สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

ซูการ์โน มะทา พูดถึงการแก้ไขพระราชบัญญัติอาหาร โดยเน้นย้ำถึงประเด็นสำคัญ 2 ประเด็น คือ การขอใบอนุญาตผลิตอาหารและจำหน่าย และข้อยกเว้นในการผลิตอาหารตามสถานที่รัฐมนตรีประกาศ ซึ่งอาจกระทบต่อวิสาหกิจชุมชนและวิสาหกิจรายย่อย นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการเพิ่มมาตรฐานในการส่งออกอาหาร และการนำเครื่องหมายฮาลาลมาใช้ในอาหาร โดยเสนอให้มีมาตรการที่ให้คณะกรรมการอิสลามแห่งประเทศไทยมีอำนาจในการลงโทษผู้ที่แอบอ้างตราฮาลาลเพื่อประโยชน์ธุรกิจ

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ขออนุญาตอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติอาหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งในหลักการและเหตุผลตามที่ คณะรัฐมนตรีได้เสนอก็คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. ๒๕๒๒ นั้น เป็นกฎหมาย ที่เก่าและไม่ครอบคลุมกับสถานการณ์ปัจจุบันนะครับ ซึ่งในประเด็นเหล่านี้มีเพื่อนสมาชิก หลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ในหลักการและเหตุผลผมก็ได้พยายามศึกษามาทั้งหมด ประเด็นที่ทางรัฐมนตรีเสนอหรือรัฐบาลเสนอแก้ไขมีทั้งหมด ๑๔ ประเด็นด้วยกัน แต่ผมให้ความสำคัญอยู่ ๒ ประเด็นสำคัญหลัก ๆ นะครับ

ในประเด็นที่ ๑ ก็คือประเด็นเรื่องของการขอใบอนุญาตผลิตอาหาร และเพื่อจำหน่ายในมาตรา ๑๔ ซึ่งเดิมก็ห้ามไม่ให้ตั้งโรงงาน แต่ใน พ.ร.บ. ใหม่นี้บอกว่า ห้ามมิให้ผู้ใดผลิตอาหารและเพื่อจำหน่ายในสถานที่ใด ๆ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้ได้รับ อนุญาต และวรรคท้ายสำคัญก็คือว่า เป็นข้อยกเว้นในวรรคที่หนึ่ง มิให้บังคับในการผลิต อาหารตามสถานที่รัฐมนตรีประกาศ ในกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข ดังนั้นผมก็คิดว่า ในการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ในรายละเอียดของประเด็นเหล่านี้อาจจะไปกระทบ กับวิสาหกิจชุมชนและวิสาหกิจรายย่อยในพื้นที่นะครับ

ประเด็นอีกประเด็นหนึ่งที่ผมให้ความสำคัญคือประเด็นข้อที่ ๑๔ ซึ่งเพื่อน สมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่าในหลักเกณฑ์เรื่องค่าธรรมเนียม ซึ่งจากเดิมมีเพียง การขออนุญาต มีเพียงต้องใช้จ่ายประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท แต่แก้ไขใหม่เป็นฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพครับ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลุ่มวิสากิจ ชุมชนหลายแห่ง หลายอาชีพ โดยเฉพาะที่บันนังสตาก็มีการทำกล้วยหินฉาบ เพื่อส่งออก เพื่อจำหน่าย ถ้าไปทางอำเภอยะรังก็จะมีลูกหยีกวน เมืองยะรัง ถ้าไปทางสายบุรีก็มีบูดู ที่เป็นคล้าย ๆ กับน้ำปลาร้า ถ้าท่านตั้งมาตรฐานในการขออนุญาตเพื่อจัดจำหน่าย ค่าใช้จ่าย สูงถึง ๑๐,๐๐๐ บาทนั้น ผมคิดว่ากลุ่มวิสาหกิจเหล่านี้ก็ไม่มีโอกาสที่จะได้ขยายกิจการ ของตนเองเพื่อส่งออกได้ วันนี้เขาสามารถที่จะจำหน่ายในประเทศได้ แต่อย่าลืมนะครับว่าพื้นฐานของการส่งออกนั้น เรามีตลาดที่ค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะอาหารที่เกิดในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ที่ได้รับ เครื่องหมายฮาลาล (Halal) เรามีกลุ่มเป้าหมายเป็น ๑,๐๐๐ ล้านคนในตะวันออกกลาง ท่านประธานครับ เพื่อไม่ให้การเสียเวลา ผมก็อยากตั้งข้อสังเกตเป็นประเด็น ๆ ไป เพื่อให้ คณะกรรมาธิการได้นำพิจารณาต่อไปนะครับ

