ปดิพัทธ์ สันติภาดา อภิปรายและสอบถามรายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยตั้งข้อสังเกตว่ามีการตรวจสอบเฉพาะกรณีที่มีการร้องเรียนหรือไม่ และวิพากษ์วิจารณ์การใช้กฎหมายมาตรา ๑๑๒ ที่อาจถูกนำไปใช้เพื่อปิดปากประชาชนซึ่งขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกล วันนี้ ผมขออภิปรายแล้วก็สอบถามในรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จากรายงานนี้เป็นการพิจารณาในเรื่องที่มีการร้อง ใช่ไหมครับ ผมเข้าใจว่ามีผู้ร้องทั้งหมด ๙ คน ผมถามคำถามแรกก่อน ก็คือว่าในกรณีที่มี การตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนนี่เราตรวจสอบเฉพาะเคส (Case) ที่มีการร้อง หรือว่า เราตรวจสอบทุกเคส (Case) ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ผมเข้าใจว่าเคส (Case) เยอะนะครับ แต่ผมอยากทราบหลักการในการมอนิเตอร์ (Monitor) สถานการณ์นี้ ยกตัวอย่างเช่น ที่จังหวัดพิษณุโลกนี้ก็มีประชาชนท่านหนึ่งไล่ฟ้อง มาตรา ๑๑๒ กับเยาวชน แล้วก็ประชาชนไปทั่วประเทศเลย แล้วก็หลายครั้งนี้มีข้อสงสัยว่า เป็นการฟ้องร้องเพื่อจะเรียกคดี หรือว่าปิดปาก หรือว่าเรียกการระงับคดี หรือว่าการยอมคดี หรือเปล่า ซึ่งก็จะมีเรื่องเงิน เรื่องอะไรมาเกี่ยวข้องด้วยนะครับ สถานการณ์แบบนี้ก็ละเมิด สิทธิมนุษยชน แล้วก็เป็นที่กังวลของพ่อแม่ผู้ปกครอง ไม่ได้เป็นผลดีต่อการเคลื่อนไหว เพื่อประชาธิปไตยเลยนะครับ อันนี้อยากจะถามประเด็นแรกนะครับ
ประเด็นที่ ๒ คือความถูกต้องของรายงานนะครับ ในหน้าที่ ๕ บอกว่า ทางรัฐสภานี้มีความพยายามจะแก้ไขสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น โดยการแต่งตั้ง คณะกรรมการสมานฉันท์ แล้วก็ในคณะกรรมการสมานฉันท์นี้ได้ระบุไว้ว่า ประกอบไปด้วย ตัวแทนของรัฐบาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน สมาชิกวุฒิสภา ผู้ชุมนุมนะครับ แต่ว่าฝ่ายค้านเราไม่ได้เข้าร่วมนะครับ ผมคิดว่าเนื้อหานี้ผิดหรือเปล่านะครับ แล้วจริง ๆ ผมก็ไม่อยากรับรายงานฉบับนี้นะครับ แต่เกรงใจว่าต้องเชิญประชุมกัน ท่านประธานครับ กรรมการสมานฉันท์ที่ตั้งขึ้นมานี้ ตอนนี้ตั้งขึ้นมานานมากแล้วนะครับ แต่ก็ยังไม่มีความสมานฉันท์ใด ๆ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เรายืนยันมาตั้งแต่ต้นว่า ถ้ากรรมการ ที่ตั้งขึ้นนั้นปราศจากความจริงใจ ทำข้อเสนอที่แทบจะเรียกว่าไม่ตั้งกรรมการก็ได้ สิ่งนี้ก็เป็น ข้อตอกย้ำใช่หรือไม่ครับว่า การตั้งกรรมการสมานฉันท์โดยไม่มีความตั้งใจที่จะสมานฉันท์ จริง ๆ การฟ้องร้อง การจับกุมดำเนินคดียังเต็มไปด้วยความต่อเนื่อง และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นทางออกในการสมานฉันท์กลับไม่มีความจริงใจของ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลเลยนะครับ กรรมการสมานฉันท์ที่มี ส.ส. รัฐบาลอยู่ แต่ ส.ส. รัฐบาลคว่ำ ร่างรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน เรื่องนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติคิดเห็น อย่างไรนะครับ
ประการต่อมานะครับ ในหน้าที่ ๓๖ นี้ ได้พูดถึงการจับกุมนักข่าวท่านหนึ่ง ชื่อคุณกิตติ พันธภาค แล้วก็ได้ระบุถึงนายตำรวจที่เป็นผู้จับกุมด้วยนะครับ ทีนี้เรื่องนี้ ผมมีโอกาสได้ตรวจสอบในกรรมาธิการพัฒนาการเมืองนะครับ ก็เจอว่าการที่จะเชิญ นายตำรวจท่านนี้มาชี้แจง เต็มไปด้วยความยากลำบากนะครับ เราเชิญทั้งหมด ๖ ครั้ง ก็ติดนั่นติดนี่ ติดงานเลี้ยงบ้าง ติดอะไรบ้าง แน่นอนก็อาจจะมีเรื่องสำคัญด้วยนะครับ แต่ก็ดูเหมือนว่าทางตำรวจไม่ได้ใส่ใจนัก หรือเรียกได้ว่าไม่มีความรับผิดชอบในกรณีที่มีการ ละเมิดสิทธิมนุษยชน นายตำรวจท่านนี้ในรายงานนี้ชื่อสินเลิศ สุขุม ท่านประธานครับ รายงานนี้น่าสนใจ ก็เพราะว่ามีการตรวจสอบข้อเท็จจริงนะครับ แล้วก็ในหน้าที่ ๓๘ ได้เขียน ไว้ชัดเจนนะครับว่า เป็นการกระทำอันละเมิดสิทธิมนุษยชนนะครับ เป็นการใช้อำนาจรัฐ ที่เป็นการจำกัดเสรีภาพ ในการนำเสนอข่าวสารของสื่อมวลชนที่เกินสมควร และเกิน ความจำเป็น ในรายงานทั้งหมดมีแค่เคส (Case) นี้นะครับ ที่มีการฟันธงว่าเป็นการละเมิด สิทธิมนุษยชน แต่คำถามก็คือโซ วอต (So what) ครับ แล้วอย่างไร ต่อให้ฟันธงได้ว่า ประเทศนี้ละเมิดสิทธิมนุษยชน คำตอบ แล้วมันอย่างไรครับ มันก็เป็นแค่รายงานหรือเปล่า หรือท่านสามารถทำอะไรได้มากกว่านี้หรือไม่ องค์กรระหว่างประเทศจะจัดการอย่างไร ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล ต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะแข็งแรงกว่านี้ได้หรือเปล่า เรื่องนี้ ผมต้องการแนวทางนะครับท่าน ไม่อย่างนั้นเราก็จะอ่านรายงานพวกนี้ครับ โอเค (OK) มีสื่อมวลชนถูกจับเอามือไพล่หลัง แจ้งข้อหาที่ไม่เป็นจริงด้วยนะครับ แล้วก็มีการละเมิด สิทธิมนุษยชน แล้วโซ วอต (So what)
ในเรื่องของมาตรการครับ แน่นอนก็เป็นความหวัง จริง ๆ ในองค์กรอิสระ ทั้งหมดนี้ ผมไม่มีความหวังเหลือแล้วนะครับ ยกเว้น กสม. แต่ก็ยังเข้าใจนะครับ จากการที่ ท่านมีอำนาจจำกัดจำเขี่ยมากในรัฐธรรมนูญนี้ แต่ว่าอย่างน้อยผมคิดว่า ในอำนาจทั้งหมดนี้ ท่านยังพอมีเรื่องที่ทำเพื่อพี่น้องประชาชนและสิทธิมนุษยชนได้ มีการระบุที่จะส่งข้อเสนอ ไปที่คณะรัฐมนตรี สำนักงานตำรวจแห่งชาติผมก็เหมือนกันครับ คือท่านมีคำสั่งให้ดำเนินการ ภายใน ๙๐ วัน หลังจากที่ได้รับรายงานนี้ ผมก็ถามต่อว่าแล้วถ้า ๙๐ วัน ไม่มีการดำเนินการ ใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เรื่องคณะรัฐมนตรีนี้จะต้องเอารายงานพิเศษขององค์การ สหประชาชาติ ว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพในการชุมนุมนะครับ ในเรื่องหลักการบริหาร การชุมนุมอย่างเหมาะสม ๑๐ ประการมาใช้ แต่ว่าท่านประธานครับ ในข้อนี้ผมก็ไม่คิดว่ารัฐบาลจะมีความจริงใจในการเอาหลักสากล มาใช้ เดือนกุมภาพันธ์นายกรัฐมนตรีของเราก็ไปรับรัฐมนตรีของประเทศพม่าที่ดอนเมือง วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน รัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศไทยก็เข้าพบนายกรัฐมนตรี ของประเทศพม่า ในข่าวระบุว่าพร้อมที่จะบริจาคช่วยประเทศพม่า ๑๗ ตัน เจรจากับ มินอ่องหล่ายอย่างสร้างสรรค์ ท่านประธานครับ ประเทศพม่าโดดเดี่ยวตัวเองอยู่ตอนนี้ แล้วไม่ได้รับเชิญให้ประชุมอาเซียน (ASEAN) นะครับ มีแต่ประเทศไทยนี่ละครับที่ยืน เคียงข้างเผด็จการอย่างประเทศพม่า คำถามคือเรื่องแบบนี้ถ้าประเทศไทย รัฐบาลนี้ไม่ได้ ปฏิบัติตามสนธิสัญญา หรือว่าสิ่งที่เราได้สัญญาไว้กับประชาคมโลกคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนจะมีคอมเมนต์ (Comment) อย่างไร
ประการสุดท้ายก็คือ ในบรรดาหน่วยงานที่ท่านส่งข้อเสนอรายงานไป หน่วยงานที่ผมคิดว่าท่านขาดไปก็คือ ศาลยุติธรรม กระบวนการพิจารณาคดีในตอนนี้ ไม่มีหลักประกันของสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาเลย มาตรา ๑๑๒ ตอนนี้ไม่สามารถประกันตัว ได้ทั้งที่ยังไม่มีการพิสูจน์ว่าผิด เรื่องแบบนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเห็นด้วยอย่างไร แล้วผมคิดว่าท่านคงจะต้องมีความเห็นไปถึงสำนักเลขาธิการของศาลยุติธรรมด้วย
สุดท้ายครับท่านประธาน รายงานฉบับนี้จริง ๆ ผมไม่ได้อยากจะรับ เลยนะครับ แต่ว่าต้องการคำตอบที่จริงใจ และอยากจะมีโอกาสได้หารือกับท่านด้วย แล้วก็สิ่งใดที่ท่านตอบได้ในเวทีนี้ผมขอคำตอบในวันนี้เลยครับ ขอบคุณครับ