สุทิน คลังแสง หารือเรื่องการไปเยือนเมียนมา โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับการไม่เหมาะสมในการไปเยือนเมียนมาเมื่อประชาคมโลกยังไม่รับรองรัฐบาลพม่า และการวิพากษ์วิจารณ์การบริจาควัคซีน โดยกล่าวว่าไม่แน่ใจว่ามันจะไปถึงมือประชาชนที่ต้องการ และนำไปสู่เหตุการณ์ที่ไม่สบายใจของสังคมไทย
ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม สุทิน คลังแสง สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม จากพรรคเพื่อไทย วันนี้ขออนุญาตถามกระทู้ไปยัง ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กรณีที่ท่าน ไปเยือนประเทศเมียนมาเมื่อสัปดาห์ก่อน คือวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ซึ่งการไปเยือน กลับมานั้นเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ เป็นที่สนใจ แล้วก็เป็นที่ไม่สบายใจของประชาชนในวงกว้าง ผมจึงขออนุญาตนำเรียนถึงความกังวลเพื่อจะนำไปสู่คำถามดังต่อไปนี้ครับ ในการไปเยือน ต่างประเทศของท่านรัฐมนตรีคราวนี้มีความผิดปกติและมีความไม่เหมาะสมอยู่อย่างน้อย ๓-๔ ประการ นำมาซึ่งคำถามในวงกว้างของสังคม ดังนี้ครับ
ประการที่ ๑ หลังจากประเทศเมียนมาได้ทำการรัฐประหารเป็นต้นมา ก็เป็นที่ทราบกันดีว่าประชาคมโลกได้มีการตั้งข้อรังเกียจ แล้วก็ได้มีมาตรการแซงก์ชัน (Sanction) และมีมาตรการกดดันให้ประเทศเมียนมากลับสู่ความเป็นประชาธิปไตย โดยด่วน องค์กรที่เป็นทางการชัดเจนที่มีมาตรการออกมาก็คือองค์การสหประชาชาติ ถึงวันนี้ยังไม่ได้รับรองรัฐบาลพม่า ใกล้ตัวเราซึ่งเราเป็นสมาชิกแล้วเป็นหลัก ก็คือประชาคม อาเซียนหรือกลุ่มอาเซียนก็ยังไม่มีการรับรอง แล้วการประชุมอาเซียนครั้งล่าสุดเมื่อ เดือนตุลาคมที่แล้ว อาเซียนเองก็ไม่ได้เชิญพม่าหรือเมียนมาเข้าไปร่วมประชุมด้วย อันนี้คือ ท่าทีชัดเจนของประชาคมโลก แต่เรากลับไปเยือนครั้งนี้ นั่นคือการทำที่สวนทางกับ ประชาคมโลก
แล้วที่ผิดปกติไปกว่านี้ ประการที่ ๒ ก็คือหลายประเทศเขาจะระมัดระวัง ท่าทีในการแสดงออกต่อเมียนมามาก ผมขีดเส้นใต้คำว่า ระมัดระวังท่าทีต่อเมียนมา แม้บาง ประเทศอาจจะไปในเวลาไล่เลี่ยกับเรา แต่เขาจะไปเพียงระดับทูตพิเศษสเปเชียล เอนวอย (Special Envoy) เขาไม่ได้ส่งผู้นำทางรัฐบาลหรือระดับสูงไปอย่างเรา เราผู้นำระดับสูงคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แล้วพ่วงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีไปด้วย ประเทศอื่น ๆ ไม่มี ท่านประธานครับ ที่ส่งผู้นำระดับสูงไป ก็เป็นเพียงระดับข้าราชการคือ ทูตพิเศษเท่านั้นแม้แต่ประเทศจีนซึ่งไม่แคร์ (Care) ใครเลยในโลกเขาก็ส่งเพียงระดับทูตพิเศษ แต่เราส่งระดับนี้ไปด้วยแล้วข้อผิดสังเกตและไม่เหมาะสมประการต่อมาก็คือไปแบบลับ ๆ ล่อ ๆ ทำไมถึงบอกว่าลับ ๆ ล่อ ๆ ไปก็ไม่แถลงข่าว ไม่ได้มีวาระแจ้งกับประชาชนกับสังคมไทยว่า จะไปเรื่องอะไรกลับมาก็ไม่แถลงข่าว แต่ที่เราทราบก็เพราะว่าสื่อเมียนมาเขาได้เริ่มออก แพลมออกมาเขาเปิดเผยเพียงนิดหน่อย แล้วที่เขาเปิดเผยออกมาเราก็เข้าใจด้วยเจตนาว่า เขาเอาเราไปเป็นเครื่องมือในการรับรองสถานะรัฐบาลเขา เขาเพียงเป็นข่าวเท่านั้น แล้วเขา ไม่ได้บอกว่าเจรจาอะไร เจตนาจะให้โลกรู้ว่ารัฐบาลไทยไปเยือนเขานะ ผู้นำระดับสูงนะ นี่คือ การเอาเครดิตของเราไปสร้างเลจิทิมาซี (Legitimacy) คือสร้างความชอบธรรมให้กับเขา และ
ประการต่อมา ท่านประธานที่เคารพครับ ขณะที่เรายังไม่ทราบว่า ไปเจรจาเรื่องอะไร ซึ่งมันจะสอดคล้องกับผลประโยชน์ของประเทศหรือไม่ แต่ก็ทราบว่า ได้ไปมอบของ โดยเฉพาะวัคซีนให้กับพม่า ในขณะที่ประเทศไทยเรากำลังเป็นประเทศรอรับ การบริจาควัคซีนประชาชนคนไทยก็ยังไม่พอสำหรับวัคซีน แต่ท่านไปมอบให้กับเมียนมา แล้วไปมอบให้กับรัฐบาลทหาร ท่านแน่ใจไหมว่ามันจะไปถึงมือประชาชนซึ่งเขากำลัง เข่นฆ่ากันอยู่ จะไปอ้างว่าไปเพื่อมนุษยธรรม มนุษยธรรมมันจะถึงมือประชาชนไหมนี่ต้องคิด แล้วท้ายที่สุดการไปครั้งนี้มันก็นำมาซึ่งเหตุการณ์ที่สอดคล้องกันอยู่ ๓ เรื่อง เป็นที่ไม่สบายใจ ของสังคมไทย ๑. ถัดมาไม่นานเจ้าหน้าที่ระดับสูงของซีไอเอ (CIA) ก็เข้าพบนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบ ไปอะไร เรื่องอะไร นี่เราก็วิตกว่ามันจะกระทบกับประเทศชาติหรือเปล่า และท้ายที่สุดเป็นข่าวเมื่อวานนี้เองครับ การประชุมสุดยอดเพื่อประชาธิปไตยที่สหรัฐอเมริกา เป็นคนจัด ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนธันวาคมนี้ เขาเชิญทั้งหมด ๑๑๐ ประเทศไม่มีชื่อประเทศไทยครับ เขาไม่เชิญประเทศไทยครับ นี่คือความเสียหายในภาพลักษณ์ของประเทศ เกียรติภูมิของประเทศ ระดับความเป็น ประชาธิปไตยมันคือสินทรัพย์ของประเทศนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้การที่เขาไม่เชิญเรา เข้าร่วมประชุมสุดยอดเพื่อประชาธิปไตย เราก็คิดได้ว่าเพราะท่าทีของเราที่ไปสวนทางกับ ประชาคมโลกหรือเปล่า ความเสียหายทั้งหมด เหตุการณ์ทั้งหมดจึงนำมาสู่คำถามที่อยากจะ ถามท่านรัฐมนตรีว่า
คำถามที่ ๑ ท่านมีเหตุผลและความจำเป็นอะไรที่ต้องไปเยือน ไปเจรจากัน เรื่องอะไร มันสอดคล้องกับผลประโยชน์ของประเทศหรือไม่ อันนี้คือคำถามที่จะถาม คำถามแรกครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