ภาสกร เงินเจริญกุล หารือการเปิดประเทศเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยเน้นการเตรียมความพร้อมด้านวัคซีนและการดำเนินชีวิตแบบใหม่เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนและนานาชาติ พร้อมเสนอให้ทุกกระทรวงร่วมมือกันภายใต้โมเดลที่เป็นระบบ เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวในประเทศเป็นลำดับแรก ขณะรอการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติในอนาคต
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ วันนี้มีญัตติเรื่องของการเปิดประเทศ จริง ๆ ดีใจมากเนื่องจากว่า ในชีวิตประจำวัน ผมก็ได้คำถามนี้มาค่อนข้างเยอะ มีการถกเถียงกันแล้วก็พูดกันว่าเปิดประเทศดีไหม ปัญหา คืออะไร ผมอยากแสดงความคิดเห็นแบบนี้ครับท่านประธาน คืออยากให้เห็นภาพรวมก่อน ภาพเศรษฐกิจภาพใหญ่ก่อนนะครับ มันมีข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกร เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๔ บอกว่าอย่างนี้ครับ ผลจากการคลายล็อกดาวน์ (Lockdown) แล้วก็ เปิดประเทศที่เร็วขึ้น ทำให้ปรับเพิ่มคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจาก ๑.๕ แสนคน เป็น ๑.๘ แสนคน ก็ถือว่าดีขึ้นนะครับ อีกส่วนหนึ่งคือประมาณการเศรษฐกิจปี ๒๕๖๔ จากติดลบ ๐.๕ เป็น ๐.๒ ดีขึ้น มาดูอีกนิดหนึ่งครับ ปีหน้าเป็นอย่างไร ปีหน้าปี ๒๕๖๕ เขาบอกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัว ๓.๗ เปอร์เซ็นต์ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องครอบคลุมการฉีดวัคซีน ของประชาชนอยู่มากกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้เป็นข้อแม้ที่ ๑ ข้อแม้อันที่ ๒ คือต้องมีการ ล็อกดาวน์ (Lockdown) กัน ที่เราทำกันมาลดลงหรือแทบจะไม่มีเลย ปัจจัยที่ ๓ คือ การดำเนินธุรกิจต้องไม่หยุดชะงักเหมือนวันนี้ ทำไมผมพูดเรื่องเหล่านี้ครับ อยากจะให้เห็น ภาพรวมก่อนว่า การที่เราล็อกดาวน์ (Lockdown) เราไม่เปิดประเทศ มันไม่เป็นผลดีครับ เราต้องทำอย่างไรให้เราอยู่กับมันได้ การเปิดประเทศเป็นทางออก เป็นการลงทุนนะครับ แต่ว่าลงทุนอย่างไรให้มีความเสี่ยงที่ต่ำ แต่เราไม่เอาแบบเหมือนในโฆษณาที่การลงทุน มีความเสี่ยง แล้วใช้ตัวเล็ก ๆ รีมาร์ก (Remark) ไว้แบบนั้นเราไม่ได้ เนื่องจากเราเป็น ประเทศครับ ผมอยากชี้ให้เห็นอย่างนี้ว่า ถ้าปี ๒๕๖๕ จริง ๆ ก็คืออีก ๒ เดือน เดือนพฤศจิกายน แล้วก็เดือนธันวาคม ๒ เดือนนี้พอเราเปิดประเทศ เราต้องสร้าง ความพร้อมครับ เหมือนเป็นการเตรียมเพื่อปีหน้าเราจะก้าวกระโดดอย่างไร วันนี้ ประเทศไหนเปิดก่อนชนะก่อนนะครับ แต่ต้องสร้างความเชื่อใจ ความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ให้ได้ ผมเลยมีข้อเสนอแนวทางก็ไม่ได้เยอะแยะมากมายครับ เป็นข้อเสนอแนวทางลองฟัง ข้อเสนอของผมนะครับ
อันที่ ๑ วันนี้พอเราเปิดประเทศ ลองสังเกตว่าความเชื่อมั่นจริง ๆ ไม่เกิด มีข่าวเต็มไปหมดเลยไปสัมภาษณ์สถานประกอบการ หลาย ๆ สถานที่ก็บอกว่า ไม่กล้าเปิด เพราะกลัวจะปิดอีก แสดงว่าความเชื่อมั่นไม่ได้ ความเชื่อมั่นไม่ได้มันส่งผลต่อหลายอย่าง สิ่งที่เราจะทำแล้วเราจะก้าวไปมันไม่เกิดครับ ฉะนั้นต้องลองดูว่ารัฐบาลลองสังเกต มีมาตรการเต็มไปหมดนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็มาพูดอันหนึ่ง กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาก็มีจะเอาลิซ่า (Lisa) มานะครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็มี กระทรวง สาธารณสุขก็มี กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน มีนโยบาย เต็มไปหมดครับ แต่สิ่งที่ขาดก็คือว่า ผมอยากให้ทุกกระทรวงลองทำงานสอดคล้องกันนิดหนึ่ง ประสาน ให้เป็นเนื้อเดียวกัน ท่านต้องเอาสิ่งที่ประกาศร้อยแล้วพูด แล้วบอกให้ประชาชนมีความมั่นใจ ฉะนั้นข้อที่ ๒ คือต้องสร้างความมั่นใจให้คนในประเทศ เพราะตัวนี้มันจะส่งผลถึง ต่างประเทศ การท่องเที่ยวเข้าใจว่าท่านเจาะการท่องเที่ยวก่อนเลย เพราะเข้าใจ การท่องเที่ยวคือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) เพราะปี ๒๕๖๒ ทำรายได้ถึง ๓ ล้านล้านบาท คนเข้ามา ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ท่านไม่มีทางอยู่ดี ๆ แล้วกระโดดขึ้นไป วันนั้นได้ แต่ทำอย่างไรให้เรามั่นใจทั้งคนไทยและต่างชาติ อันนี้ต้องสร้างกันครับ ผมอยากให้ทำแบบนี้ครับว่า ไม่ว่ากระทรวงการท่องเที่ยว กระทรวงสาธารณสุข ต้องมาบอกอะไร กระทรวงพาณิชย์ด้วย กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน ต้องมาบอกหมดแล้วก็สร้างโมเดล (Model) ตัวหนึ่งครับ ให้คนในประเทศ มั่นใจ แล้วมันส่งผลถึงต่างประเทศว่า โอเค (OK) มาเที่ยวประเทศเราไม่ต้องห่วงโควิด (COVID) สบายมาก เรื่องเล็ก ๆ ถ้าเกิดมาปุ๊บเรามีมาตรการเพราะเราผ่านมาแล้ว เมื่อล็อกดาวน์ (Lockdown) คราวที่แล้วและโควิด (COVID) คราวที่แล้วเราเจอหนักมาก เขาเรียกว่าโดนสเกล (Scale) ใหญ่มาแล้ว ต้องเอาตัวนั้นมาถอดบทเรียน แล้วทำอย่างไร ถ้าเกิดการระบาดเราจะแก้อย่างไร เข้ามาเราจะทำอย่างไร แต่ไม่เอาแบบนั้นแล้วถ้าเกิด ทุกคนมาเลย หน่วยงานจิตอาสามากันเต็มไปหมดแบบนี้ เราอาจจะไม่เอาแล้วครับ เราต้องสร้างความมั่นใจให้ได้
อีกอันหนึ่งครับ อันที่ ๓ ก็คือว่ารัฐบาลต้องเป็นผู้นำครับ โปรแกรม (Program) ใหญ่ ๆ จัดโดยรัฐบาล แล้วเอาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ เข้ามาจอยน์ (Join) เพื่อที่จะให้รัฐบาลสามารถคอนโทรล (Control) หรือมีมาตรการอะไรป้องกันพวกนี้ แล้วก็เอาเงินอัดลงไป ให้มันเกิดโมเดล (Model) ว่าถ้าเราจัดกิจกรรมใหญ่ ๆ เราคอนโทรล (Control) ได้ สร้างความเชื่อมั่นให้คนในประเทศ มันจะส่งผลออกไปที่ต่างประเทศ อันนี้ต้องทำโปรแกรม (Program) ต่าง ๆ ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเยียวยาเป็นอะไรต้องมา รีวิว (Review) อันไหนไม่ดีแก้ อันไหนดีทำต่อ ต้องทำแบบนี้
สุดท้ายก็คือความต่อเนื่องครับ ความต่อเนื่องต่าง ๆ ที่เราทำต้องทำ แล้วก็ อีกอย่างหนึ่งผมว่าสำคัญมาก วันนี้ไม่ว่าเราจะอัดเงินเข้าไปเท่าไร นักท่องเที่ยวต่างประเทศ แทบจะไม่เข้ามาหรอกครับ เพราะว่านักท่องเที่ยวที่เยอะที่สุดก็คือคนจีน แต่จีนบอกว่า เขาเป็นซีโร โควิด (Zero COVID) คนในประเทศจีนไม่ให้ออกมา ฉะนั้นเราต้องเอาท่องเที่ยว ในไทยให้ได้ก่อน แล้วสร้างโมเดล (Model) ให้ต่างประเทศมั่นใจว่ามาเที่ยวประเทศไทย ไม่ต้องกลัวโควิด (COVID) ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน