คารม ตั้งข้อสังเกตค่าธรรมเนียมอาหาร ห่วงผู้ผลิตรายย่อย-โฆษณาเกินจริง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

คารม พลพรกลาง อภิปรายร่างพระราชบัญญัติอาหาร โดยตั้งข้อสังเกตเรื่องค่าธรรมเนียมการผลิตและนำเข้าที่สูง ซึ่งอาจส่งผลต่อความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงระบบของผู้ผลิตรายย่อย พร้อมเสนอให้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมเกษตรกรขนาดเล็กและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างเป็นธรรม โดยเฉพาะการควบคุมการโฆษณาอาหารเกินจริงและการปรับอายุใบอนุญาตโฆษณาให้สั้นลงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแล

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด ต่อร่างพระราชบัญญัติอาหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมคิดว่ามีความจำเป็นที่ ผมต้องลุกขึ้นอภิปรายต่อร่างพระราชบัญญัตินี้อยู่สัก ๓ ประเด็น ประเด็นแรกต้องยอมรับว่า มีการแก้ไขหลายเรื่องในพระราชบัญญัตินี้นะครับ ประเด็นที่ ๒ คือผมพยายาม มองเจตนารมณ์ที่รัฐบาลออกกฎหมายฉบับนี้มา โดยอ้างเพื่อการแข่งขันอุตสาหกรรมอาหาร ธุรกิจอาหารและควบคุม ต้องเรียนนะครับว่าพยายามจะมองด้วยจิตใจที่เราเป็นตัวแทน ราษฎร หลักการและเหตุผลที่ออกมานี้คือ เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทางธุรกิจผลิตภัณฑ์ อาหารในการส่งออก ก็แสดงว่ารัฐบาลมุ่งเน้นที่จะทำผลิตภัณฑ์อาหารในการส่งไปแข่งขัน ในต่างประเทศ ซึ่งโดยหลักการแล้วดีนะครับ เพียงแต่ว่าเท่าที่ดูในรายละเอียดมีหลายอย่าง เมื่อจะมองวกไปถึงเรื่องค่าธรรมเนียมในการอนุญาต ใบอนุญาตต่าง ๆ ในการผลิตอาหาร ใบจดแจ้ง ใบอนุญาตเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนต่าง ๆ ต้องเรียนว่าไม่แน่ใจว่าท่านต้องการ ส่งเสริมใคร ต้องเรียนท่านประธานด้วยความเคารพผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีและบุคคล ที่มาชี้แจงว่าประเทศเราเป็นประเทศเกษตรกรรม หลายท่านที่พูดถึงสอดคล้องกับผมได้เห็น ตรงกันก็คือว่าสินค้าเกษตรที่ไม่มีราคาทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นข้าว แต่เวลาเราแปรรูปไปเป็นแป้ง ไปเป็นเส้นของอาหารต่าง ๆ มูลค่ามันเพิ่มขึ้น แต่เวลาท่านมาเขียนกฎหมายฉบับนี้ ค่าธรรมเนียมในการผลิตภัณฑ์อาหารสูงมาก เดี๋ยวผมจะตั้งข้อสังเกตให้ท่านประธานทราบ แต่ที่สำคัญคือผมอยากเห็นและไม่ค่อยเห็นคือว่า กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการ อาหารและยาซึ่งเกี่ยวข้องกับอาหารในปัจจุบันนี้ ถ้ามองกลับไปที่ชนบทต้องยอมรับว่าสินค้า เกษตรที่มันล้นตลาด เพราะว่ามันแปรรูป มันไปทำเป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากสินค้าเกษตร เป็นอาหารมันไม่ค่อยได้รับการสนับสนุน ซึ่งกฎหมายฉบับนี้จะต้องมุ่งที่จะทำเรื่องนี้ เป็นเรื่องหลัก เพราะท่านเขียนเจตนารมณ์ว่าเพื่อส่งออก เพราะฉะนั้นไม่อย่างนั้น ก็ขัดหลักการที่ท่านออกมา นี่คือเรื่องแรก ประกอบกับถ้าจะมองให้เห็นกันชัด ๆ ก็ไม่ใช่ว่า จะไม่มีส่วนดี ต้องเรียนท่านรัฐมนตรีสาธิตผ่านท่านประธานไปว่า ในเรื่องโฆษณาผมก็ต้อง ชื่นชม โฆษณาที่ท่านสมาชิกจากจังหวัดนครสวรรค์พูดเป็นเรื่องจริง แล้วผมก็จะตั้งข้อสังเกต หรือจะมีคำถามเกี่ยวกับโฆษณาในมาตรา ๗๒/๑๒ ด้วย การโฆษณาที่โอเวอร์เคลม (Over Claim) คือโฆษณาเกินจริง ในต่างจังหวัดซึ่งชาวบ้านที่เขาไม่มีความรู้แล้วเขาคิดว่า ถ้ากินน้ำชนิดนั้นชนิดนี้แล้วหายจากโรคนั้นโรคนี้มีเยอะมาก ผมอยู่จังหวัดร้อยเอ็ด ท่านรัฐมนตรีสาธิตลองไปเปิด ไม่ใช่วิทยุชุมชน วิทยุคลื่นไหนก็แล้วแต่นะครับ เรื่องนี้ คือเรื่องที่ดูเหมือนว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่จริง ๆ คือเรื่องใหญ่ ทานยาผิดประเภท ยาไม่มี คุณภาพและสุขภาพก็เสีย ทานน้ำธรรมดาขวดละพันอย่างที่ท่าน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านวีระกร เขาก็เสียเงินเยอะแล้วเขาอันตรายต่อสุขภาพ แล้วส่วนใหญ่ก็คือคนรวย คือคนที่เห็นช่องทางเท่านั้น เพราะฉะนั้นก็มีคำถามว่าในมาตรา ๔๒/๒ ที่ท่านอนุญาต ให้ใบโฆษณามีอายุ ๕ ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต ผมว่ายาวไป ผมว่าใบอนุญาตโฆษณาถ้าจะตรวจสอบกันจริง ๆ ๒-๓ ปีเท่านั้น เพราะฉะนั้นถ้าอนุญาต โฆษณาไปแล้วเขาไปเลยนะครับ แล้วคนที่ได้รับข้อมูลก็คือผู้บริโภค จะมาฟ้องมาร้องกัน ในทางข้อเท็จจริง กลับมาฟ้องมาร้องไม่มีทางที่จะไปเรียกค่าเสียหายจากคนกลุ่มนี้ได้ แล้วคนเสียชีวิตต่อสุขภาพและเสียหายเยอะ อันนี้ต้องเรียนตรง ๆ ว่าทำไมท่านตั้งไว้ที่ ๕ ปี อันนี้คือคำถามแรก

คำถามต่อไปในส่วนของค่าธรรมเนียม อัตราค่าธรรมเนียมนี้น่าคิดนะครับ ค่าธรรมเนียมมีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ค่าธรรมเนียมที่ผมเห็นด้วยคือ เห็นด้วย ในแง่ของ เขาเรียกใบอนุญาตนำเข้าอาหารในข้อ ๓ ฉบับละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ผมเห็นด้วย เห็นด้วยเพราะอะไร การนำเข้าอาหารมาแข่งขันกับในประเทศ คือมาสู้กับสินค้าที่เป็นอาหาร ในประเทศเรากับท่านสมาชิกที่อยู่จังหวัดลำพูน ท่านสงวนที่ผมเคารพนี่ว่า เขาจะส่งน้ำปลาร้า ที่ทำขึ้นส่งไปขายเมืองนอก ท่านต้องส่งเสริมเพื่อให้สินค้าส่งออก ท่านตั้งค่าธรรมเนียม ในการนำเข้าอาหาร ๒๐๐,๐๐๐ บาท ผมเห็นด้วยผมว่ายังต่ำด้วยซ้ำไป เพราะคนที่จะนำเข้า อาหารมันต้องเป็นบริษัทใหญ่ครับ เขาคำนวณ เขาเรียกมาร์เกตแชร์ (Market Share) หรือคนที่จะซื้อสินค้าหรือว่าดีมานด์ (Demand) ในประเทศได้มาก ๆ ค่าธรรมเนียมใบละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ไม่สูงครับ ท่านเก็บเขาได้มาก เพราะว่าการนำเข้าสินค้า ใบอนุญาตนำเข้า สินค้าอาหารเข้าจากต่างประเทศสูงกว่านี้ก็ได้ เพราะฉะนั้นการอนุญาตมันน่าจะมีเงื่อนไข เหมือนกัน ส่วนใบอนุญาตผลิตอาหารมันน่าจะเป็นเรื่องที่มีขนาดของโรงงานผลิต เพราะฉะนั้นอันนี้คือสิ่งที่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นโดยรวมแล้ว ผมจะสรุปว่าถ้าจะให้ตรงกับ ที่ท่านออกกฎหมายฉบับนี้มาให้ตรงจริง ๆ ท่านต้องมุ่งที่จะส่งเสริมเกษตรกรรายย่อย ที่เขาผลิตสินค้าแล้วเขาอยากจะมีโรงงานอาหารเล็ก ๆ เอสเอ็มอี (SMEs) บ้านผมนี้นะครับ ตรงจริงอย่างที่บอกครับว่ามีเซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) คุณขายของในเซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) คุณต้องได้รับอนุญาต คุณขายของในโรบินสัน ขออนุญาตเอ่ยนาม ก็ต้องผ่าน กระบวนการที่ถูกต้องซึ่งไม่ผิด แต่คนที่เขาไม่ได้ เขาขายอยู่ข้างนอกรอบ ๆ พวกนี้นะครับ ไม่มีใบอนุญาตทั้งนั้นแล้วก็ไม่ได้เข้า อย. นี้เท่ากับว่าไม่ได้ส่งเสริมคนที่เป็นเกษตรกรและเป็น เจ้าของผลิตภัณฑ์เกษตร เพราะฉะนั้นในชั้นกรรมาธิการ ผมจะขออนุญาตแปรญัตติ ในหลายส่วนนะครับ เพราะฉะนั้นในวาระแรกขอแสดงทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วยแล้วก็อยากจะให้ใส่ ความคิดเห็นที่ทุก ๆ ท่านพูดเข้าไปในชั้นแปรญัตติที่จะต้องมีการแปรญัตติต่อไป ขอบคุณครับ