอ ในฉบับที่ ๒ มีของท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เป็นผู้เสนอ ในญัตติฉบับที่ ๓ มีของท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ เป็นผู้เสนอ ในฉบับที่ ๔ เป็นของท่านนพดล แก้วสุพัฒน์ เป็นผู้เสนอ ในฉบับที่ ๕ มีของท่านหมอจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ฉบับที่ ๖ มีของท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ ท่านเสนอมาทั้ง ๒ ฉบับ ฉบับที่ ๗ มีท่านสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล นะครับ ฉบับที่ ๘ มีท่านมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ฉบับที่ ๙ เป็นของท่านพิเชษฐ สถิรชวาล และท่านพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ฉบับที่ ๑๐ เป็นของท่านบุญญาพร นาตะธนภัทร ฉบับที่ ๑๑ เป็นของ ท่านชัชวาลล์ คงอุดม และฉบับที่ ๑๒ เป็นของท่าน พลตรี ทรงกลด ทิพย์รัตน์ ซึ่งท่าน ถึงอนิจกรรมไปแล้วนะครับ ผู้เสนอญัตติไม่อยู่ เพราะฉะนั้นฉบับที่ ๑๒ ผมขอเอาออกนะครับ ขอให้ที่ประชุมถอนออกไป เพราะฉะนั้นจะเหลือ ๑๑ ฉบับ รวมกับฉบับหลัก ของท่านภาคภูมิ กับท่านอรรถกร จะนำมาพิจารณารวมกันเลยนะครับ ที่ประชุมคงไม่ขัดข้องนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่ขัดข้องก็ขอให้ดำเนินการต่อไปครับ ขอผู้เสนอญัตติทุกท่านนะครับ ทุกฉบับ อย่างน้อยที่สุด ให้ท่านได้อ่านหัวข้อเรื่องก่อน เพราะอาจจะคล้ายคลึงกัน แต่ไม่เหมือนกันทุกคำพูดนะครับ ในหัวข้อไม่เหมือนกันทุกตัวอักษร ดังนั้นให้ท่านอ่านหัวข้อซึ่งมันคล้ายคลึงกัน เป็นเรื่อง ทำนองเดียวกัน อาจจะเกี่ยวเนื่องกันด้วยนะครับ ถ้าท่านไม่อ่านทั้งฉบับ ท่านก็อ่านเฉพาะ หัวข้อเรื่องก่อนครับ หัวข้อญัตติ เชิญท่านเจ้าของญัตติฉบับแรกครับ ท่านภาคภูมิหรือ ท่านอรรถกรก็ได้ครับ เสนอครับ