รงค์ ถามความเชื่อมั่นการเปิดประเทศ ห่วงบริหารโควิดไม่บูรณาการ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

รงค์ บุญสวยขวัญ อภิปรายการเปิดประเทศของรัฐบาล โดยตั้งคำถามถึงความเชื่อมั่นในเสถียรภาพการเมืองและภาวะผู้นำที่ส่งผลต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการบริหารจัดการวัคซีนและการควบคุมโรคระบาดอย่างบูรณาการ มีเป้าหมายชัดเจนและตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในระดับพื้นที่ เพื่อรองรับการเปิดประเทศอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ นครศรีธรรมราช

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ขออนุญาตอภิปรายเพื่อแสดงความเห็นเกี่ยวกับการเปิดประเทศ ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะอภิปรายเพื่อที่จะชี้ให้เห็นถึง ๔ เป้าหมายที่รัฐบาลได้ดำเนินการเปิดประเทศพร้อมกับ ๕ กลยุทธ์ แต่ทั้ง ๔ เป้าหมาย และ ๕ กลยุทธ์นั้น ผมจะไม่พูดครบทั้ง ๔ เป้าหมายและ ๕ กลยุทธ์ แต่จะเลือกเอาเฉพาะ บางเป้าหมายและบางกลยุทธ์เท่านั้น ท่านประธานครับ เวลาพูดถึงการเปิดประเทศนะครับ ผมคิดว่าทุกคนชอบ คนเชียร์ ความหมายที่เป็นความหมายเชิงทำความเข้าใจกันว่า เปิดประเทศคือ เปิดประเทศเพื่อการท่องเที่ยวใช่ไหม หรือเปิดประเทศท่องเที่ยว เอานักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ สิ่งหนึ่งที่ท้าทายในการเปิดประเทศ ก็คือเปิดประเทศ เปิดจังหวัด เปิดเมือง เปิดโรงเรียน เปิดชุมชนให้คนในบ้านเมืองของเราได้ไหล ได้เที่ยว ได้เดินทางไปไหนมาไหน อันนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ ผมเชื่อมั่นต่อรัฐบาลโดยเฉพาะภายใต้ การบริหารของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าการวางแผนเพื่อรองรับการเปิดประเทศนั้น มีแผนงานที่ชัดเจน ๔ เป้าหมาย ๕ กลยุทธ์ที่ว่าแล้ว และแบ่งเป็นเฟสซิง (Phasing) ระยะแรก ๔ จังหวัด วันที่ ๑-๓๐ พฤศจิกายน กลุ่มหนึ่ง วันที่ ๑-๓๑ ธันวาคม กลุ่มหนึ่ง วันที่ ๑ มกราคมเป็นต้นไปกลุ่มหนึ่ง วางสเปก (Spec) เรียบร้อยว่าเดินทางทางไหนอย่างไร อันนั้น เป็นเรื่องการวางระบบเพื่ออะไรครับ เพื่อให้บรรลุ ๔ เป้าหมายภายใต้ ๕ กลยุทธ์ แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็อยากจะเสนอแนะเชิงวิพากษ์วิจารณ์ หรือเหมือนกับเป็นชาเลนจ์ (Challenge) เป้าหมายของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ นิดหนึ่ง ผม เลือกเอาเฉพาะเรื่องแรกเลยว่าชาเลนจ์ (Challenge) ว่าการเปิดประเทศเป้าหมาย อันแรกคือสร้างความเชื่อมั่น ท่านประธานที่เคารพครับ การสร้างความเชื่อมั่นคืออะไร ในการเปิดประเทศวันนี้ความเชื่อมั่นที่สำคัญมาก ๆ คือความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพของระบบ การเมืองวันนี้ทั่วโลกเขาจับตามองอยู่ว่าถ้าจะไปเที่ยวที่ไหน มีอยู่ ๒ เรื่อง เสถียรภาพ ทางการเมืองเป็นอย่างไร เสถียรภาพทางการเมืองมันจะโยงไปถึงการบริหารจัดการ การควบคุม การแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส (Coronavirus) ในประเทศนั้นเป็นอย่างไร ประเทศไทย ในสายตาของคนเยอรมัน หรือในสายตาของคนต่างชาติเขามองประเทศไทยอย่างไร นั่นคือความเชื่อมั่น ความเชื่อมั่นในเสถียรภาพทางการเมืองโยงไปถึงความเชื่อมั่นต่อผู้นำ สิ่งนี้เป็นเรื่องใหญ่ ตรงนี้เป็นประเด็นที่ท้าทาย

ประการต่อมาความเชื่อมั่นเรื่องวัคซีน การบริหารจัดการวัคซีนที่รัฐบาล พยายามจะทำจนวันนี้ ผมยกตัวอย่างก็ได้ว่าแอตติจูด เซอร์เวย์ (Attitude survey) ที่ผมทำที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ชาวบ้านมีความรู้สึกดีมาก เพราะหลังจากที่ผมเคยหารือ ในสภาแห่งนี้เรื่องวัคซีนที่จังหวัดนครศรีธรรมราชในช่วงที่ผมหารือได้แค่ ๔๙ กว่าเปอร์เซ็นต์ หลังจากนั้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ลงไปเยี่ยมเยียน พี่น้องที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ประกาศบอกว่าอีกเดือนสองเดือนจังหวัดนครศรีธรรมราช จะได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้ความเชื่อมั่นครับ ความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการวัคซีน ที่ท่านนายกรัฐมนตรีกำกับให้รัฐมนตรีหรือหน่วยงานต่าง ๆ อันนี้เป็นความเชื่อมั่น เชื่อมั่นว่า ยาจะมีเพิ่มขึ้นไหม ถ้าหากมันเกิดมีวัคซีนขึ้นมาอีกรอบหนึ่งเป็นซีซัน (Season) ใหม่ หรือว่า งานใหม่งานเข้าเป็นรอบ ๓ รอบ ๔ อะไรก็แล้วแต่ ความเชื่อมั่นของ อสม. ต่อรัฐบาล ความเชื่อมั่นของ อสม. ต่อนายอำเภอ ความเชื่อมั่นของ อสม. ต่อ ศบค. ระดับอำเภอ หรือระดับจังหวัด สิ่งเหล่านี้นะครับ หรือความเชื่อมั่นต่อการได้วัคซีนไปบูสต์ (Boost) ในเข็มที่ ๓ เข็มต่าง ๆ เหล่านี้ สิ่งเหล่านี้คือความเชื่อมั่นตรงนี้ท้าทายได้ ผมคิดว่า ความท้าทายอันนี้ การแสดงออกซึ่งการบริหารจัดการแบบมีความเป็นภาวะผู้นำสูง ของท่านนายกรัฐมนตรี สร้างความเชื่อมั่นได้ทั้งระดับนานาชาติ และระดับภายในประเทศ นั่นคือสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าท้าทายและควรจะทำความเข้าใจ และชี้ให้เห็นว่าการเปิดประเทศ ครั้งนี้รัฐบาลได้วางแผน ได้ประชุม ได้ทำความเข้าใจ การประชุมทำแผนทำความเข้าใจ สิ่งเหล่านี้กว่าจะออกมาไม่ใช่ทำจำกัดเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข ไม่ใช่ทำจำกัดเฉพาะ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ท่านประธานที่เคารพครับ ในการบริหารของ ศบค. ในระดับชาติมันมีการบริหารจัดการ ซึ่งมีภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องจำนวนมาก สิ่งเหล่านี้กว่าจะออกมาเป็นแผนทั้งหมด ผมเชื่อมั่นว่าอยู่ภายใต้การกลั่นกรอง การพินิจพิเคราะห์ การพิจารณาเป็นซิเนริโอ (Scenario) ที่ ๑ ๒ ๓ ๔ ว่ามันจะเสี่ยงอย่างไร รัฐบาลทำไว้ได้หมดนะครับ

ประเด็นสุดท้ายที่ผมคิดว่า ผมอยากจะนำเสนอที่ชี้ให้เห็นถึงการท้าทายอีก ก็คือว่า รัฐบาลมี ๕ แผน ๕ กลยุทธ์ในการรองรับการเปิดประเทศ กลยุทธ์ที่ ๕ ก็คือ กลยุทธ์ เรื่องการบริหารจัดการแบบบูรณาการ ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมคิดว่าการบูรณาการเป็นกลไกในการบริหาร หรือเป็นเครื่องมือในการบริหารที่รัฐบาล ได้บริหารท่ามกลางวิกฤติมาจนถึงปัจจุบันนี้สำเร็จ แล้วต่อไปนี้เราจะบริหารความเสี่ยง เราเปิดประเทศซึ่งมันจะเสี่ยง อาจจะออกมาระบาดอีกครั้งหนึ่ง การบริหารความเสี่ยง โดยใช้เงื่อนไขของการบริหารแบบบูรณาการภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามา ความท้าทายที่ผม อยากจะเสนอแนะไปยังรัฐบาลก็คือว่า เวลาบูรณาการมันมีหลายเลเวล (Level) หลายระดับ ระดับชาติ ผมไม่คิดว่าจะมีปัญหาเพราะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เรียนแล้วว่า ท่านมีภาวะผู้นำในการบริหารจัดการที่มีความเป็นผู้นำสูง ซึ่งวันนี้ท่านก็มอบหมาย ท่านรัฐมนตรี ๓ ท่าน ซึ่งสภาเราให้เครดิตท่านเลยว่าท่านได้มอบหมาย ไม่ใช่ให้สภาเรายื่น ญัตติด่วนโดยไม่มีรัฐมนตรีมาฟัง วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีมาฟัง อันนี้เครดิตของรัฐบาล เพราะฉะนั้นพร้อมในระดับชาติ การบูรณาการทั้งรองนายกรัฐมนตรี ทั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทั้งกระทรวงสาธารณสุขวันนี้มาพร้อม แต่ท่านประธาน ที่เคารพครับ การบูรณาการที่สำคัญที่ผมคิดว่าจะตั้งข้อสังเกตในเชิงท้าทายก็คือ การบริหาร จัดการบูรณาการโควิด (COVID) ในเชิงพื้นที่ในระดับจังหวัด ในระดับอำเภอ ตรงนี้ ต้องเด็ดขาด ตรงนี้จะต้องทอนความเบ็ดเสร็จเด็ดขาดจากส่วนกลางไปไว้ที่อำเภอ ไว้ที่จังหวัด ศบค. จังหวัดจะทำอย่างไร กลยุทธ์เรื่องของการเฝ้าระวัง ควบคุมความเสี่ยง สถานที่เสี่ยงหรือกลุ่มเปราะบาง ตรงนี้ได้เตรียมการไว้อย่างไร มีแผนงานอย่างไร ตรงนี้ผมคิดว่า การบริหารแบบบูรณาการจะต้องจัดการให้มีความเบ็ดเสร็จเด็ดขาด มีเป้าหมาย มีทิศทาง ที่ชัดเจน มีรูปธรรม มีการฝึกซ้อม มีการเตรียมความพร้อม ผมคิดว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมกับรัฐบาลจะต้องกำกับตรงนั้นลงไปที่จังหวัด ไปที่อำเภอ ในฐานะที่เป็น หน่วยปฏิบัติการ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะฝาก และคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นชาเลนจ์ (Challenge) หรือเป็นสิ่งท้าทายว่า เราจะก้าวเดินไปข้างหน้าภายใต้การเปิดประเทศ บ้านผมชาวบ้าน รอคอยกันนะครับ พื้นที่ความเสี่ยง อย่างเช่น ตลาดนัด สวนสาธารณะ สิ่งเหล่านี้พี่น้องบ้านผม ก็รออยู่นะครับ แม้ว่าจะเป็นสีแดงเข้ม แต่ในฐานะที่สีแดงเข้ม หลังเดือนมกราคมนี้ เราคิดว่าเราคงจะได้ปลด ปลดแล้วเราจะมีแผนงานอย่างไร การบริหารแบบบูรณาการ ในเชิงพื้นที่แอเรีย เบส (Area based) หมายถึงเอาจังหวัดเป็นตัวตั้ง หรืออำเภอเป็นตัวตั้ง ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ท้าทายพวกเรา และเราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในการบริหารจัดการ แบบบูรณาการเหล่านี้มันจะต้องสยบความแพร่กระจายหรือความรุนแรงของโควิด (COVID) แล้วพวกเราจะเดินไปข้างหน้าอย่างมีความสุขในปี ๒๕๖๕ ด้วยกัน ภายใต้การบริหารจัดการ ที่มีความแน่นอน บูรณาการเชิงพื้นที่นะครับ ขอบคุณท่านประธานที่เคารพที่ให้โอกาสครับ