สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

อนุชา นาคาศัย พูดเรื่องการถอดถอนพระสงฆ์ 3 รูป และอธิบายว่าถูกตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 และแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2561

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่าน ผม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี วันนี้ได้มาทำหน้าที่ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ผมมาตอบกระทู้ถามของท่านนิยม เวชกามา ซึ่งท่านได้ถามเกี่ยวกับเรื่องของ การถอดถอนพระสังฆาธิการ จำนวน ๓ รูปที่เกิดขึ้น แล้วท่านก็เป็นห่วงเป็นใยว่า สิ่งเหล่านี้ ที่เกิดขึ้นนั้นถูกต้องหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการถอดถอนพระราชปริยัติสุนทร ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดโสธรวรารามวรวิหาร ออกจากตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา ๒. ถอดถอน พระธรรมรัตนาภรณ์ (สมศักดิ์ ชุตินธโร) เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต พระอารามหลวง ออกจาก ตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี แล้วก็ถอดถอนพระเทพสารเมธี เจ้าอาวาสวัดประชานิยม ออกจากตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ผมกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผ่านท่านประธานว่า ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นท่านมีความห่วงใยแล้วก็ได้ทำตามที่ท่าน ให้นโยบายตามที่ท่านบอกไว้โดยตลอดในการส่งเสริมพระพุทธศาสนา ซึ่งท่านได้สั่งการ ผมในหลายเรื่องในการที่จะส่งเสริมพุทธศาสนา แล้วก็มีเรื่องอะไรให้ปฏิบัติเฉกเช่น เราเป็นฆราวาส อย่าคิดว่าเราเป็นพระภิกษุเสียเอง ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเพราะว่า ศาสนาของเรานั้นเป็นศาสนาที่เป็นเสาหลักของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพุทธศาสนา ที่ท่านและผมและสมาชิกเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่นั้นได้ถือว่าเสานี้เป็นเสาที่สำคัญมาก เป็น ๓ เสาที่ค้ำจุนประเทศเรา ก็คือชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หากเสาใดเสาหนึ่ง เอนเอียง หรือเราในฐานะฆราวาสได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเสาใดเสาหนึ่งในทางวิพากษ์วิจารณ์ หรือในทางที่คิดว่าจะเกิดความแตกแยก ผมอยากกราบเรียนว่าพวกเรา ผมนี้ก็เป็นฆราวาส คนหนึ่ง ท่านนายกรัฐมนตรีก็เป็นฆราวาส พวกเราทุกคนล้วนเป็นฆราวาส ดังนั้นการที่จะเกิด เหตุใด ๆ ในองค์กรของสงฆ์ ซึ่งเป็นเสาหลักของประเทศนั้น ผมเชื่อว่าพระสงฆ์ซึ่งมีมหาเถรสมาคม มีสมเด็จพระสังฆราชที่พวกเราให้ความเชื่อมั่นและศรัทธาว่าองค์กรที่สูงสุดของสงฆ์นั้น คงได้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลคุ้มครองพระสงฆ์ในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของพระธรรมคำสั่งสอน ที่ทุกองค์จะต้องมี ไม่ว่าจะเป็นกฎระเบียบ หรือกฎของมหาเถรสมาคม ซึ่งพระทุกรูปจะต้อง ปฏิบัติตาม แล้วไม่ว่าจะเป็นกฎของทางโลกที่เกิดขึ้นแล้วทำให้พระสงฆ์บางรูปที่ต้องมลทิน หรือปาราชิกก็ดี หรือไม่เหมาะสมก็ดี ในการที่จะทำหน้าที่ในฐานะเป็นพระผู้ปกครอง ดังนั้น การแต่งตั้งพระสงฆ์ออกจากการเป็นพระสังฆาธิการ หรือการที่มีตำแหน่งในหน่วยงาน ของพระสงฆ์ เช่น เจ้าคณะจังหวัด ก็เป็นไปตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ และแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๑ ตามมาตรา ๒๐/๑ กับตามมาตรา ๒๐/๒ อย่างแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีอะไรผิดแผกไปจากนี้ ผมยืนยัน ในส่วนของรายละเอียด ที่มีการถอดถอนนั้น ผมเชื่อว่าเราเป็นฆราวาส ในส่วนของรายละเอียดที่มีอยู่ในส่วนของ มหาเถรสมาคมที่พิจารณาในแง่มุมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น หรือในมูลเหตุต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เราในฐานะ ฆราวาสคงเข้าไปไม่ถึง และไม่ควรที่จะเข้าไปถึงด้วยซ้ำไป และไม่ควรที่จะมาวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อให้การปกครองของคณะสงฆ์ ซึ่งเรามีมหาเถรสมาคม หรือสมเด็จพระสังฆราช ที่จะต้องดูแล แล้วก็จะต้องปกครองพุทธศาสนาของเรา เราคือฝ่ายนิติบัญญัติ เรามีหน้าที่ ที่จะพิจารณาถึงกรอบปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติ แล้วเรามาแก้ไขในส่วนของ กฎหมายที่เราคิดว่าจะอุปถัมภ์ค้ำชูพุทธศาสนาของเราให้เจริญรุ่งเรือง ผมก็คิดว่าท่านนิยมนั้น ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านปกป้องศาสนาพุทธมาโดยตลอด แต่บางครั้งเราอาจจะเกินเลย ไปนิดหนึ่งในฐานะฆราวาสที่เราจะเข้าไปเพื่อที่จะขุดหาสาเหตุ หรือต้นสายปลายเหตุ ซึ่งผมก็ไม่สามารถที่จะมาบอกได้ มีเพียงแค่ข่าวตามสื่อโซเชียล (Social) ว่าพระรูปนั้น เป็นอย่างนี้ พระรูปนี้เป็นอย่างนั้น ผมก็ไม่ได้ยืนยันว่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้จริงหรือไม่ เพราะฉะนั้นข้อวิจารณ์ของสังคม ผมก็อยากกราบวิงวอนไปถึงสังคมด้วยโดยผ่าน ท่านประธานว่า ในฐานะที่เราเป็นฆราวาสนั้น ถ้าหากเราอยู่ในบวรพุทธศาสนาของเรา เราก็ต้องมั่นใจในเสาหลักของเราว่า สิ่งเหล่านั้นที่เกิดขึ้นคงไม่มีเหตุการณ์ที่มีตื้นลึกหนาบาง แล้วมีความไม่ชอบธรรม ผมยืนยันว่าเป็นไปตามพระราชบัญญัติของคณะสงฆ์ และกฎของ มหาเถรสมาคมถูกต้องทุกประการเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ กราบเรียนครับ