สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เรียกร้องให้ใช้อิเล็กทรอนิกส์ในการประชุมบริษัทมหาชนจำกัด เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและความสะดวกสบายให้กับผู้ถือหุ้น และเพื่อให้กรรมการสามารถใช้อำนาจของตนได้อย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาในบริษัท
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ กราบเรียนว่าวาระนี้เป็นวาระ ที่เกี่ยวกับการรับหลักการในร่างพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ถือว่านับถือครับ รัฐบาลก้าวล้ำ ก้าวหน้า ก้าวไกล จริง ๆ ครับ ที่ผมว่าทั้ง ๓ คำนี้เป็นสิ่งหนึ่ง ที่อยากจะอภิปรายไว้ในร่างเอกสารดังกล่าวนี้ครับ เพราะว่าในหลักการทั้ง ๖ วงเล็บที่เขียนไว้ ในเอกสาร ถือว่าล้ำหน้าแล้วก็เป็นสิ่งที่ก้าวไกลไปถึงอนาคต ซึ่งขณะนี้เราประสบปัญหา เรื่องของการติดต่อสื่อสาร สภาเราก็ได้ใช้ไปก่อน บริษัทเพิ่งขยับตาม แต่ถือว่าเป็นสิ่งหนึ่ง ที่แก้ปัญหาให้กับทางผู้ถือหุ้น กราบเรียนท่านประธานครับ ผมเกษียณอายุแล้ว ผมไปนั่งเป็น แชร์แมน (Chairman) ของบริษัทมหาชนอย่างนี้นะครับ ในตลาดเจ็ดร้อยอยู่ ๕ ปี นั่งประชุมเอจีเอ็ม (AGM) มา ๕ ครั้งครับ แล้วก็ประชุมในวาระต่าง ๆ ประเด็นของช่วง ที่โควิด (COVID) เกิดขึ้น มันถึงเป็นปัญหาหลักใหญ่ ๆ นะครับ แล้วผู้ถือหุ้นต่าง ๆ นี้ ก็ไม่สามารถเข้ามาประชุมได้ตามเงื่อนไขที่รัฐบาลใช้พระราชกำหนดบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินมาควบคุมไม่ให้เกิดการติดต่อนะครับ ไม่ว่ากันครับ เพราะว่า เป็นอำนาจของท่าน สิ่งสำคัญก็คือในทั้ง ๖ วงเล็บนี้ ได้พูดถึงเรื่องของการใช้อิเล็กทรอนิกส์ คือสื่อที่เป็นสื่อทันสมัยครับท่านประธาน เรารู้อยู่แล้วว่าโลกวิชวลเวิลด์ (Visual World) หรือโลกของอินเทอร์เน็ต (Internet) มันเข้ามาเปลี่ยนเรา ที่เรียกว่าดิสรัปชัน (Disruption) เราก็คงไม่ต้องพูดกันมากมายนะครับ แต่มันทำให้องค์กรบริษัทมหาชนต่าง ๆ ต้องตื่นตัว แล้วปรับตัวให้ทัน ผู้ถือหุ้นก็อยากอยู่บ้าน อยากรับเอกสารที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาในหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ ที่จะประกาศเรื่องของค่าหุ้น ค่าตัว ค่าเงินปันผล การเชิญชวนประชุมก็ต้องทำได้ ในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดที่ปรากฏอยู่ในอนาคต อนาคตข้างหน้าที่ผมพูดนะครับว่า ในโลกของเมตาเวิร์ส (Metaverse) ก็อาจจะมีหน้าจอของบริษัทนั่งเปิดให้เห็นเลยว่า มีการประชุมเสมือนเข้ามาเยี่ยมชมเอกสาร มาชมเนื้อหาของการจัดทำในการประชุม ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ ในเรื่องของการส่งเอกสารนัดหมายที่จะต้องนัดก่อน ตามกฎหมายที่กำหนด หรือแม้กระทั่งการมอบฉันทะ ทั้งหมดเป็นการเคลื่อนตัวที่ก้าวล้ำ ก้าวหน้า ก้าวไกล แล้วก็ย้ำเลยครับว่าในมาตราที่เกี่ยวข้องในเอกสารโดยเฉพาะการใช้หลัก กรรมการมาคานอำนาจ ๒ คนมาคานอำนาจประธาน มีอยู่จริงครับท่านประธาน ตั้งแต่มาตรา ๘๑ มาตรา ๘๑/๑ และมาตรา ๘๒ ผมถือว่าอันนี้ก็อีกล้ำหนึ่ง เพราะว่า ธรรมดาแล้วตัวประธานแชร์แมน (Chairman) หรือกรรมการบริษัท ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะมี กรรมการผู้จัดการอีกมีซีอีโอ (CEO) อีกที่ควบคุมบริหารจัดการ ถ้ากรรมการบริษัท บอกไม่ประชุม ยังไม่ประชุม ไม่ประชุม ไม่ประชุม มีปัญหาเพราะว่าแคชโฟลว์ (Cash flow) ไม่มี เงินไม่มี ขาดทุน ตอบปัญหาไม่ได้ เพราะนั่งในบอร์ด (Board) ประชุมเอจีเอ็ม (AGM) ต้องตอบผู้ถือหุ้นครับ ตอบแบบชาญฉลาด และตอบให้ได้ดังประเด็นที่ผู้ถือหุ้นถามว่า ทำไมขาดทุน ๒,๐๐๐ กว่าล้านเพราะอะไร แก้ปัญหาไม่ได้หรือ นี่คือสิ่งที่กำลังจะเอามาแก้ไข ความรวดเร็วและทำให้ผู้ถือหุ้นได้รับประโยชน์อย่างมากมายครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการเรียกประชุมเมื่อประธานไม่อยากประชุม กรรมการ ๒ ท่านสามารถใช้สิทธิเรียก ประชุมได้ และสิ่งสำคัญคือการเรียกประชุมนั้น กรณีที่ไม่มีประธาน ก็เรียกได้อีก จุดเน้นอยู่ที่ ทั้ง ๓ มาตรานี้ครับท่านประธาน เป็นการใช้อำนาจของกรรมการ ๒ ท่านอื่น ๆ ที่เห็นว่า จะต้องแก้ไขปัญหา กราบเรียนท่านประธานครับว่า ปัญหาอุปสรรคของการประชุมนั้น อยู่ที่ผู้ถือหุ้นที่จะเข้าร่วมประชุมแล้วสนทนา ดังนั้นการใช้อิเล็กทรอนิกส์เข้ามาสื่อสารกัน ในเรื่องของการแจ้งข้อมูล แจ้งการถือหุ้นให้ทันสมัย ตัวเลขต่าง ๆ มันจะต้องถูกปรับ แล้วก็ให้ผู้ถือหุ้นสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และติดตามการประชุมได้ทันสมัย ทำให้มูลค่าของราคาหุ้นหรือราคาในตลาดหุ้นได้มีการอัป (Up) ขึ้น จากการบริหารจัดการ ของในที่ประชุมและกรรมการที่มาทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร เพื่อจัดการในประเด็นดังกล่าวนี้ ผมก็เลยถือว่าทั้งการเป็นกรรมการในที่จะมาวีโต้ (Veto) ประธานถือว่าเป็นความล้ำสมัย อีกส่วนหนึ่งก็ถือว่าเป็นการบริหารจัดการสมัยใหม่ ที่เข้ามารับแบกรับภาระของ โรคโควิด (COVID) ที่เข้ามาเหยียบและช่วงในการสู้กับ พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่ออกมาใช้บังคับ ขณะนี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