สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

นิยม เวชกามา พูดเรื่องการแต่งตั้งและถอดถอนพระสงฆ์ โดยที่มีการยกเลิกข้อกฎหมายบางข้อและไม่มีการดำเนินการตามกระบวนการตามกฎมหาเถรสมาคม และถามว่าทำไมไม่ทราบข้อกฎหมายที่กำหนดให้รายงานต่อนายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีต้องแสดงความรับผิดชอบ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมตั้งใจฟังท่านรัฐมนตรีอนุชาท่านตอบ ท่านอ้างกฎมหาเถรสมาคม อ้างพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ๒๕๐๕ (แก้ไขเพิ่มเติม) แต่ผมต้องยืนยันว่าเพราะความเป็น กฎหมายต้องเข้าใจอย่างหนึ่งท่านประธานว่า พระกับฆราวาสในการแต่งตั้งของพระ มีพระวินัย มีกฎหมายและมีธรรมเนียมปฏิบัติของพระสงฆ์ เรื่องอายุพรรษา กฎหมายชัดเจน อยู่แล้วว่าที่ท่านอ้างถึง นี่คือความสงสัยของพุทธศาสนิกชน เพราะการพิจารณาต้องให้ มหาเถรสมาคมเข้าสู่กระบวนการอย่างจริงจัง ก่อนจะปลดหรือแต่งตั้ง นี่จึงเป็นปัญหาว่าการปลดพระสงฆ์ผู้ใหญ่ถึง ๓ รูป ไม่มีกระบวนการสอบสวน ไม่มีอธิกรณ์ เพราะในข้อกฎหมายที่ว่า ที่ท่านพูดถึงเป็นเรื่องว่าพระที่ถูกปลดในการปฏิบัติของสงฆ์ ในการปกครองต้องมีความผิดชัดเจน เขาเรียกว่า การละเมิดกิริยาตามข้อ ๕๔ ท่านประธาน ท่านไปดูก็ได้ แต่นี่ไม่มี ไม่มีการสอบสวน ไม่มีการประพฤติ วันนี้ท่านบอกว่า จากวันที่ ๓๐ กันยายน มีมติออกมา แล้ววันที่ ๑๑ ตุลาคม โฆษกของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ออกมาแถลงข่าวบอกว่าไม่สามารถจะให้ข้อเท็จจริงรายละเอียดได้ ให้กลับไปถาม คณะปกครองสงฆ์ หมายถึงเจ้าคณะภาค เจ้าคณะหนใหญ่ หนตะวันออก หนธรรมยุตก็ตาม อันนี้คือเป็นข้อกังวล ข้อสงสัยของชาวพุทธว่าท่านได้ทำถูกต้องหรือยัง ยิ่งโดยจังหวัด กาฬสินธุ์ เอาจากอำเภอสังคม เจ้าคณะอำเภอ พระอายุพรรษาน้อยกลับมาข้ามเขตจังหวัด มาจังหวัดกาฬสินธุ์ จากภาค ๘ มาภาค ๙ พูดถึงกฎหมายก็ผิดแล้ว ในข้อ ๑ ของกฎหมาย ฉบับนี้ชัดเจนว่าต้องอยู่ในเขตจังหวัดนั้น เอาข้อเดียวไม่ต้องพูดถึงข้ออื่น ส่วนพรรษาถูกต้อง ๑๐ พรรษาขึ้นไป ถูก แต่ว่าต้องอยู่ในเขตจังหวัดนั้น และต้องเป็นรองจังหวัด แล้วจังหวัด กาฬสินธุ์เขาก็มีรองจังหวัดอยู่ เป็นถึงขนาดพระเจ้าคุณสามัญ อันนี้คือเป็นปัญหาที่คาใจผม ท่านรัฐมนตรีท่านก็พูดถูกว่าใช้กฎหมายเหมือนกัน เพราะใช้กฎหมายนี่ละถึงเป็นข้อปฏิบัติว่า พระผู้ใหญ่ขนาดนี้ ถ้าพูดถึงจังหวัดก็เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ได้หมายความว่าต้องเอา นายอำเภอมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดครับ ของจังหวัดกาฬสินธุ์เอาจากนายอำเภอมาเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ผมจึงฝากท่านประธาน