สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล พูดถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการควบรวมกิจการของบริษัทโทรคมนาคม โดยบอกว่าประชาชนจะเหลือค่ายมือถือเพียง 2 รายใหญ่ ทำให้เกิดการผูกขาดในตลาด

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณ ท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในคำถามต่อไปนะครับก็อยากจะเรียนฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรี ในเรื่องผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในเรื่องนี้ แต่ก่อนอื่นผมก็เข้าใจดีนะครับว่าการควบรวม ครั้งนี้เป็นการควบรวมในระดับบริษัทแม่นะครับ บริษัทที่ถือใบอนุญาตประกอบกิจการทั้ง ๒ รายเป็นเพียงแค่บริษัทลูกเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้ว พ.ร.บ. ใน กสทช. ก็มีระบุคำว่า ผู้ควบคุมกิจการ ซึ่งก็หมายถึงบริษัทแม่นั่นละครับ ที่คิดว่าก็ต้องอยู่ในควบคุมนี้เช่นกัน เพราะถ้าผู้ควบคุมหรือผู้ถือหุ้นเจ้าของเป็นรายเดียวกันก็ถือว่าทั้ง ๒ รายจะถือว่าเป็น เจ้าเดียวกัน สภาพความเป็นจริงที่จะเกิดขึ้นหากมีการควบรวมเกิดขึ้น คือประชาชนจะเหลือ ค่ายมือถือให้เลือกเพียง ๒ รายใหญ่เท่านั้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นครับผมเข้าใจดีครับว่า ธุรกิจนี้ ลงทุนสูงแล้วคงไม่สามารถมีคู่แข่งขันในตลาดจำนวนมากได้ มีก็อาจจะไม่ได้สูงถึงขนาด ๑๐ ราย ๒๐ รายก็คงเป็นไปไม่ได้นะครับ แต่ทีนี้มันมีดัชนีที่ใช้วัดความผูกขาดที่ใช้กัน โดยทั่วไปในทางเศรษฐศาสตร์ที่เรียกว่า เอชเอสไอ (HSI) มีค่า ๐-๑๐,๐๐๐ ๐ นี่แปลว่า การแข่งขันสูงมาก ๑๐,๐๐๐ แปลว่าผูกขาดโดยสมบูรณ์นะครับ ซึ่งหากค่าเอชเอสไอ (HSI) เกิน ๒,๕๐๐ ถือว่าการแข่งขันค่อนข้างต ่าแล้ว ก่อนหน้านี้ธุรกิจโทรคมนาคมในไทยมีค่า เอชเอสไอ (HSI) อยู่ที่ประมาณ ๓,๖๐๐ ถ้าหากการควบรวมครั้งนี้เกิดขึ้นค่าเอชเอสไอ (HSI) จะกลายเป็น ๕,๐๐๐ ถือว่าเพิ่มขึ้นสูงมากครับ สภาวะการแข่งขันที่มีน้อยอยู่แล้วจะยิ่ง น้อยลงไปอีก สภาวะการผูกขาดจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และถ้าคิดตามทฤษฎีเศรษฐศาสตร์เบื้องต้นครับ ทฤษฎีเกมตลาดที่มีผู้เล่น ๓ รายกับ ๒ ราย การตัดสินใจในด้านราคาต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ ตลาดที่มีผู้เล่น ๒ ราย เมื่ออยู่ในจุดที่ผู้เล่น ทั้ง ๒ รายมีมาร์เกตแชร์ (Market Share) ที่ทั้งคู่พอใจอยู่แล้วจะไม่ทำให้เกิดการแข่งขัน ทางด้านราคาเกิดขึ้นเลยครับ เราลองมองย้อนกลับไปประมาณ ๒๐ กว่าปีที่แล้วครับ เรามีค่าย มือถือแค่ ๒ ค่าย มีการขายในลักษณะที่เหมือนการล็อกอีมี่ (Log IMEI) เครื่องครับ สุดท้ายแล้ว สภาวะมันคือการขายพ่วง เมื่อซื้อเครื่องที่นี่ซื้อเบอร์ไปด้วย และเครื่องจะไม่สามารถใส่ซิม ของต่างค่ายได้เป็นการขายพ่วงโดยอัตโนมัติ ค่าบริการก็แพง ในยุคที่มีการสื่อสาร แค่เสียง อินเทอร์เน็ต (Internet) แบบจีพีอาร์เอส (GPRS) ก็ยังไม่มีนะครับ ยังค่ารายเดือน ๕๐๐ ขั้นต ่า โทรเบอร์ที่จดทะเบียนข้ามจังหวัดบางทีมีนาทีละ ๘ บาท นาทีละ ๑๐ บาท ในสมัยที่ข้าวจานละ ๒๐ บาทนะครับ จนในตลาดมีผู้เล่นหน้าใหม่มาเป็น ๓ ราย ๔ ราย สุดท้ายอาจจะมีล้มหายตายจากไปบ้างครับ แต่การแข่งขันของตลาดมันสูงขึ้นมากกว่าตอนที่มี ๒ ราย ทำให้ธุรกิจต้องแข่งขันทั้งราคา ทั้งนวัตกรรม ทำให้ทุกวันนี้ประชาชนได้ใช้บริการด้านนี้ ที่คุณภาพดีขึ้นและราคาโดยเปรียบเทียบถูกลง ผมก็สงสัยว่าวันก่อนผมก็ได้ยินท่านรัฐมนตรี ชัยวุฒิเองนี่แหละครับ ผมไม่ทราบว่าท่านรัฐมนตรีจะมาตอบเองนะครับ พอดีผมดูสัมภาษณ์ สื่อที่ท่านรัฐมนตรีชัยวุฒิให้สัมภาษณ์ไว้ ท่านก็บอกว่าจะผูกขาดได้อย่างไร อย่างไรมันก็มี การแข่งขันอยู่แล้ว ธุรกิจมีหลายเจ้าไม่ใช่เจ้าเดียวครับ บางประเทศยังมีแค่เจ้าเดียวเลย ก่อนอื่นเลยครับ การผูกขาดไม่ได้แปลว่าต้องมีเจ้าเดียวถึงจะเรียกว่าผูกขาดครับ ๒ ราย ๓ ราย แต่มีรายหนึ่งกินมาร์เกตแชร์ (Market Share) ไป ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เรียกว่าผูกขาดได้ เหมือนกันครับ มาตรการในการป้องกันการผูกขาดในแต่ละประเทศ คือการป้องกันไม่ให้เกิด สิ่งที่เรียกว่า การครอบงำตลาดครับ ไม่ใช่การป้องกันไม่ให้มีผู้เล่นเพียงรายเดียวแค่นั้น ไม่ใช่ ครับ ที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่า บางประเทศก็ยังมีเจ้าเดียว ผมก็ต้องบอกว่าในเอเชีย (Asia) ก็มี แค่หมู่เกาะโซโลมอนกับเกาหลีเหนือเท่านั้นครับที่มีเจ้าเดียว ถ้าดูทั่วโลกประเทศที่มีเจ้าเดียวคือ ประเทศที่ประชากรต ่ามาก อย่างที่ท่านรัฐมนตรีบอกเลยครับ มันลงทุนสูงครับ ถ้าประชากรต ่า มากมันไม่สามารถมีหลายเจ้าได้ครับ เพราะมันไม่คุ้มทุน ซึ่งการให้ความเห็นแบบนี้ของท่าน รัฐมนตรีชัยวุฒิผมก็ขอเป็นคำถามที่ ๒ ว่าความเห็นนี้มันถือเป็นความเห็นของ คณะรัฐมนตรีนี้หรือไม่ นี่คือการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลเห็นด้วยกับการควบรวมครั้งนี้หรือไม่ รัฐบาลกำลังมองว่าการควบรวมครั้งนี้อาจจะไม่ได้เกิดผลกระทบใด ๆ เลยหรือ เป็นคำถามที่ ๒ ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