นิกร จำนง แสดงความเห็นสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติอาหารฉบับปรับปรุงเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมการส่งออก แต่ท้วงติงปัญหาความซ้อนทับของกฎหมายและนิยามคำว่า "อาหาร" กับ "โรงงานผลิตอาหาร" ที่ก่อความสับสนและกระทบเกษตรกร พร้อมเรียกร้องให้ชี้แจงขอบเขตหน่วยงานอย่างชัดเจน รวมถึงท้วงการขึ้นค่าธรรมเนียมที่พุ่งสูงและข้อกำหนดใหม่ที่เพิ่มภาระต้นทุนผู้ส่งออก จนทำให้เสียข้อได้เปรียบในการแข่งขัน โดยเฉพาะกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา ขออภิปรายให้ความเห็น เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติอาหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมขอสนับสนุนการแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติอาหารฉบับนี้นะครับ แต่เป็นการสนับสนุนแบบมีเงื่อนไขให้ปรับปรุงแก้ไข ประโยชน์ที่จะได้ด้านบวกท่านประธานครับ เหรียญมี ๒ ด้าน ด้านบวกที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ก็จะเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมการควบคุมอาหารเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ซึ่งเรื่องนี้ จำเป็นมาก ทั้งในบุคคลทั่วไป การควบคุมเรื่องใหม่ อาหารที่เสื่อมคุณภาพ อาหารปลอม และผิดจากมาตรฐาน นี่ก็จำเป็นครับท่านประธานที่มีการแก้ไข การกำหนดมาตรการควบคุม การโฆษณาอาหาร ซึ่งตรงนี้การโฆษณามีอยู่เยอะมาก โดยเฉพาะอาหารเสริม แล้วก็เป็นการ โฆษณาเหมือนหลอกลวงชาวบ้านเยอะ ดังนั้นการไปควบคุมก็เห็นด้วย เป็นการเพิ่มศักยภาพ ในการแข่งขันทางธุรกิจด้านอาหาร โดยเฉพาะธุรกิจส่งออก คือประเทศไทยเรามีอยู่ ๒ อย่าง ที่เราหารายได้เข้าประเทศได้ ก็คือด้านอาหารหรือการเกษตรกับด้านการท่องเที่ยว นอกนั้น เป็นสินค้าที่ผลิตในไทยเท่านั้นเองแล้วก็ส่งออก แต่รายได้ไปตกอยู่กับต่างชาติที่มาลงทุน ในไทยหมด แต่ท่านประธานครับผมบอกแล้วเมื่อสักครู่ว่ามีเงื่อนไข มีข้อจำกัดอยู่นะครับ ก็คือว่าข้อจำกัดของ พ.ร.บ. นี้เป็นการซ้อนทับกัน ซึ่งตรงนี้เป็นข้อจำกัดที่ยิ่งใหญ่มาก และมีปัญหามาก เป็นการซ้อนทับกันของกฎหมายด้านอาหารและหน่วยงานที่รับผิดชอบ ท่านประธานครับ ผมเคยมีโอกาสทำยุทธศาสตร์มาตรฐานและความปลอดภัยสินค้าเกษตร และอาหาร พ.ศ. ๒๕๕๓ ตอนช่วยงานอยู่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึง ๒๕๕๖ ในนั้น เราใช้ พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ก็คือ มกอช. เรามี วัตถุประสงค์หลายอย่าง ข้อสุดท้ายเรามีวัตถุประสงค์ยกระดับมาตรฐานเพิ่มประสิทธิภาพ ในการแข่งขันสินค้าเกษตรของอาหารไทยอย่างยั่งยืน นี่เรื่องการส่งออกที่ผมพูดเมื่อสักครู่ และสนับสนุนความต้องการอาหารที่มีคุณภาพ โดยใช้ดีมานด์ ไดรเวน (Demand