ฝากรัฐมนตรีซึ่งกำกับดูแลสำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติว่า ต่อไปชาวพุทธอย่าให้เขาหดหู่ใจ อย่าให้สามเณรมาเป็น เจ้าอาวาส พระก็คือพระ อันนี้จึงเป็นปัญหา ผมไม่ถามทุกข้อหรอก เพราะผมฟัง ท่านรัฐมนตรีอนุชาพูดแล้วท่านก็ตอบได้เท่าที่ตอบ ผมเข้าใจได้ แต่ผมก็ต้องถามว่า ยิ่งไม่พูด เหมือนโฆษกซึ่งเป็นระดับรอง ผอ. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมาตอบอีก บอกพูดไม่ได้ ติดปัญหา ยิ่งทำให้พระที่ถูกปลดท่านเสียหายครับ เหมือนกับว่าท่านกระทำ ความผิดแล้ว ผมจึงกราบเรียนว่าในข้อสุดท้าย ผมจะให้ชัดขึ้นมานิดหนึ่ง เป็นคำถาม ท่านตอบได้ก็ตอบ แต่ว่าไม่ถามไม่ได้ครับ เพราะกฎหมายคือกฎหมาย ในข้อที่ ๒ ผมถาม ๒ ข้อก็พอครับ ผมไม่ถามถึง ๓ หรอก แต่ว่าผมต้องถามท่านว่า นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ปี ๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติมจนเป็น ปี ๒๕๓๕ จนเป็น ปี ๒๕๖๑ ท่านทราบหรือไม่ว่า มหาเถรสมาคมมีมติถอดถอนแต่งตั้งพระสังฆาธิการ ระดับเจ้าคณะจังหวัดที่ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ มาตรา ๑๕ ตรี วรรคสอง ท่านไปเปิดดูวรรคสอง ขัดต่อมหาเถรสมาคม กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๒๔ ปี ๒๕๔๑ ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ แก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๖๑) ที่ท่าน กล่าวถึงเมื่อสักครู่นี้ในข้อ ๕/๑/๒ ที่ท่านกล่าวถึง การแก้ไขจากปี ๒๕๔๑ มาเป็นปี ๒๕๖๑ แก้ไข ไม่ได้ยกเลิกข้อแรก ๆ เพียงแต่มาเพิ่มใส่ว่า การจะแต่งตั้งเจ้าคณะหนใหญ่ต้องนำเข้า มหาเถรสมาคมทุกเรื่องครับท่านประธาน การแต่งตั้งและถอดถอน แล้วจึงทูลเกล้าฯ ไปถึง สำนักราชเลขาธิการ อันนี้คือข้อกฎหมาย แต่อันนี้มันไม่มีครับ ผมจึงบอกว่าในระเบียบวาระ การประชุมเป็นวาระที่ ๕ เสนอเพื่อทราบ ไม่ใช่เรื่องพิจารณา ผมมีอยู่แค่ ๓๐ รูป ไม่มีถึงอีก ๓ รูปนี้ ๓๐ รูป มันปรากฏทีหลัง ผมถึงแถลงข่าวอยู่เรื่อยว่า มันเป็นการยัดไส้ อันนี้คือประเด็น ส่วนเท็จจริงอย่างไรไม่รู้ แต่มันไม่มีในข้อกฎหมายตัวนี้ ในวาระที่ประชุม แล้วก็พระที่ไปกราบนมัสการถามท่านสมเด็จ ท่านก็ตอบแบบนี้ว่า ท่านไม่ทราบ เพิ่งทราบ เพราะวันนั้นเป็นการประชุมทางซูม (Zoom) ไม่ได้ประชุม ต่อหน้ากัน ไม่มีการสอบถามกัน เพื่อทราบ อันนี้จึงเป็นอันที่ถามต่อไปว่าในข้อ ๕/๑ ของกฎมหาเถรสมาคมฉบับนี้ (๒) ถ้าหากท่านไม่ทราบ เพราะเหตุใดจึงไม่ทราบทั้ง ๆ ที่ กฎมหาเถรสมาคมกำหนดให้รายงานให้นายกรัฐมนตรีต้องรับทราบ และนายกรัฐมนตรี ต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างไร ขอฟังคำตอบหน่อยครับ