ณัฐวุฒิ ตั้งคำถามท่าทีรัฐ ปมคุ้มครองเด็ก-ผู้หญิง หลังสัมภาษณ์สวนทางนโยบาย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

ณัฐวุฒิ บัวประทุม ตั้งคำถามถึงท่าทีและนโยบายการคุ้มครองเด็กและผู้หญิงของรัฐ โดยเฉพาะในบริบทของวันสิทธิเด็กสากลและวันยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ความล่าช้าในการเก็บข้อมูลเด็กกำพร้าจากโควิด-19 และการขาดความสอดคล้องระหว่างนโยบายกับการปฏิบัติ รวมถึงเรียกร้องให้มีมาตรการรองรับและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมทั้งในระยะสั้นและระยะยาวเพื่อป้องกันการละเมิดซ้ำรอยและเสริมสร้างระบบคุ้มครองเด็กให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ผมไม่มั่นใจว่าที่ท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เลือกที่จะมาตอบ กระทู้ถามของผมในวันนี้ เพราะท่านทราบดีหรือไม่ว่าในวันที่ ๒๐ พฤศจิกายนของทุกปี ถือเป็นวันสิทธิเด็กสากลที่เรียกว่า ยูนิเวอร์ซัล ชิลเดรน เดย์ (Universal children’s day) หรือแม้กระทั่งในวันที่ ๒๕ พฤศจิกายนของทุกปีก็ถือเป็นวันที่เราพูดถึงการรณรงค์ ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กที่เรียกว่า อินเตอร์เนชันนัล เดย์ ฟอร์ เดอะ อิลิมิเนชัน ออฟ ไวโอเลนซ์ อะเกนสต์ วูเมน (International day for the Elimination of Violence against women) ให้ผมคาดคะเนไปในทางที่ดี ผมก็เข้าใจว่าท่านรัฐมนตรีตั้งใจเลือกที่จะมา ตอบในวันนี้เพื่อตอบสนองต่อโจทย์ในวันสำคัญทั้ง ๒ วันดังกล่าว แต่ถ้าผิดพลาดไม่ใช่เป็น ประการนั้นก็ต้องขออภัยไว้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง และเด็กนั้นเกิดขึ้นจากสถานการณ์ในประเทศโดมินิกันที่มีการฆ่านักกิจกรรมหญิงถึง ๓ ราย แต่ในขณะที่วันนี้ประเทศไทยกลับยังมีการคุมขังนักกิจกรรมหญิงเยาวชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณรุ้ง ปนัสยา และคุณเบญจา อะปัญ ซึ่งเป็นรุ่นน้องมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ของผม ท่านประธานครับ กระทู้ถามของผมเขียนไว้ตั้งแต่สมัยประชุมที่แล้วครับ แต่เนื่องจากว่า ไม่ทัน และพอมาถึงปัจจุบันนี้สถานการณ์การทารุณกรรมเด็กนั้นก็มีความเปลี่ยนแปลงไป เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๔ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ได้ให้สัมภาษณ์ต่อกรณีของดารานักร้องชื่อดังคนหนึ่งที่มีความใกล้ชิด สัมผัส ดูแลบุตรของเขา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้สัมภาษณ์ว่าส่วนตัวมองเป็นเรื่องพ่อกับลูก เราต้องให้พื้นที่ส่วนตัวกับครอบครัวเขาบ้าง อะไรเหมาะที่จะควรก็เว้นระยะไว้ ทุกคนต้องการพื้นที่ส่วนตัว ผมเชื่อว่าพ่อแม่ลูกเขารักกันดี ก็อยากให้กำลังใจ ผมไม่เอ่ยชื่อดาราท่านนั้นนะครับว่าเป็นบุคคลสาธารณะต้องอดทน ด้วยความเคารพครับ นี่เป็นสิ่งที่ผมผิดหวังอย่างยิ่งกับท่านรัฐมนตรีซึ่งได้กรุณากับผมมา โดยตลอด เพราะถ้าเราหลับตา ไม่คิดว่าดาราคนนี้ชื่ออะไรนะครับ แต่คิดว่าเขาคือพ่อของ เด็กคนหนึ่งที่ล่วงล้ำเข้าไปถึงขนาดที่ในทางภาษาของการคุ้มครองเด็กเรียกว่าเป็นการ ทารุณกรรมแล้ว ตกลงพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่ระบุอยู่ใน มาตรา ๔ มีการเขียนนิยาม ความหมายคำว่า ทารุณกรรม คืออะไร คำว่า เลี้ยงดูโดยมิชอบ ซึ่งในภาษาอังกฤษเรียกว่า มัลทรีตเมนต์ (Multreatment) คืออะไร ท่านรัฐมนตรีเข้าใจ มันแค่ไหน ในขณะเดียวกัน ในวันเดียวกันเฟซบุ๊ก (Facebook) กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์โพสต์ (Post) สาระเรื่องการหยุดละเมิดสิทธิเด็ก โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย ซึ่งเราเรียกว่า บาวน์ดารี (Boundary) หรือขอบเขต สิทธิความเป็นส่วนตัว เนื้อหาดีครับ แต่คนเขียนคงไม่ได้เรียนวิชาสังคมสงเคราะห์ เอสดับเบิลยู ๑๐๑ (SW101) เขาโพสต์ (Post) อะไรรู้ไหมครับ โพสต์ (Post) ว่าหลายครั้ง ภาพที่เราเห็น สิ่งที่เป็นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราคิดเสมอไป แน่นอนครับ ท่านถูกแค่ส่วนเดียว เพราะสิ่งที่เราเห็น กับสิ่งที่เราเป็นบางครั้ง สิ่งที่เป็นอาจจะเลวร้ายกว่าสิ่งที่เห็นก็ได้ ในทำนองกลับกันครับ เมื่อผมถามถึงประเด็นเรื่องของสถานการณ์การคุ้มครองเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของ โควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ผมได้ตั้งคำถามต่อเนื่องจากคุณกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ต้องขออภัย ที่เอ่ยนาม ซึ่งท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการศึกษาเด็กว่าวันนี้ประเทศไทยเรามีข้อมูลหรือไม่ว่า นับจากโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ผ่านมาเรามีเด็กกำพร้า ผมไม่มาลงรายละเอียด กำพร้าแท้ กำพร้าเทียมคืออะไร แต่เรามีเด็กกำพร้าอยู่ทั้งหมดเท่าไร วันแรกท่านให้สัมภาษณ์บอก ทั้งประเทศมีอยู่ ๒๕ คน จาก ๑๕ จังหวัด แล้วกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ซึ่งมีสำนักงานพัฒนาสังคมอยู่ทุกจังหวัดใช้เวลา ๑ เดือนเต็มถึงตอบคำถามได้ว่า มีเด็กกำพร้าอยู่ ๓๙๖ คน ซึ่งเกิดขึ้นจากกรณีของโควิด-๑๙ (COVID-19) นี่มันสะท้อน ให้เห็นว่ามาตรฐานของระบบการคุ้มครองเด็กอยู่ที่ใด

ผมก็เข้าสู่คำถามประการที่ ๑ ของผมท่านประธานครับ คำถามประการที่ ๑ ของผมนั้นเกิดขึ้นอย่างน้อยที่สุด นับตั้งแต่รายงานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครอง เด็กแห่งชาติ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๑ แน่นอน ในสมัย พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มติคณะกรรมการ คุ้มครองเด็กแห่งชาติฉบับนั้นบอกว่า จะต้องใช้แบบฟอร์มการคัดกรองที่เรียกว่ามาตรฐาน การเลี้ยงดูเด็กตามมาตรฐานขั้นต่ำ ๓๒ ข้อ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมด ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง ก็ด้วยเหตุนี้ข้อมูลที่มันออกมาถึงเป็นเพียงแค่ส่วนยอดของภูเขาน้ำแข็ง พูดกันง่าย ๆ ผมไม่ลงรายละเอียดบนโต๊ะ ผมมีข้อมูลสถิติอีกเยอะแยะมากมายที่บอกว่า ท่านเข้าไปดูแลเด็กกี่คน แต่ปลายยอดของภูเขาน้ำแข็ง นำไปสู่คำถามที่ผมอยากจะถามว่า วันนี้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และท่านในฐานะรัฐมนตรี ซึ่งนั่งอยู่ในฐานะประธานคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ ดูแลเด็กทั้งระบบมีนโยบาย ในการแก้ไขปัญหา และพัฒนาคุ้มครองเด็กที่เป็นมาตรฐานด้วย เป็นรูปธรรมในระยะสั้น และระยะยาวที่เราไม่อยากให้ภาพเหตุการณ์มันถูกสะท้อนออกมาในสื่อมวลชนเช่นนี้ อีกอย่างไรครับ นั่นคือคำถามประการที่ ๑