ศุภชัย โพธิ์สุ หารือเกี่ยวกับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ต่อเศรษฐกิจและภาคการท่องเที่ยว พร้อมเสนอให้เปิดประเทศอย่างระมัดระวังควบคู่กับการตรวจคัดกรองด้วย ATK และ RT-PCR อย่างมีระบบ เน้นการเร่งฉีดวัคซีนให้ครอบคลุม กำกับแรงงานต่างด้าวอย่างปลอดภัย และสนับสนุนผู้ประกอบการด้วยมาตรการทางการเงินที่ไม่ซับซ้อน เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและป้องกันวิกฤตซ้ำ โดยยังเรียกร้องให้ตรวจสอบคุณภาพชุดตรวจ ATK และเตรียมความพร้อมระบบสาธารณสุขอย่างครบวงจร พร้อมแจ้งความประสงค์อภิปรายร่วมของสมาชิก 36 ท่าน ภายใต้ญัตติด่วนเพื่อพิจารณาแนวทางการอยู่กับโควิดอย่างปลอดภัย
ขอบพระคุณครับ ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากมีญัตติด่วนซึ่งยังไม่ได้บรรจุระเบียบวาระ ทำนองเดียวกันอีก ๑ ฉบับ ญัตติด่วนเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาผลกระทบ ของการเปิดประเทศ และหามาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม ซึ่งนายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ และท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ เป็นผู้เสนอ ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องทำนองเดียวกันน่าจะนำมาพิจารณารวมกัน จะมีท่านสมาชิกท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ ผมขอดำเนินการตามนี้ สำหรับญัตติของท่านสมาชิกที่เสนอมา ซึ่งยังไม่ได้บรรจุระเบียบวาระ ผมจะให้เจ้าหน้าที่แจกท่านสมาชิกเพื่อประกอบการพิจารณา ต่อไป เชิญเจ้าหน้าที่แจกเอกสารญัตติของคุณหมอจาตุรงค์และท่านกิตติศักดิ์ด้วยนะครับ
เชิญท่าน กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ เป็นผู้เสนอแถลงเหตุผลครับ เชิญครับ แล้วก็สำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งก็คือ เรื่องของเศรษฐกิจที่เราสูญเสียไปเยอะ แล้วก็ทำให้ ผู้ประกอบการหลายท่านประสบปัญหา รวมทั้งมีข่าวเรื่องของการฆ่าตัวตาย ไม่ว่าจะเป็น ผู้ประกอบการเอง ผู้ทำงาน นักร้องอะไรต่าง ๆ นี่คือวิกฤติที่เราเผชิญมานะครับ แต่เมื่อมีการเปิดประเทศขึ้นมา ตอนนี้ผมนำเรียนท่านประธานสภาด้วยครับว่า ตอนนี้ มีการระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ทำให้ผู้คนเสียชีวิตกว่า ๙ ล้านคน และมีการติดเชื้อ สะสมในประเทศไทย ๑,๙๙๖,๙๖๙ คน ก็คือประมาณเกือบ ๒ ล้านคน แล้วก็เสียชีวิตสะสม ถึง ๑๙,๘๘๓ คน อันนี้ข้อมูลเมื่อวันนี้ก็คือวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ซึ่งนำเรียนประธาน ด้วยความเคารพว่า