ในประเด็นแรกที่ผมให้ความสำคัญก็คือ เรื่องเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยาที่ทำหน้าที่ในการกำกับและดูแล อันนี้ต้องบอกว่าอำนาจหน้าที่ ของคณะกรรมการนั้นมีมากมาย ไม่ว่าการออกกฎหมายอาหาร การกำกับดูแลก่อนสู่ตลาด แล้วก็การกำกับหลังการสู่ตลาด ที่สำคัญผมอยากให้ความสำคัญว่าเจ้าหน้าที่ที่กำกับ ใบอนุญาตเหล่านี้ควรจะมีคุณวุฒิและประสบการณ์ในการทำงานหรือการฝึกอบรมที่ตรงกับ สายงานนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ตามที่กำหนดไว้คือในเรื่องของมาตราเกี่ยวข้องกับเรื่องของ มาตรา ๔๔ เรื่องการอายัดทรัพย์ สิ่งที่ยึดถือและอายัดไว้ตามมาตรา ๔๒ (๒) (๔) (๕) (๖) ก็มีการเขียนไว้แค่ ๓ วงเล็บด้วยกัน ผมอยากให้เพิ่มเติมนะครับ ในกรณีที่มีหลักฐานชัดเจน นะครับว่า คณะกรรมการอาหารและยาและผู้ทรงคุณวุฒิ ได้พิจารณาแจ้งแล้วว่าอาหารนี้ ผลิตทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยแก่ผู้บริโภค ก็ควรที่จะทำลายผลิตภัณฑ์นั้น ออกจาก การผลิตดังกล่าวด้วย อันนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ อภิปรายไปแล้วนะครับ

ในประเด็นที่ ๓ ซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของเพื่อประโยชน์ ในการส่งออก ในมาตราที่ ๒๔ ผู้ส่งออกหรือจำหน่ายออกนอกราชอาณาจักรนั้น ต้องได้รับคุณภาพหรือมีมาตรฐานในการบรรจุภัณฑ์ และการแสดงฉลาก และรายละเอียด ที่กำหนดในการส่งออกนะครับ การแสดงฉลากตรงนี้หรือมาตรฐาน ตามมาตรฐานของ ระหว่างประเทศ โดยจัดให้เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องนั้น ผมคิดว่าในประเด็นนี้ มันมีบทลงโทษนะครับ ซึ่งในสุดท้ายในวรรคหนึ่ง เขาบอกว่าบทลงโทษนี้มีจำคุกตั้งแต่ ๖ เดือน หรือปรับ ๕๐,๐๐๐ บาท หรือผู้ใดนำอาหารควบคุมเฉพาะผลิตขึ้นเพื่อส่งออกมา จำหน่ายในราชอาณาจักรนั้นมันมีบทลงโทษที่รุนแรงมาก จำคุกถึง ๒ ปี ปรับไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้อาจจะทำให้การต่อสู้ในการพัฒนาขยายตลาดสำหรับวิสาหกิจชุมชน ต่าง ๆ อย่างที่ผมกล่าวข้างต้นว่าอาจจะได้รับผลกระทบได้นะครับ

ประเด็นสุดท้ายที่ผมขออนุญาตท่านประธานนำเสนอก็คือ มีเพื่อนสมาชิก หลายท่านได้พูดถึงเรื่องของการโฆษณาชวนเชื่อต่าง ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากเน้นมากในเรื่อง พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. .... ฉบับนี้นะครับ ก็คือเรื่องหลักการนั้นผมเห็นด้วย แต่ที่อยากให้ตั้ง กรรมาธิการได้นำพิจารณาต่อไปก็คือวันนี้ มันมีการอ้างตราฮาลาล (Halal) ซึ่งคณะกรรมการ อิสลามแห่งประเทศไทยเป็นผู้ออกให้ แต่อำนาจในการลงโทษคณะกรรมการอิสลามนั้น ไม่มีอำนาจอะไร ก็อยากฝากทางคณะรัฐมนตรีถึงคณะกรรมาธิการว่าสิ่งเหล่านี้มันมีผลกระทบ กับผู้บริโภคที่นับถือศาสนาอิสลาม ฉะนั้นการนำเครื่องหมายฮาลาล (Halal) มาใช้ในอาหารนั้น ผมอยากให้มีมาตรการที่ให้ทางคณะกรรมการอิสลามแห่งประเทศไทยได้มีมาตรการ ในบทลงโทษด้วย เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับผู้ที่แอบอ้างเอาตราฮาลาล (Halal) ไปใช้ เพื่อประโยชน์แก่ธุรกิจของตัวเองครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน