สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

เบญจา แสงจันทร์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการใช้อำนาจโดยไม่ชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ และเรียกร้องให้รัฐบาลและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนยอมรับและประกันเสรีภาพในการชุมนุมและการแสดงความคิดเห็นของประชาชน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรับฟังและทำความเข้าใจข้อเสนอของผู้ชุมนุม และการปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ และคืนสิทธิประกันตัวให้กับประชาชน

นางสาวเบญจา แสงจันทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล จากที่ดิฉันอ่านรายงานผล การตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมและการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับการที่เจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจโดยไม่ชอบ เพื่อไปแทรกแซงและจำกัด เสรีภาพในการชุมนุมของประชาชนทั้งสิ้นค่ะ ท่านประธานคะ ตราบจนถึงวันนี้ ดิฉันยังอดสงสัยไม่ได้ค่ะว่า เราอยู่ภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นประชาชน หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐล้วนแล้วแต่ต้องเสมอภาคกันต่อหน้ากฎหมาย และอยู่ภายใต้การคุ้มครองของรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศนี้อยู่หรือไม่คะ ถ้าดูจากรายงานฉบับนี้ เรายังคงเห็นการใช้กฎหมายกับผู้ชุมนุม และผู้เห็นต่างทางการเมือง ที่ผิดแปลกและพิสดาร และไม่อยู่ภายใต้การคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่รัฐยังคง ละเมิดกฎหมาย ละเมิดสิทธิมนุษยชน และทำแบบนี้ให้เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันค่ะ ท่านประธานคะ การจับกุมคุมขังนักกิจกรรม เยาวชนคนหนุ่มสาว และนักศึกษา ประชาชน ก็ยังคงเป็นการกระทำที่ละเมิดกฎหมาย และยังเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพ ของประชาชน ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างยิ่งอีกด้วยค่ะ ท่านประธานคะ รัฐบาลเองและ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนจะต้องยอมรับก่อนนะคะว่าการชุมนุมสาธารณะเป็นเครื่องมือ พื้นฐานที่ประชาชนสามารถใช้ได้ในระบอบประชาธิปไตย เพื่อให้ประชาชนเองมีส่วนร่วม กับการเมืองการปกครองในระบอบนี้ด้วย เพื่อให้พวกเขาได้นำเสนอปัญหาและเรื่องราว ของพวกเขา ปัญหาและความต้องการของพวกเขาที่อยากจะเสนอต่อรัฐ และรัฐเองก็มีหน้าที่ ในการที่จะประกันเสรีภาพให้กับพวกเขาด้วยค่ะ ท่านประธานคะ ในขณะที่เราเห็นภาพ พี่น้องประชาชน และเยาวชนเข้ามาร่วมชุมนุม ใช้เสรีภาพในการชุมนุมเพื่อแสดงเจตนารมณ์ ทางการเมืองของพวกเขา ทั้งหมดนี้มันเป็นผลมาจากการที่เขาไม่ไว้วางใจต่อการบริหาร ราชการแผ่นดินของรัฐบาลของคุณประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งสิ้นค่ะ และจากการที่ดิฉันได้อ่าน รายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน อันเนื่องมาจากการใช้เสรีภาพในการ แสดงความคิดเห็น สิทธิในการใช้กระบวนการการยุติธรรม เสรีภาพในการเสนอข่าวสาร ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดิฉันขอตั้งข้อสังเกต และตั้งข้อเสนอแนะ แสดงความคิดเห็น เพื่อเป็นแนวทางที่เหมาะสมในการที่ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติจะได้นำไปเพื่อใช้ในการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๓ ประการด้วยกันค่ะ

ประการที่ ๑ ดิฉันเห็นควรว่า เราควรจะต้องรีบลดความขัดแย้งเฉพาะหน้า ในทันทีค่ะ นั่นคือการที่พวกเราทุกคน รวมถึง กสม. ด้วยจะต้องตระหนักถึงการเรียกร้อง ของนักศึกษา เยาวชนคนหนุ่มสาว ไม่ว่าจะเป็นการเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงที่เป็น การเปลี่ยนแปลงที่อยู่ข้างนอก สิ่งเหล่านี้มันคือปรากฏการณ์แห่งยุคสมัยค่ะท่านประธาน เราเองต้องทำหน้าที่เป็นผู้รับฟัง แล้วเราต้องหยุดเป็นผู้สร้างความเกลียดชัง หยุดการกระทำ ที่มองว่า พวกเขาเป็นผู้ที่กระทำความรุนแรง โดยเฉพาะกับกลุ่มเยาวชนที่ชุมนุมเรียกร้อง ในเวลานี้ รัฐบาลของคุณประยุทธ์เองที่เป็นคู่ขัดแย้งของผู้ชุมนุม จะต้องบังคับใช้กฎหมาย แล้วก็ไม่ให้มันเกินกว่าที่มันเป็นอยู่ แล้วก็ข้อเสนอของผู้ชุมนุมควรต้องรับฟังอย่างจริงใจ แล้วก็มีวุฒิภาวะมากกว่านี้ แล้วทางรัฐบาลเอง รวมถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนจะต้อง เข้าไปรับฟังความคิดเห็นอย่างใกล้ชิด และใช้ความอดทนอดกลั้นในการรับฟังต่อข้อเสนอ ที่อาจจะไม่ถูกใจ แล้วก็เป็นข้อเสนอที่กระอักกระอ่วนใจ สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้ก็คือว่า ต้องหยุดมองประชาชน นักศึกษา เยาวชน คนหนุ่มสาวเป็นคนที่เห็นต่างและเป็นศัตรู หยุดกล่าวร้าย แล้วก็หยุดยั่วยุให้ความเกลียดชัง รัฐต้องคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิต ของประชาชนอย่างเสมอภาคเท่าเทียมค่ะ ไม่ควรมีใครที่ต้องถูกอุ้มหาย ถูกไล่ล่า หรือถูกขู่ฆ่า ทำร้าย เพราะมีการแสดงออกที่ไม่ถูกใจรัฐ รัฐต้องทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองความปลอดภัย และสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานให้กับประชาชนและสื่อมวลชนด้วย

ประการที่ ๒ เรื่องที่จำเป็นอย่างมากในตอนนี้ ก็คือข้อเสนอของรายงาน ฉบับนี้ ถึงแม้จะไม่ได้ระบุตรง ๆ แต่ก็มีข้อเสนอที่ระบุไว้ในทำนองว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ ยังเป็นเรื่องที่จำเป็นและต้องทำอย่างเร่งด่วน ซึ่งไม่มีใครในที่นี้ปฏิเสธค่ะว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงเวลาที่ผ่านมาเป็นการแก้ไข แค่ระบบเลือกตั้ง ซึ่งมันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งที่มันยังดำรงคงอยู่ และยิ่งเมื่อวันที่ ๑๖-๑๗ พฤศจิกายนที่ผ่านมานะคะ รัฐสภาของเรายังไปทำหน้าที่ในการปิดประตูที่จะไม่ให้ แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนได้อีกด้วย มันทำให้ตอนนี้ทุกฝ่ายไม่มีช่องทางออกในการ แก้ปัญหา ไม่มีกระบวนการในการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนได้เลยค่ะ ดังนั้นเราควร จะเปิดทางให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับการร่างรัฐธรรมนูญ ให้ประชาชนทุกคนได้แสดง ความคิดเห็นอย่างเสรี แล้วก็เข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างรอบด้านด้วยค่ะ เพื่อให้รัฐธรรมนูญ เป็นหลักประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชน ในระบอบประชาธิปไตยได้อย่างแท้จริง ท่านประธานคะ นั่นจึงเป็นทางรอดเดียวค่ะ รัฐธรรมนูญเป็นทางรอดเดียวจริง ๆ ที่จะประกัน สิทธิเสรีภาพให้กับประชาชน และยุติข้อพิพาททั้งหมดนี้ได้ด้วยค่ะ

ประการสุดท้ายค่ะ ประการที่ ๓ เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำทันทีค่ะ ท่าน กสม. ที่นั่งอยู่ตรงนี้นะคะ ดิฉันอยากจะส่งผ่านสิ่งเหล่านี้ไปถึงท่านว่า ท่านควรจะต้อง ลงไปรับฟัง แล้วก็เข้าไปให้ถึงพี่น้องประชาชนจริง ๆ สิ่งที่ดิฉันเรียกร้องก็คือ ต้องคืนสิทธิ การประกันตัวให้กับประชาชน ท่านประธานคะ มันจะลดความขัดแย้งได้อย่างไรคะ ถ้าเวลา นี้มันเป็นเวลาที่เยาวชนคนหนุ่มสาวที่อยู่ในที่คุมขัง พวกเขาควรจะอยู่กับครอบครัว ควรจะ อยู่กับคนที่เขารัก พวกเขาควรจะได้นั่งอ่านหนังสือ ได้นั่งเรียนกับเพื่อนๆ ได้ใช้ชีวิตตามปกติ แต่ในเวลานี้ท่านกลับเอาพวกเขาไปคุมขัง เอาอนาคตของประเทศนี้ไปจำขังไว้ ในสังคม ที่เราไม่เห็นอนาคตแบบนี้ นี่เป็นเรื่องน่าเศร้ามากค่ะ ที่เอาพวกเขาไปคุมขังทั้งที่ยังไม่ได้ ตัดสินเลยว่า เขาเป็นผู้กระทำความผิดเลยด้วยซ้ำนะคะ

ท่านประธานคะสุดท้ายค่ะ ท่านรู้สึกอย่างไรกันบ้างคะ เวลาที่ท่านเห็น เยาวชนคนหนุ่มสาว ที่อยู่ข้างนอกนั่นถูกทุบตี ถูกใส่ร้ายป้ายสีว่าเขาถูกหลอกใช้ แล้วก็ ไม่ประสาทางการเมือง แล้วก็ไล่ยิงเขาเหมือนพวกเขาไม่ใช่มนุษย์ ท่านประธานลองถามใจ ตัวเองดูค่ะ เวลาที่เราบอกว่า เขาถูกหลอก จริง ๆ แล้วเป็นไปได้ไหมคะว่าเวลาที่เราบอก แบบนั้นนี่ คนที่ถูกหลอกกลับเป็นพวกเราค่ะ เราคือคนที่ถูกใช้ถูกหลอกมาตลอดชีวิต หรือเปล่า ถูกหลอกให้เชื่อตั้งแต่เกิดจนโต จนทำให้วันนี้คนที่กระทำกับเยาวชนที่ไม่ประสา ไม่เห็นคุณค่าในความเป็นมนุษย์เลย ดังนั้นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนและท่านประธานคะ ดิฉันอยากมีข้อเสนอว่า ณ ตอนนี้ต้องหยุดละเมิดสิทธิมนุษยชนก่อน แล้วคืนสิทธิการประกันตัว ปล่อยผู้ต้องขังทางการเมืองทุกคน เพื่อคืนสิทธิความยุติธรรมให้กับประชาชนด้วยค่ะ ยอมรับความแตกต่างทางอุดมการณ์ แล้วก็เปิดใจรับฟังค่ะ ต้องมีความอดทนอดกลั้น ดิฉันเชื่อมั่นเหลือเกินว่า พวกเราทุกคนอยากเห็นสังคมที่เป็นประชาธิปไตย อยากเห็น ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วม และอยากเห็นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชนทุกคน ที่ได้รับการคุ้มครอง เท่าเทียมกัน เสมอภาคกันต่อหน้ากฎหมายค่ะ ทั้งหมดนี้ดิฉันหวัง เป็นอย่ายิ่งว่าเราทุกคนจะตระหนักพอที่จะเปิดกว้าง แล้วก็ไม่เอาแต่ใจตัวเองเป็น จุดศูนย์กลาง เปิดใจให้กว้างค่ะ ปล่อยให้เยาวชนในสังคมของเราเขาได้ออกไปวัดพื้นที่ เสรีภาพและความคิดของเขา รัฐต้องยุติการดำเนินการทางกฎหมาย แล้วก็เปิด พื้นที่ปลอดภัยให้ประชาชนสามารถใช้พื้นที่ในการแสดงสิทธิและเสรีภาพได้ คืนสิทธิ การประกันตัวให้กับประชาชนค่ะ คืนความยุติธรรมให้กับพวกเขาค่ะ และอยากส่งข้อเสนอนี้ ให้กับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติช่วยพิจารณาเรื่องนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ ท่านประธานคะ