เกียรติ สิทธีอมร หารือการปรับปรุง พ.ร.บ. บริษัทมหาชน โดยเสนอให้ทบทวนกลไกการยินยอมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ กำหนดวิธีปฏิบัติในกฎกระทรวงเพื่อความคล่องตัว ชี้ประเด็นการใช้ระบบพร็อกซีและกรณีประธานไม่เรียกประชุมต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน พร้อมเรียกร้องให้ปรับปรุงการประกาศในหนังสือพิมพ์ที่ล้าสมัย และให้ความชัดเจนเรื่อง "สื่ออิเล็กทรอนิกส์สาธารณะ" เพื่อป้องกันการละเว้นข้อมูลสำคัญ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อยากจะขอร่วมตั้ง ข้อสังเกตเกี่ยวกับการปรับปรุง พ.ร.บ. บริษัทมหาชนที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม จริง ๆ แล้ว โควิด (COVID) มันทำให้เราต้องเร่งปรับ แต่จริง ๆ ที่เรากำลังทำตามที่ผมเห็นก็มีข้อสังเกต อย่างนี้ครับ คือสนับสนุนว่าต้องปรับ แต่ปรับทั้งทีแล้วแก้กฎหมายฉบับหนึ่งมันไม่ง่าย ใช้เวลา ทำแล้วมันต้องตอบโจทย์ทั้งปัจจุบันและอนาคต ณ วันนี้เท่าที่ผมเห็นในร่างนี้ จริง ๆ แล้วผมคิดว่ายังไม่ได้เผื่อถึงเทคโนโลยีในอนาคต แล้วก็มันมีวิธีที่จะปรับวิธีการ ปรับปรุง พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้ตอบโจทย์ได้ทั้งปัจจุบันและอนาคต ซึ่งผมจะนำเสนอต่อไปนี้นะครับ จริง ๆ ท่านทำอยู่เรื่องหลัก ๆ ประมาณ ๕ เรื่อง เรื่องที่ ๑ คือท่านเปลี่ยนวิธีว่าการแจ้ง ความประสงค์ในเรื่องเอกสารต่าง ๆ ให้เลือกได้ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือดั้งเดิมก็ได้ การยินยอม แต่ท่านบอกว่าเหมือนกับท่านปลดล็อก แต่ท่านไม่ปลด ท่านปลดล็อกบอกให้ ทำผ่านอิเล็กทรอนิกส์ได้แต่เขาต้องยินยอมนะ อันนี้ผมเข้าใจครับ แล้ว ณ วันนี้ทำอย่างนี้ ถูกต้องหรือไม่ ถูกต้องครับ แต่ในอนาคตอันนี้จะโบราณ ทำอย่างไรที่ไม่ให้เป็นการตอบโจทย์ แค่วันนี้ ในหลักก็คือว่าขั้นแรกก็คือผสมผสานครับ ยินยอมหรือไม่ยินยอมก็แล้วแต่กรณี ก็ขึ้นอยู่กับผู้ถือหุ้นหรือกรรมการแต่ละคนที่มีขีดความสามารถ หรือมีอุปกรณ์ หรือมี การเข้าถึงได้หรือไม่ แต่อนาคตมันถึงหมด แล้วมันอาจจะไม่ใช่เป็นเพียงสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่เราเห็นวันนี้ทางเดียว เขียนอย่างไร อันนี้ผมคิดว่าหลักการเราคงไม่ได้ขัดข้องต่อกัน ผมคิดว่าเห็นตรงกัน ท่านก็เขียนไว้อีกอันหนึ่งว่า ทั้งประชุมกรรมการ ทั้งผู้ถือหุ้นผมพูด รวมกันไปเลยนะครับ ไม่ต้องพูดแยกรายมาตรา ท่านก็บอกว่ามันมีล็อกอีกอันหนึ่งก็คือว่า ยกเว้นข้อบังคับเขียนไว้เป็นอย่างอื่น อันนี้ผมกังวลครับ เพราะว่าคนเขียนข้อบังคับคือใครครับ คือกลุ่มผู้ถือหุ้นหลัก หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือเสียงข้างมาก ถ้าหากเป็นการที่จะช่วงชิง ความได้เปรียบเสียเปรียบแล้วไปกำหนดในข้อบังคับเพื่อประโยชน์ของตัวเอง อย่างนี้ จะเกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าท่านไปเขียนล็อกไว้อย่างนี้ผมไม่ค่อยสบายใจนะครับ เพราะเราก็เห็นพฤติกรรมของบริษัท มีหลากหลายนะครับ มีทั้งดีและไม่ดี มีทั้งตั้งใจ มีความเป็นมืออาชีพ และมีทั้งที่เผื่อไว้ก่อน เอาเสียงข้างมากเป็นหลักไว้ก่อน แล้วก็ไม่เปิดช่อง เพราะว่ากลัวเสียงข้างน้อย ซึ่งอาจจะมีสิทธิมีเสียงในหลายกรณีจะเข้าถึงได้ เพราะฉะนั้น ตรงนี้เองผมคิดว่าอยากจะให้ทบทวนนิดหนึ่งนะครับ หลักของการเขียนข้อบังคับล็อกไว้ แล้วถ้าเกิดเป็นข้อบังคับซึ่งล็อกไว้แต่มีความได้เปรียบเสียเปรียบเกิดขึ้น แก้อย่างไร อันนี้ ต้องไปว่ากันในชั้นกรรมาธิการ แต่ผมแค่จินตนาการตอนนี้มันมีหลายวิธีที่จะทำได้ แค่เป็นการเขียนให้มันครอบคลุมกว่านี้นะครับ
ประการที่ ๒ ทำไมเราไม่ทำให้แก้ง่ายกว่านี้ครับ ถ้าจะปรับไปสู่อนาคต ทำให้ง่ายกว่านี้ ก็คือว่าบางเรื่องถ้าเป็นวิธีปฏิบัติ ผมไปเขียนกฎกระทรวงครับ แต่ผมเอากฎกระทรวงแนบ ผมไม่พยายามมาแก้กฎหมายถ้ามันเป็นเรื่องวิธีปฏิบัติ ซึ่งหลายเรื่องที่เราพูดกันนี้คือวิธีปฏิบัตินะครับ มันเข้าข่ายว่าไประบุในกฎกระทรวงได้ ทำให้ท่านว่าเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป เหตุการณ์เปลี่ยนไป สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ เปลี่ยนไป เทคโนโลยีเปลี่ยนไป ท่านแก้เฉพาะกฎกระทรวง อันนี้จะทำให้เกิดความคล่องตัว และตอบโจทย์ในอนาคตได้มากขึ้น
ประการที่ ๓ ผมไม่เห็นนะครับ ถ้าเขียนไว้แล้วก็ขออภัย ระบบพร็อกซี (Proxy) ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์มีหรือไม่ คือถ้าท่านบอกว่าประชุมได้แต่พร็อกซี (Proxy) ไปไม่ได้ ยุ่งอีก อันนี้ผมว่าต้องดูให้ชัดนิดหนึ่งว่าถ้ามีแล้วผมก็โอเค (OK) แต่ถ้ายังไม่มี ควรจะเขียนให้ชัด
ประการที่ ๔ ท่านได้แก้กระบวนการถ้าประธานไม่เรียกประชุมนะครับ ในแง่การประชุมกรรมการ การประชุมผู้ถือหุ้น ผมว่าต้องดูเหตุผล คือไม่ใช่พอไม่เรียกประชุม ต้องมีกลไกอย่างโน้น อย่างนี้ อย่างนั้น แต่ไม่ดูเหตุผลคงไม่ได้ ถ้าไม่อยู่ในวิสัย ที่จะดำเนินการจริง ๆ หรือถ้ามันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างกลุ่มหนึ่ง หรือบางกลุ่ม ที่เป็นเสียงข้างน้อยที่จะสร้างปัญหาเพื่อประโยชน์บางเรื่อง ผมว่าอันนี้ต้องชัดว่ามันไม่ใช่ ทุกกรณี มันต้องใช้หลักเหตุผลเข้ามาจับด้วย อันนี้ก็ฝากไว้ไปว่ากันในชั้นกรรมาธิการ
ประการที่ ๕ เรื่องประกาศโฆษณาหนังสือพิมพ์ อันนี้ถกเถียงกันมาก ในประมวลกฎหมายและพาณิชย์ และกฎหมายอื่น ๆ ที่เราพยายามแก้ ว่าอันนี้มันโบราณ ไปไหม แล้วท่านก็ยังเขียนแบบเดิมอีก ผมว่าเป้าหมายคือการให้ผู้ถือหุ้นหรือกรรมการรับรู้ ถูกไหมครับ แต่ถ้าท่านไปเขียนว่าเป็นเพียงเรื่องการประกาศอย่างโน้น อย่างนี้ อย่างนั้น แล้วถ้าเขาประกาศด้วยความตั้งใจ แต่ตั้งใจไม่ให้รับรู้ เคยมีไหม มีนะครับ แก้ปัญหาตรงนี้ อย่างไร หน้าที่ของคนที่ออกหนังสือก็เพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งต้องได้รับถูกไหมครับ แต่เชื่อไหมครับ เมื่อเช้านี้ผมยังเจอกรณีหนึ่งเลยครับ ตั้งใจส่งหนังสือเขียนที่อยู่ผิดไปเบอร์บ้านเบอร์เดียว เท่านั้นเอง เพื่อไม่ให้รับรู้ เห็นไหมครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าต้องคำนึงถึง และลองไป ปรับดูครับ มันมีหลายช่องทางหลายวิธีที่จะปรับในเรื่องเหล่านี้ได้
ประการสุดท้ายครับ ที่กังวลกันมาก ๆ หลังจากที่ได้พูดคุยกับภาคธุรกิจ เขาบอกว่า คำว่า สื่ออิเล็กทรอนิกส์สาธารณะ มันไม่มีคำจำกัดความที่ชัดนะครับ มีคำตอบหนึ่ง ที่ช่วงระหว่างรับฟังความคิดเห็นก็พูดถึงว่า สามารถระบุให้ชัดเจนขึ้นได้ตามที่รัฐมนตรี ประกาศกำหนด ก็ไปแก้กันในกฎหมายดีไหม ฉบับนี้ครับ หรือจะมีช่องทางใด ๆ ที่จะให้ มีความชัดเจนเกิดขึ้น เพราะตัวนี้คือหัวใจสำคัญนะครับ ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ไปว่ากันทีหลัง แต่เป็นหัวใจที่สำคัญที่สุดของการปรับปรุงในเรื่อง พ.ร.บ. มหาชนในครั้งนี้ครับ ขอบพระคุณครับ