การกระทบกับธุรกิจภาคแรงงานและภาคท่องเที่ยวเกิดขึ้นถึง ๑ ล้านคน โดยเฉพาะรายย่อย และเมื่อมีการควบคุมการระบาดของโควิด (COVID) ดีขึ้น สังเกตนะครับ ช่วงนี้อัตราการติดเชื้อใหม่ประมาณ ๗,๐๐๐ กว่าคน รักษาระยะนี้มาได้เกือบอาทิตย์แล้ว ซึ่ง ๒-๓ อาทิตย์ที่ผ่านมาก็หมื่นกว่าคน ซึ่งอันนี้ก็ถือว่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่เราไม่จำเป็น จะต้องรอให้โควิด (COVID) มันหายไปนะครับ เราต้องกล้าที่จะตัดสินใจในการที่จะรักษา ประเทศของเรา โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจโดยการเปิดประเทศ แต่การเปิดประเทศครั้งนี้ เราก็ต้องมีความเสี่ยงในการที่จะทำให้การแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) มีโอกาส ไม่มากขึ้น ถามว่าประเทศไทยเรามีมาตรการ มีความพร้อมอย่างไรในการที่จะเปิดประเทศ ครั้งนี้ ผมนำเรียนท่านประธานสภาครับ ทางประเทศสิงคโปร์ซึ่งถือว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ที่ขึ้นชื่อว่า ได้รับการยกย่องว่ามีการควบคุม และได้รับการควบคุมการจัดการเรื่องของโควิด (COVID) ที่ดีในระดับต้น ๆ ของประเทศ ประธานาธิบดีเขาสั่งวัคซีนโมเดอร์นา (Moderna) ไฟเซอร์ (Pfizer) ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคมปีที่แล้ว และฉีดวัคซีนเข็มแรก โดยท่านประธานาธิบดีเขาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งถือว่าเป็นตัวอย่าง และเขาก็มีวัคซีน ที่เพียงพอในการฉีดให้กับประชาชนของเขา ซึ่งตอนนี้ของประเทศไทยเราการฉีดวัคซีน โดส (Dose) แรก ๔๔.๗ ล้าน คิดเป็น ๖๑.๙ เปอร์เซ็นต์ เข็มที่ ๒ ๓๕.๕ ล้าน คิดเป็น ๔๙ เปอร์เซ็นต์นี่ของประเทศไทย ของประเทศสิงคโปร์ตัวเลขตั้งแต่ ๒๐ กันยายน เขาได้ ๘๒ เปอร์เซ็นต์เมื่อเดือนกว่า ๆ แล้ว ตอนนี้ผมคิดว่าเขาคง ๘๐ เกือบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่เขาก็มีรายใหม่เกิดขึ้นประมาณ ๑๐๐ คนต่อวัน เขาก็เสนอมาตรการว่า เขาก็ต้องเปิด ประเทศโดยใช้ชื่อที่เรียกว่า ใช้ชีวิตร่วมกับโควิด (COVID) ก็คืออยู่กับโควิด (COVID) อย่างนิวนอร์มัล (New normal) ซึ่งอันนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เราก็ต้องเอาเป็นตัวอย่าง ในเรื่องของการที่จะทำให้กับประเทศไทยของเราว่า เราจะอยู่กับโควิด (COVID) อย่างไร ด้วยความปลอดภัย ความเสี่ยงน้อย ซึ่งผมนำเรียนว่าที่รัฐบาลได้ออกนโยบายขึ้นมา โดยเฉพาะการเปิดประเทศโดยใช้นโยบายรับนักท่องเที่ยวแบบไม่กักกันตัว เริ่ม ๑ พฤศจิกายน โดยมี ๖ ขั้นตอน ซึ่งใน ๖ ขั้นตอนนี้ก็จะมีหลักการสำคัญก็คือ นักท่องเที่ยว ที่จะเข้ามาในประเทศไทยต้องมีใบรับรองการฉีดวัคซีน