วรรณวิภา ชี้ปัญหาแรงงานในแคมป์ก่อสร้าง หลังเปิดประเทศ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

วรรณวิภา ไม้สน อภิปรายญัตติด่วนเกี่ยวกับการเปิดประเทศ โดยตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาแรงงานในแคมป์ก่อสร้างที่ยังขาดการดูแลด้านสุขลักษณะ วัคซีน และเสี่ยงต่อการระบาดซ้ำ พร้อมตั้งคำถามถึงความชัดเจนของแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจที่เน้นท่องเที่ยวและบริการโดยละเลยภาคเกษตรและอุตสาหกรรม รวมถึงผลกระทบจากนโยบายปิดเปิดไม่ต่อเนื่องที่ทำให้ประชาชนสูญเสียความมั่นใจ จึงเรียกร้องให้มีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย รักษาการจ้างงาน ส่งเสริมการปรับทักษะแรงงานสู่ภาคดิจิทัล และเร่งการให้วัคซีนพร้อมบริการสุขภาพฟรีทั้งแรงงานท้องถิ่นและต่างด้าว เพื่อสร้างความมั่นใจและขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

นางสาววรรณวิภา ไม้สน แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน วรรณวิภา ไม้สน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วนแรงงาน ดิฉันขอร่วมอภิปรายในญัตติด่วนขอให้สภาร่วมกันพิจารณา เพื่อพัฒนา ยุทธศาสตร์และวิสัยทัศน์ในการเปิดประเทศที่คำนึงถึงประชาชนทุกคน โดยดิฉันจะเน้น ไปที่ปัญหาที่เกี่ยวกับแรงงาน จากการที่รัฐบาลประกาศเปิดประเทศทั้ง ๆ ที่ภายในประเทศ ยังกึ่งปิดกึ่งเปิดอยู่ บางธุรกิจยังไม่ได้ประกาศให้เปิด แม้แต่คลัสเตอร์ (Cluster) ในโรงงานเอง ก็ยังไม่ได้หมดไป อีกทั้งการฉีดวัคซีนก็ยังไม่ครอบคลุมถ้วนหน้า ไปฉีดวันเดียวกันแต่คนละที่ ยังได้วัคซีนกลับมาแบบไม่เหมือนกันเลยค่ะ ปัญหาจากคลัสเตอร์ (Cluster) รอบเก่าก็ยัง ไม่ถูกคลี่คลายหรือเคลียร์ (Clear) ให้ประชาชนได้มั่นใจก่อนที่จะเปิดประเทศ ยกตัวอย่าง เมื่อวานนี้เองค่ะท่านประธาน มีประชาชนแจ้งดิฉันให้ทีมงานเข้าไปช่วยดูว่า แนวทาง การแก้ไขที่เกี่ยวกับแคมป์ (Camp) คนงานก่อสร้าง และคนไร้บ้านที่มีการกระจุกตัวกัน ในบริเวณเดียวกัน เพราะกลัวว่าจะเกิดการระบาดครั้งใหม่ และทำให้พวกเขาไม่สามารถ ค้าขายหรือกลับไปทำมาหากินได้อีก อย่าลืมนะคะว่าในแคมป์ (Camp) ไม่ได้มีแค่คนงาน ยังมีทั้งเด็ก คนท้อง มีกลุ่มเสี่ยงที่ยังไม่ได้รับการตรวจเชิงรุก และในปัจจุบันก็ยังไม่ได้ มีหลักฐานยืนยันว่าคนงานในแคมป์ (Camp) ได้รับวัคซีนกันครบหรือไม่ ท่านลองสุ่มลงพื้นที่ สำรวจแคมป์ (Camp) คนงานในกรุงเทพฯ ดูก็ได้ค่ะ ยังพบอยู่เลยว่าบางที่มีคนงานเกินกว่า ครึ่งของแคมป์ (Camp) ยังติดเชื้อโควิค (COVID) อยู่ เนื่องจากสภาพที่แออัด อยู่กันแบบ ตามมีตามเกิด ห้องครัว ห้องอาหาร ห้องนอน คือห้องเดียวกัน แถมห้องน้ำยังเป็น ห้องน้ำรวมก็ไม่แปลกใจเลยค่ะว่าทำไมคลัสเตอร์ (Cluster) ในแคมป์ (Camp) คนงาน ถึงไม่หมดไปเสียที ที่จริงปัญหานี้แก้ได้ง่ายมากเลยนะคะท่านประธาน แค่รัฐออกมาตรการ การกำหนดมาตรฐานให้แคมป์ (Camp) คนงานก่อสร้างที่จะมาตั้งแคมป์ (Camp) ควรมี มาตรฐานด้านความปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ และหากแคมป์ (Camp) ไหน ไม่ได้มาตรฐาน ก็ควรไม่อนุญาตให้ตั้งแคมป์ (Camp) ก็แค่นั้นเองค่ะ และที่ดิฉันยกตัวอย่าง เคส (Case) นี้ให้ทราบ เพราะมันสะท้อนได้ถึงการไม่สนใจที่จะแก้ปัญหา ซ้ำยังสะท้อน ความไม่มั่นใจของประชาชนได้เป็นอย่างดี ท่านประธานลองคิดดูนะคะว่านี่แค่เรื่องเดียว ที่เดียวเท่านั้นเอง แต่ในกรุงเทพฯ มีแคมป์ (Camp) คนงานก่อสร้างอยู่มากกว่า ๖๕๐ แคมป์ (Camp) นี่ยังไม่นับรวมต่างจังหวัดท่านประธานคะ ประชาชนยังรอมาตรการจากรัฐ อย่างมีความหวังว่า เปิดประเทศแล้วจะสร้างความมั่นใจอะไรได้บ้าง แผนการเปิดประเทศ ของท่านจะมุ่งไปที่ภาคส่วนไหนของเศรษฐกิจเป็นหลัก นอกเหนือจากภาคท่องเที่ยว และงานบริการ เพราะขณะนี้ยังหาความชัดเจนไม่ได้สักอย่าง ภาคการเกษตรน้ำท่วม เสียหายหนัก ท่านก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากการให้ทหารไปปลูกผักชีในค่าย ภาคอุตสาหกรรม นักลงทุนต่างชาติ ก็ทยอยถอนทุนหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้านกันหมด ภาคส่งออกก็เผชิญ กับภาวะเงินบาทกลับมาแข็งค่า ภาคท่องเที่ยวเปิดประเทศไปครึ่งเดือนแล้ว ไหนคะ นักท่องเที่ยว แต่จะว่าไปจะไม่มีรูปธรรมใดเลยก็ไม่ใช่นะคะ เพราะล่าสุดที่เห็นเป็นรูปธรรมคือ ประกาศเรื่องวันหยุดยาว ที่จริงเรื่องนี้ถึงไม่ประกาศก็มีแรงงานหลายคนที่หยุดยาวมาตั้งแต่ โควิด (COVID) ระลอกแรกแล้วค่ะ เพราะตกงานบ้าง โดนสั่งปิดบ้าง อีกทั้งปรากฏการณ์ ปิด ๆ เปิด ๆ จากรัฐทำให้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือแรงงานเองไม่มีความมั่นใจเลยว่า จะมีงานทำได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ ดิฉันเข้าใจว่าเราควรจะเปิดประเทศเพื่อฟื้นภาคท่องเที่ยว และภาคบริการที่ซบเซามานาน เพราะเป็นไปไม่ได้ที่เราจะปิดประเทศตลอดแล้วรอให้โควิด (COVID) หมดจนกลายเหลือเป็นศูนย์ แต่ก็กังวลใจค่ะว่าเกิดการติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นตามมา จะทำให้ถูกสั่งปิดอีกหรือไม่ตัวท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ยังมีหน้าออกมาพูดอีกว่า ถ้าเปิดแล้ว มีปัญหาก็ต้องปิด คำพูดแบบนี้สะท้อนให้เห็นวิธีคิดของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ดีว่า ท่านไม่มีความเข้าอกเข้าใจ หรือเห็นใจประชาชนทุกคนในประเทศที่ล้วนแล้วแต่เป็น ผู้ใช้แรงงานเลยกลับยิ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนเข้าไปอีก ประเทศที่เขาเปิดแล้ว ประสบความสำเร็จเป็นเพราะเขาฉีดวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันเชื้อ จึงมีภูมิคุ้มกันที่สูง ติดเชื้อแล้วเป็นผู้ป่วยอาการสีเขียวเหมือนเป็นแค่ไข้หวัด ได้รับยารักษา ตามอาการแล้วก็หาย แล้วเราล่ะคะ แรงงานภาคบริการที่ต้องพบปะเจอผู้คนเป็นจำนวนมาก ในแต่ละวันมีความเสี่ยงในการติดเชื้อและอาการหนักมากน้อยแค่ไหน สิ่งนี้รัฐบาล เคยพิจารณาหรือไม่คะ เพราะฉะนั้นรัฐบาลแล้วต้องมีความชัดเจนในการเปิดประเทศ ไม่ใช่ปัญหาค่ะ ------------------------------------------------------------------------------- -๑๓๖/๑ แต่หากเปิดประเทศในขณะที่ไม่มีความพร้อม ประชาชนยังไม่มั่นใจ ดิฉันเกรงว่านี่จะไม่ใช่ ชัยชนะ แต่จะเป็นหายนะครั้งใหม่ของประเทศแทน ดิฉันจึงขอเสนอมาตรการที่ให้รัฐ ดำเนินการเพื่อพี่น้องแรงงานในช่วงเปิดประเทศ ๓ ข้อหลัก ๆ ด้วยกันค่ะท่านประธาน

ข้อแรก ให้รัฐออกมาตรการเพื่อให้เอสเอ็มอี (SMEs) พยุงการจ้างงาน และเพิ่มอัตราจ้างเพื่อให้แรงงานมีรายได้และมีงานทำ มีความมั่นคงในอาชีพ รวมถึง ขยายเวลาเกี่ยวกับโครงการโคเพย์เมนต์ (Co-payment) เพื่อปรับเงื่อนไขให้สอดคล้อง กับแต่ละพื้นที่และไม่ควรจำกัดเฉพาะจ้างงานประจำ ควรเพิ่มขอบเขตในการจ้างงาน มากขึ้นด้วยค่ะ

ข้อที่ ๒ คือปรับทักษะแรงงานที่ยังหางานทำไม่ได้ ให้สามารถที่จะเข้าไปอยู่ ในส่วนที่ทำรายได้ได้ดีกว่าการท่องเที่ยวและภาคเกษตร เช่น การสร้างงาน การฝึกงาน ในอุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital) อาจจูงใจด้วยการจ่ายเงินรายวันที่ไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำ และเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนที่มีศักยภาพเข้ามามีส่วนร่วมด้วย

และข้อสุดท้าย หากแผนการของรัฐบาลคือต้องการฟื้นฟูภาคท่องเที่ยว และบริการ แรงงานเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องได้รับวัคซีนที่มีคุณภาพ และรัฐบาลต้องให้ ประชาชนตรวจภูมิคุ้มกันและตรวจหาเชื้อได้ฟรี เพื่อสร้างความมั่นใจกับตัวแรงงานด้วยว่า เมื่อเขากลับไปทำงานแล้วกลับมาบ้านจะปลอดภัยกลับมา และยิ่งรัฐบาลมีแพลน (Plan) ที่จะนำเข้าแรงงานเอ็มโอยู (MOU) ในเดือนธันวาคมนี้อีก ๔๐๐,๐๐๐ คน ยิ่งควรส่งเสริม และเอื้อให้พวกเขาเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ด้วยค่ะ ท่านประธานคะ พวกเราทุกคนอยากทำงาน อยากใช้ชีวิตได้ตามปกติ อยากกลับไปเจอหน้าครอบครัว อยากกอดคนที่เรารัก อยากพัฒนา ตัวเองเพื่ออนาคตที่ดีขึ้นกันทั้งนั้น ไม่เพียงแค่ทำเพื่อตัวเองและครอบครัว แต่จะส่งผล ให้ประเทศนี้ขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอนนี้แรงงานขาดเพียงอย่างเดียวค่ะ คือความมั่นใจ ความเชื่อมั่นในการบริหารงานของรัฐบาล ดิฉันขอให้ท่านผู้มีอำนาจฟัง และนำข้อเสนอแนะที่เพื่อนสมาชิกหลายคนได้อภิปรายไปแล้วนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ดึงความเชื่อมั่นของประชาชนกลับมา อย่าให้ทุกคนต้องหมดอนาคตเพียงเพราะมีผู้นำ และการบริหารแย่ ๆ และไม่ฟังใครของท่านอีกเลย ขอบคุณค่ะท่านประธาน