เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล หารือปัญหาการจัดสรรโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลให้ผู้ค้ารายย่อยอย่างเป็นธรรม พร้อมเรียกร้องให้กองสลากดำเนินการตามมติเปิดลงทะเบียนเพิ่มเติม 100,000 สิทธิผ่านธนาคารกรุงไทย และเสนอแนวทางคัดกรองผู้มีสิทธิโดยเน้นผู้มีรายได้น้อยหรือไม่มีรายได้ประจำ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมและเป็นธรรมในการเข้าถึงสิทธิจริงๆ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นผมต้อง กราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้บรรจุกระทู้ถามเรื่องของการจัดสรรโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล ประเภทบุคคลทั่วไปหรือรายย่อยเข้าสู่การพิจารณาในครั้งนี้ แล้วต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมครับ ท่านอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ที่ท่าน ได้กรุณามาตอบกระทู้ถามครั้งนี้ด้วยตัวท่านเอง ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าผมในฐานะ ที่เป็น ส.ส. ของจังหวัดเลยซึ่งเป็นจังหวัดที่มีผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นจำนวนมากผมมี ความจำเป็นที่จะต้องใช้ความพยายามในการผลักดัน แล้วก็ช่วยเหลือพี่น้องชาวจังหวัดเลย ในรูปแบบของรัฐสภา โดยหลายครั้งที่ต้องมีความพยายามเนื่องจากว่าพี่น้องที่เป็นผู้ค้าสลาก เขาประกอบอาชีพแบบนี้เป็นอาชีพสุจริต แล้วก็เป็นอาชีพที่ไม่ได้ผิดกฎหมายใด ๆ มีความจำเป็น ที่จะต้องช่วยพี่น้องชาวจังหวัดเลย ต้องกราบเรียนว่าในครั้งหนึ่งเมื่อเดือนสิงหาคมปี ๒๕๖๒ ผมได้หารือต่อท่านประธานชวน หลีกภัย เกี่ยวกับเรื่องของผู้ค้าสลาก ซึ่งขอให้ท่านประธานได้ แจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการชะลอการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดโดยการล่อซื้อ หรือจับผู้ค้าสลากเกินราคา เพราะเหตุว่าผู้ค้าสลากซึ่งประกอบอาชีพสุจริตซื้อสลากมาก็ราคาเกิน ที่ทางกองสลากกำหนดไว้ก็คือ ๘๐ บาทแล้ว และมีความจำเป็นที่จะต้องหารายได้เพื่อจุนเจือ ครอบครัว แล้วยิ่งในสถานการณ์เศรษฐกิจแบบนี้แล้วก็ภาวะโควิด (COVID) ซ ้าเติมเข้ามาอีก ก็มีความจำเป็นที่จะต้องขอผ่อนผันในครั้งนั้น ต่อมาในปี ๒๕๖๓ ผมก็ใช้เวทีของสภาแห่งนี้ ในห้องกระทู้แยกเฉพาะได้ตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครั้งหนึ่งแล้ว ในครั้งนั้นท่านสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังได้มาตอบในเรื่องของ วิธีการในการจะจัดจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลให้ตรงไปถึงผู้ค้าสลากตัวจริง ซึ่งก็จะได้รับสลาก ในราคา ๗๐.๔๐ บาท แล้วให้เขาขายในราคา ๘๐ บาท อย่างนี้เขาสามารถที่จะทำได้ ไม่ได้มีกำไร อะไรมากมาย แต่เนื่องจากว่าสลากที่ได้รับมันเกินมันไม่ได้รับการจัดสรรตรงจากกองสลาก ทำให้ต้องไปหาซื้อกับยี่ปั๊วมาค้ามาขายเพื่อประคับประคองครอบครัวตัวเองทำให้ราคาขาย มันเกิน ๘๐ บาท ครั้งนั้นก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนในส่วนของกระทรวงการคลัง และก็กองสลาก และผมยังถือโอกาสได้ใช้เวทีสภาแห่งนี้ในการยื่นญัตติเพื่อขอให้สภาแห่งนี้ได้ตั้ง คณะกรรมาธิการมาศึกษาระบบการจัดจำหน่ายสลากของกองสลาก