และมีใบรับรองว่ามีการตรวจ อาร์ที-พีซีอาร์ (RT-PCR) ไม่เกิน ๒๒ ชั่วโมงว่าเป็นผลลบ แล้วก็มีใบจองที่พักโรงแรม แล้วก็มีการตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ (RT-PCR) ที่โรงแรมในประเทศไทย อีกครั้งหนึ่ง และตอนอยู่ท่าอากาศยานสนามบิน ถึงประเทศไทยก็มีการโหลด แอปพลิเคชัน (Load application) หมอชนะ (MorChana) ในภาษาอังกฤษ แล้วก็ถ้าผลอาร์ที-พีซีอาร์ (RT-PCR) คืออีก ๑ วัน เนกาทีฟ (Negative) ก็สามารถจะออกเดินทางไปตามที่ต่าง ๆ ได้ ซึ่งอันนี้ก็ถือว่าเป็นความก้าวหน้าอีกอย่างหนึ่ง แต่ผมก็ขอเสนอแนะว่าถ้าเรามีเอทีเค (ATK) ที่มีคุณภาพสูงทัดเทียมกับอาร์ที-พีซีอาร์ (RT-PCR) เราก็สามารถจะลดขั้นตอน ให้นักท่องเที่ยวสามารถจะตรวจเอทีเค (ATK) เรพิด เทสต์ (Rapid Test) ที่เป็น โพรเฟสชันนัล ยูส (Professional use) ที่มีคุณภาพดี เราสามารถจะจูงใจนักท่องเที่ยว ได้มาท่องเที่ยวประเทศไทยเยอะขึ้น ก็คือว่าไม่ต้องกักตัวภายใน ๑ วันเลย เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าคนที่เข้ามาเขาก็ฉีดวัคซีนครบ ๒ เข็มแล้ว และตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ (RT-PCR) ที่ประเทศเขาภายใน ๗๒ ชั่วโมงให้ผลลบแล้ว เพราะฉะนั้นเขาถือว่า ความเสี่ยงต่ำแล้ว ถ้าเข้ามาในประเทศไทยผมคิดว่าถ้ามีเอทีเค (ATK) ที่มีคุณภาพ เราก็สามารถจะตรวจพร้อมกันกับอาร์ที-พีซีอาร์ (RT-PCR) แล้วก็เอาผลเอทีเค (ATK) ถ้าเนกาทีฟ (Negative) ก็สามารถจะออกไปท่องเที่ยวได้นะครับ แต่ว่าอีกวันหนึ่ง เราก็เอาผลอาร์ที-พีซีอาร์ (RT-PCR) มา ผมคิดว่าตัวนี้จะมีเสี่ยงต่ำมากที่จะให้เกิดผลบวก แล้วนักท่องเที่ยวก็จะมีความประทับใจมากขึ้น ความเสี่ยงก็ไม่เยอะ และสามารถทำให้เขา ได้มาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้มากขึ้นนะครับ
ประเด็นที่ ๒ นำเรียนท่านประธานว่า ในช่วงโควิด (COVID) ภาคธุรกิจ ภาคท่องเที่ยวซึ่งถือว่าเป็นรายได้ใหญ่ของประเทศไทย แล้วก็สร้างภาษี สร้างรายได้ให้กับ รัฐบาลเป็นจำนวนมาก ได้รับผลกระทบอย่างมากมาย ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดท่องเที่ยว แม้กระทั่งจังหวัดมหาสารคามบ้านผมก็ยังได้รับผลกระทบ สถานประกอบการปิด ผู้ประกอบการลำบาก หนี้สินที่เกิดขึ้นมา รวมทั้งนักร้อง คนงานผู้ใช้แรงงานที่อยู่ ในสถานประกอบการเองก็ได้รับผลกระทบ การชดเชยก็ไม่เพียงพอนะครับ นี่คือสิ่งที่ได้รับ ผลกระทบอย่างมาก เพราะฉะนั้นแล้วการที่เราจะแก้ปัญหาเรื่องของการเปิดประเทศให้เร็ว ซึ่งทางรัฐบาลก็เปิดรับนักท่องเที่ยวแบบไม่กักตัว และ ๒. คือการยกเลิกเคอร์ฟิว (Curfew) ใน ๑๗ จังหวัดซึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ผู้ประกอบการได้ยินได้ฟัง รู้สึกดีใจมากนะครับ เขาเริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์นะครับ แต่เราก็ต้องระมัดระวัง เพราะว่ากว่าเขาจะเปิด กว่าเขาจะต้องกลับมาทำกิจการอีกครั้งหนึ่ง เขาต้องมารีโนเวท (Renovate) เขาต้องมา ปรับปรุงสถานประกอบการที่เขาปิดไปนาน ต้องมีหนี้มีสินอีกครั้งหนึ่ง ถ้ารัฐบาลบริหารไม่ดี อาจจะมีการต้องปิดอีกครั้งหนึ่งเขาจะลำบากนะครับ เขาอาจจะต้องประสบภาวะที่ต้อง กู้หนี้ยืมสิน แล้วก็เกิดปัญหาทางด้านการเงินการคลังอีกต่อมานะครับ แล้วปัจจุบันในการ เปิดประเทศเป็นความเสี่ยงที่เราต้องยอมรับและเราต้องควบคุมให้ได้ ที่ว่าเราต้องอยู่กับโควิด (COVID) ด้วยความมีสติปัญญา ด้วยการควบคุมได้ ซึ่งอันนี้มีความสำคัญว่าการที่เรา จะต้องเปลี่ยน มายด์เซท (Mindset) ของเราว่า เราไม่จำเป็นต้องให้โควิด (COVID) มันหายไปหมด ไม่ต้องให้จนถึงเหลือ ๑,๐๐๐ คนต่อวัน ตอนนี้ ๗,๐๐๐ คน ผมคิดว่าเราก็สามารถ จะเปิดประเทศได้ด้วยความรอบคอบนะครับ แล้วก็อยู่กับโควิด (COVID) อย่างชาญฉลาด แล้วก็สามารถจะตรวจได้ด้วยความรวดเร็ว แล้วก็สามารถจะควบคุมได้ สำคัญคือควบคุมได้ เพราะว่าโควิด (COVID) อาจจะมาในรูปแบบที่เปลี่ยนไป มาด้วยสายพันธุ์ที่เปลี่ยนไป แล้วปัญหาที่เราเป็นช่องโหว่ก็สามารถจะทำให้เกิดปัญหาได้นะครับ ผมมีประเด็นที่จะต้องนำเสนอท่านประธานก็คือ เรื่องของทางกระทรวงแรงงาน ที่ท่านรัฐมนตรีสุชาติ ชมกลิ่น ที่จะเตรียมเสนอ ศบค. ในวันที่ ๑๒ พฤศจิกายนว่าขณะนี้ มีการเตรียมการที่จะนำเข้าแรงงานต่างชาติ ที่เรียกว่าตอนนี้ภาคแรงงานเราครับ ภาคอุตสาหกรรมมีการขาดแคลนแรงงานมาก ประเทศไทยของเราการอุตสาหกรรม การก่อสร้างอะไรต่าง ๆ ต้องอาศัยแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งตอนนี้มีการขาดแคลนมาก และมีปัญหามาก แล้วทางท่านรัฐมนตรีสุชาติก็จะเตรียมเสนอเรื่องของการจะนำ ให้ผู้ใช้แรงงานเข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยการเตรียมฉีดวัคซีนและการมีมาตรการ คล้าย ๆ กับนักท่องเที่ยวซึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะว่าเราต้องอยู่กับโควิด (COVID) ด้วยความปลอดภัยและด้วยความระมัดระวัง ซึ่งตอนนี้มีความคิดว่า ถ้าฉีดวัคซีน ๒ เข็มแล้ว กักตัว ๗ วัน แล้วถ้าฉีดวัคซีน ๑ เข็มหรือยังไม่ฉีดเลยก็กักตัว ๑๔ วัน และมีการตรวจหาเชื้อ ด้วยอาร์ที-พีซีอาร์ (RT-PCR) ๒ ครั้ง ซึ่งให้นายจ้างและสถานประกอบการเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งอันนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ภาคผู้ใช้แรงงาน และทางผู้ประกอบการจะได้มีการขับเคลื่อน ธุรกิจของเขา แต่ผมเป็นห่วงนะครับท่านประธาน ที่ผ่านการระบาดโควิด (COVID) รอบที่ ๓ เกิดจากการที่แรงงานข้ามชาติ แรงงานต่างชาตินอกระบบ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่เราน่าเสียใจ มากนะครับ เพราะว่าอันนี้รัฐบาลก็โทษแต่ประชาชนการ์ด (Guard) อย่าตก แต่การควบคุม แรงงานข้ามชาติ กลายเป็นการหากินจากบุคคลกลุ่มหนึ่งที่มาทำให้ประเทศไทยของเรา สูญเสียเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ซึ่งจากที่เราได้มีการระบาดจากผู้ใช้แรงงานในครั้งที่แล้ว ผมยังไม่เห็นมาตรการอย่างชัดเจนจากภาครัฐ ที่จะมีการควบคุมการลักลอบการนำเข้า แรงงานต่างชาติได้อย่างชัดเจน ซึ่งผมก็เสนอว่าเรามีทหารประจำการอยู่มากมาย เราสามารถจะเข้มในการที่จะควบคุมรั้วชายแดนของเรา เพื่อจะป้องกันไม่ให้แรงงานต่างชาติ ที่ผิดกฎหมายเข้ามา แต่ถ้าเขาเข้ามาผมเสนอว่าให้เขาเข้ามาง่าย ๆ เข้ามาในระบบนี่ละครับ ทำตามระบบนี่ละครับ มีการตรวจ มีการฉีดวัคซีน มีการควบคุมอย่างถูกต้อง อย่างง่าย ๆ ในราคาประหยัด แล้วเขาก็สามารถจะมาทำงานในประเทศไทยของเราได้ อันนี้ก็ฝาก ทางท่านรัฐมนตรีและทางท่านนายกรัฐมนตรีไปดูแลเรื่องของแรงงานอีกครั้งหนึ่ง
ส่วนเพื่อนสมาชิกก็เสนอมาตรการในหลายส่วนแล้ว ผมก็ขอเสนอมาตรการ ในการรองรับในการที่จะเปิดประเทศในครั้งนี้ ๑. การป้องกันโรค การฉีดวัคซีนของเรา ซึ่งก็ถือว่าเราก็ถือว่าดีขึ้นเยอะนะครับ ถึงแม้ว่าเราจะมีวัคซีนที่มาช้ากว่าต่างชาติในช่วงแรก ช่วงนี้เราได้เข็มแรกก็ ๔๔ ล้านคน เข็ม ๒ ก็ ๓๕ ล้านคน ถือเป็น ๖๑.๙ หรือ ๔๙ เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าดีขึ้นในระดับหนึ่งนะครับ ซึ่งการฉีดวัคซีนตอนนี้ก็ทราบว่าทางรัฐบาลได้สั่งวัคซีน เข้ามาได้ปริมาณที่ค่อนข้างเยอะ ฉะนั้นแล้วในช่วงนี้เราจะทำอย่างไรให้วัคซีนของเราไปถึง แขนพี่น้องประชาชนให้เยอะที่สุดให้เร็วที่สุด และสำคัญก็คือกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเป้าหมาย ก็คือสถานประกอบการ สถานประกอบการจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนด้วยความรวดเร็ว ผู้ที่ทำงานในสถานประกอบการต้องฉีดวัคซีน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ และที่ผ่านมาก็ต้องบอกว่า ต้องขอบคุณในการฉีดวัคซีนที่ทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นทางโรงพยาบาล ทาง รพ.สต. ทาง อสม. ทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทางปกครอง ได้ร่วมกันในการที่จะทำให้วัคซีนไปถึงแขนประชาชนได้เร็ว ซึ่งในจังหวัดมหาสารคามเอง ผมก็เข้าไปดู ซึ่งก็ต้องชื่นชมว่าทุกท่านทำหน้าที่ได้อย่างดียิ่ง ช่วงแรกวัคซีนอาจจะมาช้า และเราไม่ใช่พื้นที่เศรษฐกิจที่รัฐบาลได้มุ่งเน้น ในช่วงแรกก็ต้องยอมรับในผลกระทบที่ว่า วัคซีนอาจจะมาน้อย แต่ช่วงนี้วัคซีนก็มาในจำนวนที่เยอะก็ต้องบอกว่า ขอบคุณ ทางคุณหมอ ทางพยาบาล ทาง รพ.สต. ทาง อสม. เป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกันในการฉีดวัคซีน ได้อย่างเพียงพอ แต่ตอนนี้ในเรื่องของกลุ่มเป้าหมาย สถานประกอบการ ร้านค้า สถานบริการจะต้องฉีดวัคซีนให้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ โรงงานต่าง ๆ สังเกตนะครับ มันแพร่เร็ว ก็คือสถานประกอบการ ร้านค้า สถานบริการ แหล่งชุมชนหนาแน่น โรงงาน กลุ่มเป้าหมายนี้ ต้องได้รับการฉีดวัคซีนด้วยความรวดเร็ว สัปดาห์ที่แล้วผมไปที่ รพ.สต. ก็ต้องขอชื่นชมว่า ใน ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมามีการเปลี่ยนนโยบาย แต่ก่อนไปฉีดวัคซีน ถ้าไปฉีดที่ รพ.สต. ต้องมีคุณหมอที่เป็นระดับที่ต้องช่วยฉุกเฉินได้ไปประจำที่ รพ.สต. เพื่อให้ฉีดวัคซีน และมีความสบายใจว่า ไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย แต่ในปัจจุบันก็มีการผ่อนคลาย กฎเกณฑ์มากขึ้นนะครับ ก็เรียกว่าตอนนี้ไปฉีดที่ รพ.สต. ได้ทุก รพ.สต. ได้ทุกวันนะครับ โดยใช้แค่หน่วยอีเอ็มเอส (EMS) ของ อบต. นั้นไปประจำที่ รพ.สต. ก็เรียกว่าง่ายขึ้น และพี่น้องประชาชนสะดวกขึ้นไม่ต้องเดินทางมาที่ในเมืองเพื่อฉีด อันนี้ก็ถือเป็นนโยบาย ที่ผ่อนคลายมากขึ้นนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของการควบคุม การควบคุมก็คือจะควบคุมอย่างไร ถ้ามีการระบาด ฉะนั้นการตรวจเชิงลึกก็คือการเซอร์เวลแลนซ์ (Surveillance) การตรวจ เอทีเค (ATK) และตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ (RT-PCR) จะต้องด้วยความรวดเร็วและเอทีเค (ATK) ที่นำเข้ามาในประเทศไทย นำเรียนท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขว่า เอทีเค (ATK) ที่เข้ามาอยากให้มีการไปแรนดอม (Random) ในการตรวจคุณภาพ สัปดาห์ที่ผ่านมาก็มี ส.ส. บางคนไปตรวจแล้วก็เป็นฟอลส์ โพซิทีฟ (False positive) เรียกว่า ต้องเสียเวลาและทำให้เขาไม่สบายใจ เพราะฉะนั้นเอทีเค (ATK) ต้องมีคุณภาพ เพราะว่า ตอนนี้ต้องยอมรับว่า พอเราเปิดขึ้นมาเอทีเค (ATK) มาจากไหนก็ไม่รู้ บางทีเข้ามา ถูกกฎหมายบ้าง ไม่ถูกกฎหมายบ้าง แล้วทำให้คุณภาพไม่ได้มาตรฐาน แล้วพอมีทั้งลบเทียม คือเป็นแต่เป็นลบ ก็ทำให้คนคิดว่าตัวเองไม่เป็นโรคก็ไปแพร่เชื้อโรค