driven) ก็คือว่าใช้ความต้องการมากำหนดคุณภาพอาหาร สุดท้ายเพื่อบูรณาการทุกหน่วยงาน เกี่ยวข้องกับที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงอื่น สามารถดำเนินการได้โดยการ บังคับใช้กฎหมาย กฎระเบียบต่าง ๆ ให้สอดคล้องกัน ท่านประธานครับ ปัญหาข้อนี้ การซ้อนทับระหว่างพระราชบัญญัติอาหารที่กำลังจะแก้ไข เป็นความรับผิดชอบของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กำกับดูแลโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งวันนี้รัฐมนตรีช่วยมา และตรงนี้เหมือนกันอยู่ในความดูแลของพระราชบัญญัติมาตรฐาน สินค้าเกษตรและพระราชบัญญัติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร ดูแลโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ซึ่งเป็นกฎหมายที่เลขากับเลขาตรงนั้น รัฐมนตรีกับ รัฐมนตรี ตัวอย่างปัญหาที่จะเกิดขึ้นท่านประธานครับ เป็นการโอเวอร์แลป (Overlap) หรือเป็นการซ้อนทับ ข้อแรกครับ เกี่ยวกับนิยามคำว่าอาหาร ข้อที่ ๒ การยกเลิกใน ร่างพระราชบัญญัติอันนี้ นิยามคำว่าโรงงาน ข้อ ๓ เกี่ยวกับการส่งออกสินค้าอาหาร ข้อ ๔ ประเด็นเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมแนบท้ายพระราชบัญญัติ ซึ่งมีสมาชิกทุกคนมาพูดแล้ว ผมเห็นว่าประเด็นปัญหาตรงนี้ในเมื่อความเห็นตรงกัน ท่านจะต้องแก้ไข ผมอธิบาย รายละเอียดครับท่านประธาน
ประเด็นแรกที่เกี่ยวกับคำนิยามว่าอาหาร คือไม่ได้มีการแก้เป็นสิ่งที่ไม่ได้แก้ แต่มีปัญหามาแต่เดิมแล้ว คำว่า อาหาร ของ พ.ร.บ. อาหาร คือของที่กินหรือค้ำจุนชีวิต ได้แก่ สิ่งที่กินเข้าไปได้ นี่คืออาหาร ทีนี้ปัญหาก็คือว่าสินค้าเกษตรเอง อาหารในของสินค้าเกษตร ก็เป็นเหมือนคำว่า สัตว์ หรือ ซากสัตว์ หรือว่าเกี่ยวกับโรคระบาด เกี่ยวกับอาหารพวกนี้มันมี ความซ้อนทับกัน เพราะว่าสินค้าเกษตรที่เป็นอาหารเหมือนกัน ดังนั้นสิ่งที่ใส่เข้าไป ในปากแล้วกินได้ตกลงเป็นอาหารของอะไร ของตามพระราชบัญญัติของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ หรือพระราชบัญญัติของกระทรวงสาธารณสุขกันแน่ มันซ้อนทับกัน ตรงนี้ต้องมี การอธิบายขยายความและมีการนิยามให้ชัด ไม่อย่างนั้นจะยุ่งไปหมดไม่รู้อะไรกันแน่ ไม่รู้จะไปขึ้นกับตรงไหน ควรจะมีการสรุปให้ชัด
ประเด็นที่ ๒ เกี่ยวกับการยกเลิกนิยามคำว่า โรงงาน มีการแก้ไขเพิ่มเติม ในมาตรา ๑๔ ในการอนุญาตให้ตั้งโรงงานผลิตอาหารนี่ของเดิม มีมาแก้ในฉบับนี้ เปลี่ยนให้ ยกเลิกความที่ผมอ่านเมื่อสักครู่ กลายเป็นมาตรา ๑๔ ห้ามมิให้ผู้ใดผลิตอาหารเพื่อจำหน่าย ในสถานที่ใด ๆ เว้นแต่ได้รับอนุญาต เดิมท่านประธานคงทราบว่าถ้าเราจะผลิตอาหารต้อง ขออนุญาตโรงงาน แต่ตอนนี้ไปผลิตที่ไหน คือเป็นการขยายความที่กว้างเกินไป หมายความว่า จะไปทับกับสถานที่ต่าง ๆ ผมยกตัวอย่างอย่างนี้ครับ ฟาร์ม ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ใช่ โรงงานแปรรูปชั้นต้น โรงสี ก็ใช่ โรงกะเทาะเปลือก โรงคัดบำรุงพันธุ์ หรือว่าส่วนตัดแต่ง ผลไม้ถูกบังคับหมดด้วยเรื่องนี้ เพราะเราขยายคำว่าโรงงานไม่มีแล้ว เป็นสถานที่ผลิต โดยกฎหมายฉบับนี้ มันคลุมคนอื่นแล้วมันมีปัญหานะครับ
ประเด็นปัญหาต่อไปก็คือว่าเกี่ยวกับการส่งออกสินค้า ในนี้มีการเพิ่มมาตรา ๑๙ มาตรา ๑๙ มีการแก้ไข เป็นมาตรา ๒๔ เพื่อประโยชน์ในการส่งออก กำหนดอย่างนี้ครับ ผู้ส่งออก ผู้รับอนุญาตจะผลิตอาหารเพื่อส่งออกไปจำหน่ายให้มีคุณภาพ โดยการใช้วัตถุ เจือปนอะไรต่าง ๆ ต้องจัดเก็บเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการกำหนดของประเทศ ผู้ซื้อหรือผู้สั่งซื้อ เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ รวมทั้งจัดให้มีการทำข้อมูลส่งออก เก็บรักษาไว้ พร้อมแสดงต่อเจ้าพนักงานได้ตลอด เรื่องนี้สินค้าเกษตรที่ส่งออกก็ต้องทำด้วย ก็กลายเป็นว่าเป็นการเพิ่มภาระในการส่งออกในสินค้าเกษตรออกไปทั้งหมด เพราะฉะนั้น มันกลายเป็นซ้ำซ้อนเพิ่มภาระ แล้วเราส่งออกไปสู้กับเขามันเป็นต้นทุนท่านประธานครับ ต้นทุนดังกล่าวยิ่งเพิ่มมากเราก็ยิ่งเสียเปรียบ เดี๋ยวนี้เวียดนามเองประเทศรอบ ๆ ตรงนี้ สู้กับเราอยู่อย่างหนักนะครับ แทนที่เราจะทำให้ตัวเบาลง เราไปเพิ่มตัวเองให้หนักขึ้น เรามีปัญหาในการไปสู้รบกันข้างนอกท่านประธานครับ
ประเด็นสุดท้าย ก็คือเรื่องค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มแล้วจาก ๑๐,๐๐๐ เป็น ๑๐๐,๐๐๐ คือตรงนี้ผมทราบ ผมก็ออกกฎหมายมาหลายฉบับ ขออนุญาต ท่านประธานอีกนิดเดียว กฎหมายหลายฉบับที่ออกเราจะเพิ่มเป็นซีลลิง (Ceiling) คือเพดาน สูงสุดไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ นี่เข้าใจได้ แต่เราเพิ่มทีเดียว ๑๐ เท่า ทีนี้ประเด็นที่สำคัญ ถ้าเราไม่มีนิยามชัด ตรงนี้เข้าตรงไหนบ้าง เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกได้พูดไปแล้วว่า เป็นผู้ประกอบการรายย่อย แต่มันไปเข้าหมดครับท่านประธานในภาคเกษตร ก็คือว่า ผู้ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) ก็ต้องจ่ายตามนี้ การผลิตสินค้าเกษตรวิสาหกิจชุมชน ซึ่งเราช่วย ซึ่งเขาไม่มีรายได้อะไรก็ต้องเข้านี่เหมือนกันตามกฎหมายนี้ กลุ่มแม่บ้าน เกษตรกร หรืออะไรต่าง ๆ เข้าหมด เพราะฉะนั้นค่าขออนุญาตที่ทำไปจาก ๑๐,๐๐๐ เป็น ๑๐๐,๐๐๐ มันเกินไป เพราะฉะนั้นก็มีการแก้ไขปรับปรุงแล้วก็แตกนิยามให้ชัดเสีย ไม่อย่างนั้นที่เราเขียนไว้เพดาน เพดานมันจะพังลงมาทับคนที่อยู่ข้างล่างที่เป็นคนตัวเล็กครับ ท่านประธาน ก็ขออนุญาตว่าแย้งเอาไว้อย่างมีเงื่อนไข เห็นด้วยแต่มีเงื่อนไข ผมจะตาม ไปเป็นกรรมาธิการไปช่วยดูแลข้างในด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