ซึ่งขณะนี้อยู่ในคิวลำดับต้น ๆ ของกระทู้ที่ค้างอยู่ในสภา แล้วก็หวังว่าจะได้รับการนำเสนอญัตตินี้ในเวลาอันใกล้นี้ครับ สำหรับ วัตถุประสงค์หลักของการเสนอกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในวันนี้ก็สืบเนื่องจากการที่ทางบอร์ด (Board) ของกองสลากเมื่อปี ๒๕๖๓ เคยมีมติว่าจะมีการ เพิ่มสิทธิในการขึ้นบัญชีจองซื้อสลากผ่านธนาคารกรุงไทยอีก ๑๐๐,๐๐๐ สิทธิ ในครั้งนั้นผมได้มี โอกาสเข้าไปขอพบท่านประธานบอร์ด (Board) กองสลากในครั้งนั้นเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงและ นำเสนอข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ในการที่จะให้ผู้ที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ค้าตัวจริงให้ได้ และผลวันที่ ๒๘ ตุลาคมปี ๒๕๖๓ ท่าน พันตำรวจเอก บุญส่ง จันทร์ศรี ผอ. กองสลากในขณะนั้นได้ออกมา เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการสลากมีมติเห็นชอบแนวทางแก้ไขราคาสลากเกินราคาโดยจะ เปิดให้ประชาชนขึ้นทะเบียนจองซื้อสลากเพิ่มอีก ๑๐๐,๐๐๐ ราย วันที่ ๓๐ ตุลาคม ปี ๒๕๖๓ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ได้ออกแถลงข่าวว่าบอร์ด (Board) กองสลากมีมติเช่นนั้นจริง ๆ นับตั้งแต่วันนั้นปี ๒๕๖๓ เดือนตุลาคมจนถึงบัดนี้ครับ ยังไม่มี การเปิดให้มีการขึ้นทะเบียนจองสิทธิการซื้อจองสลากผ่านธนาคารกรุงไทยอีก ๑๐๐,๐๐๐ สิทธิเลย ผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลยก็มีความจำเป็นที่จะต้องถามทางท่าน ประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีไปถึงกองสลากครับว่าสิทธิที่จะให้ประชาชนเขาได้มีโอกาสมา จองซื้อในราคาต้นทุนอีก ๑๐๐,๐๐๐ สิทธิ แล้วก็ขายสู่พี่น้องประชาชนในราคา ๘๐ บาท ตามที่ กองสลากกำหนดเมื่อไรที่จะได้ อันนี้คือเหตุผลที่กระผมได้ดำเนินการติดตามเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องผู้ค้าสลากที่ค้าโดยสุจริต แล้วก็หาเช้ากินค ่าลำบากครับ ดังนั้น มีความจำเป็นต้องช่วย จึงขอตั้งคำถามครับ ถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังครับ
คำถามแรก ขอสอบถามถึงความคืบหน้าการลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิในการ จองซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่บอร์ด (Board) ของกองสลากได้มีมติออกมาแล้วว่าจะให้สิทธิเพิ่มอีก ๑๐๐,๐๐๐ สิทธิ มีความคืบหน้าเป็นอย่างไรบ้าง และขออนุญาตที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่ามันเป็น โอกาสดีแล้วครับที่เราจะได้ผู้ค้าตัวจริงอีก ๑๐๐,๐๐๐ ราย ดังนั้นการคัดกรองผู้ที่จะมีสิทธิ ในการลงทะเบียนขึ้นทะเบียนเพื่อจองซื้อสลากอีก ๑๐๐,๐๐๐ รายนั้นกระผมเห็นว่ามีความ จำเป็นครับ อย่างเช่น ผู้ที่เป็นข้าราชการมีเงินเดือนประจำอยู่แล้ว มีรายได้อยู่แล้วก็ไม่มีความ จำเป็นที่จะต้องมารับสิทธิไปขายสลาก หรือผู้ที่มีเงินเดือนประจำ มีผ่านคัดกรองดูได้จากระบบ ประกันสังคมเหล่านี้ครับ ก็ถือว่าเป็นผู้ที่มีเงินเดือนประจำอยู่แล้ว ให้โอกาสของ ๑๐๐,๐๐๐ สิทธินี้ เป็นคนที่เขาหาเช้ากินค ่า เป็นคนที่เขามีรายได้น้อยจริง ๆ เพื่อที่จะมาเอารายได้จากการ ขายสลากไปยังชีพไปประทังครอบครัวดีกว่า นี่คือคำถามแรกที่อยากถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีครับ