วิวรรธน์ สนับสนุนเปิดประเทศไม่กักตัว หวังฟื้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

วิวรรธน์ นิลวัชรมณี อภิปรายสนับสนุนการเปิดประเทศสำหรับนักท่องเที่ยว 63 ประเทศเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของโควิด-19 โดยเสนอให้ผ่อนปรนมาตรการกักตัวควบคู่กับการรักษาความเข้มงวดด้านสาธารณสุข และผลักดันโมเดลสมุย พลัสเป็นต้นแบบการเปิดเมืองอย่างปลอดภัย พร้อมผลักดันให้ลดข้อกำหนด SHA และ SHA Plus สำหรับผู้ประกอบการ รวมทั้งเสนอจัดงานเคานต์ดาวน์ที่เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า เพื่อย้ำจุดยืนของสุราษฎร์ธานีในฐานะแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกที่น่าภาคภูมิใจ

นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๒ จังหวัด สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมจะขออนุญาตอภิปรายญัตติด่วนเรื่องขอให้สภา ร่วมกันพิจารณาถึงผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจเกี่ยวกับการเปิดประเทศ ท่านประธานที่เคารพ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยเมื่อปี ๒๕๖๒ ก่อนเกิดวิกฤติ โรคระบาดไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งมีรายได้ไม่ต่ำกว่า ๓ ล้านล้านบาทต่อปี ซึ่งมีสัดส่วนในผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศหรือจีดีพี (GDP) ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์โดยจะเป็น รายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติถึง ๒ ใน ๓ ของรายได้ของการท่องเที่ยว ทั้งหมด แทบจะเป็นรายได้หลักของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ท่านประธานครับ แต่หลังจาก เกิดโรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) ในช่วงต้นปี พ.ศ. ๒๕๖๓ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน รายได้จากภาคการท่องเที่ยวลดฮวบไปมากกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้เศรษฐกิจ ของประเทศมีรายได้ที่ลดลง ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนต้องอยู่ด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพด้านการท่องเที่ยว ด้านบริการ แทบจะสิ้นเนื้อประดาตัว ที่ล้มละลายก็มี ที่ถึงขนาดฆ่าตัวตายก็มีให้เห็นเป็นข่าว ขายกิจการ โดนธนาคารยึดบ้าน โดนไฟแนนซ์ (Finance) ยึดรถ ท่านประธานที่เคารพ กระผมจึงขอสนับสนุนให้รัฐบาล เปิดประเทศ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูประเทศและฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งมีการคาดหวังว่า จะเป็นการสร้างแรงส่งของการท่องเที่ยวไปถึงปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ท่านประธานครับ การประกาศเปิดประเทศตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ถึงแม้ว่าจะมีการแพร่ระบาด ของโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ในประเทศยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง แต่ทุกอย่างก็ต้อง เดินหน้าบนเงื่อนไขของการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการระบาดอย่างเคร่งครัด ถึงแม้ ยังไม่สามารถชดเชยนักท่องเที่ยวที่หายไปเกือบ ๔๐ ล้านคน แต่กระผมก็ยังมีความเชื่อว่า ตัวเลขของนักท่องเที่ยวจะค่อย ๆ เพิ่มสูงขึ้นในช่วงปลายปี ซึ่งเป็นไฮซีซัน (High season) ของฤดูกาลท่องเที่ยว ท่านประธานครับ การเปิดประเทศจำเป็นที่จะต้องเพิ่มมาตรการฟื้นฟู และกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยกระผมขอเสนอให้มีการกระตุ้นการบริโภคมากขึ้น ซึ่งจะเป็น แนวทางที่กระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้ผลเร็ว โดยเฉพาะนโยบายคนละครึ่ง เฟส ๓ (Phase 3) นโยบายช็อปดีมีคืนกลับมาใช้อีกครั้ง เพื่อสร้างแรงจูงใจของการจับจ่ายใช้สอยในช่วงเทศกาล ปีใหม่ ถึงแม้รัฐบาลจะอาจจะเสียรายได้จากการงดเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่รัฐบาล จะได้รายได้จากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ท่านประธานที่เคารพ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม มาตรการด้านสาธารณสุขก็เป็นมาตรการที่สำคัญในการโพรเทกต์ (Protect) ให้การเปิด ประเทศเป็นไปอย่างปลอดภัย โดยเฉพาะในเรื่องของการคัดกรองนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาไม่ว่าจะเป็นระบบการตรวจสอบ ใบรับรองการได้รับวัคซีน หรือใบรับรองผล อาร์ที-พีซีอาร์ (RT-PCR) ไม่เกิน ๗๒ ชั่วโมงก่อนการเดินทาง เหล่านี้เป็นต้น ท่านประธาน ทำไมผมจึงขอสนับสนุนนโยบายการเปิดประเทศแบบไม่กักตัวสำหรับ ๖๓ ประเทศ ในครั้งนี้ เพราะมีข้อดี ๕ ข้อ ที่อยากฝากให้คิดคือ ๑. จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เดินหน้า ต่อไปได้ ๒. ประชาชนมีงานทำสามารถทำมาหากินได้ตามปกติ ๓. สร้างรายได้ให้กับประเทศ และในพื้นที่ท่องเที่ยว ๔. ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวฟื้นตัว และ ๕. สร้างความเชื่อมั่น ให้กับนักลงทุนและผู้ประกอบการ ซึ่งมี ๕ ข้อในทางปฏิบัติที่จะช่วยให้การเปิดประเทศ ประสบผลสำเร็จ กล่าวคือ

ข้อปฏิบัติที่ ๑ ประชาชนคนไทยทั่วประเทศต้องได้รับวัคซีนอย่างต่ำไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๗๐

ข้อปฏิบัติที่ ๒ ทางภาครัฐจะต้องสามารถคุมการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อปฏิบัติที่ ๓ ทางภาครัฐจะต้องมีความพร้อมทางด้านสาธารณสุข โรงพยาบาล เครื่องมือทางด้านการรักษา รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์อย่างเพียงพอ

ข้อปฏิบัติที่ ๔ มอบหมายให้ทางผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่นจะมีการคัดกรอง และตรวจเชิงรุกอย่างสม่ำเสมอ

ข้อปฏิบัติที่ ๕ สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยว เช่น สนามบิน รถสาธารณะ ร้านอาหาร สปา (Spa) โรงแรม สถานบริการต่าง ๆ ในการพ่นฉีด สเปรย์ (Spray) รักษาระยะห่าง และปฏิบัติตามคำสั่งของกรมควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด

ท่านประธานครับ สำหรับโครงการเปิดเมืองท่องเที่ยวโดยเฉพาะในพื้นที่ เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ที่ผมเป็น ส.ส. อยู่นั้นเราได้มีความพร้อมสำหรับ โครงการนี้ เพราะเราได้ดำเนินการสมุย พลัส โมเดล (Samui Plus Model) มาตั้งแต่ เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๔ โดยได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากทางภาครัฐ และได้มีการฉีดวัคซีนแล้วเกิน ๗๐ เปอร์เซ็นต์รวมถึงการควบคุมโรค จุดคัดกรองทุกอย่าง เป็นไปตามที่ ศบค. กำหนด อีกทั้งมีวัคซีนกรีนโซน (Green Zone) มาตรฐานชา (SHA) ชา พลัส (SHA Plus) เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว แต่ท่านประธานครับ หากพูดถึง มาตรฐานชา (SHA) หรือ ชา พลัส (SHA Plus) คือมีเสียงสะท้อนจากกลุ่มผู้ประกอบการ หลาย ๆ กลุ่มว่า อยากจะให้ทางภาครัฐช่วยลดเงื่อนไขในการที่จะเข้ามาลงทะเบียน เพื่อขอรับมาตรฐานนี้ อย่างไรก็ขอฝากเรื่องนี้กับท่านประธานนำเรียนไปยัง ททท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยนะครับ รวมถึงกระผมจะขออนุญาตฝากท่านประธาน นำเรียนไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาขอให้พิจารณาให้เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า สามารถจัดกิจกรรมงานเคานต์ดาวน์ (Countdown) ได้ในช่วงปลายปีนี้ด้วย

สุดท้ายนี้ครับ กระผมจะขอเรียนเชิญสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ชอบทะเล เป็นชีวิตจิตใจ สำหรับสุราษฎร์ธานีมีคำขวัญที่ขึ้นชื่ออยู่แล้วในเรื่องของเมืองร้อยเกาะ ซึ่งเกาะสมุย เกาะพะงันและเกาะเต่า ถือได้ว่าเป็นเกาะที่มีความสวยงามเป็นระดับต้น ๆ ของโลกนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้ฉายาหมู่เกาะของเราว่า เกาะสวาทหาดสวรรค์ เป็นเพชรเม็ดงามของทะเลฝั่งอ่าวไทย ซึ่งเป็นความใฝ่ฝันที่อยากจะมาสักครั้งหนึ่งในชีวิต ท่านประธาน หากคิดถึงทะเลให้คิดถึง เกาะสมุย เกาะพะงันและเกาะเต่า กราบขอบพระคุณครับ