หรือบวกเทียมคือ เขาไม่เป็นแต่ผลบวก เขาต้องไปตรวจรักษาทำให้เกิดความวุ่นวายอีกครั้งหนึ่ง ฉะนั้นเอทีเค (ATK) ของเราต้องเป็นเอทีเค (ATK) ที่มีมาตรฐานสูง สามารถจะมีผลมากกว่า ๙๗ เปอร์เซ็นต์ จะเป็นผลดี และข้อสำคัญคือราคาถูก หาง่าย ซึ่งก็ต้องฝากองค์การเภสัชกรรมในการ ที่จะต้องดูแลในส่วนนี้ คือตรวจให้มาก ตรวจให้เร็ว ถ้าเจอจะได้ควบคุมเร็ว ไม่แพร่ไปเยอะ ก็คือเออร์ลี ดีเทกชัน เออร์ลี คอนโทรล (Early detection Early control) ไม่ให้กระจาย เชื้อเข้าไป
ประเด็นที่ ๓ การรักษาต้องพร้อม ถ้ามีการระบาดการรักษาต้องพร้อม ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล เราประสบปัญหาครั้งที่แล้วโรงพยาบาลไม่พอ ไอซียู (ICU) ไม่พอ โรงพยาบาลสนามอะไรต่าง ๆ นี่จะเป็นบทเรียนว่า บทเรียนจากครั้งที่แล้วเรามาปรับ เพื่อจะรองรับ ถ้าเกิดมีการระบาดใหญ่ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง แต่ผมคิดว่าไม่มีนะครับ แต่ว่าถ้าเกิดขึ้นมาต้องมีความพร้อมของการจัดการ แล้วก็เอาประสบการณ์ในอดีตที่ผ่านมา ที่คนตายข้างถนน คนไม่ได้รับการดูแลรักษา เข้ามาเป็นบทเรียนให้เราในการแก้ไข ในวันข้างหน้านะครับ
ประเด็นที่ ๔ คือการเฝ้าระวัง นี่ก็พูดเมื่อสักครู่นี้ว่า ประชาชนเรียกว่า เราการ์ด (Guard) ไม่ตกอยู่แล้ว เรียกว่าใส่หน้ากาก ล้างมือ แล้วก็รักษาระยะห่าง แต่ว่า รัฐต้องการ์ด (Guard) อย่าตก แรงงานนอกกฎหมายที่เรียกว่าไม่ได้รับการควบคุมจะต้อง ไม่ให้มี ก็คือ ๐ เปอร์เซ็นต์ ๑ เปอร์เซ็นต์ก็มาแพร่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นต้อง ๐ เปอร์เซ็นต์ ในเรื่องของแรงงานนอกกฎหมายต่าง ๆ ก็คือทำแรงงานให้ถูกกฎหมายให้ง่าย แล้วเขา ก็เข้ามาอย่างถูกต้อง ๒. สถานประกอบการ แต่ก่อนสังเกตนะครับเราเกิดจากแรงงาน ผิดกฎหมายและผับบาร์ สถานประกอบการต้องทำการข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด อย่าให้ สถานประกอบการที่ไม่ดี ที่เราเห็นในรูป ในผับ กินแก้วเดียวกัน กินอะไรเดียวกัน แล้วทำให้ สถานประกอบการที่ดีลำบาก สถานประกอบการที่ไม่ได้ทำตามระเบียบก็สามารถจะเป็น ที่แพร่กระจายเชื้อ และทำให้คนทั้งประเทศลำบากไปด้วย ฉะนั้นแล้วนี่คือสิ่งที่เราจะต้อง เคร่งเพื่อให้เราอยู่กับโควิด (COVID) ด้วยความปลอดภัย และสามารถจะควบคุมได้ ฉะนั้น สถานประกอบการกับรัฐบาลจะต้องร่วมมือกัน ช่วยกันในการที่จะอยู่กับโควิด (COVID) อย่างนาน ๆ แล้วท่านก็ประกอบการได้ ๔. ถ้ามีการระบาด ต้องควบคุมการระบาด ให้อยู่ในวงจำกัด ผมขออนุญาตบอกว่า ต้องในวงจำกัดนะครับ อย่าปิดทั้งประเทศ เหมือนครั้งที่ผ่านมา ผู้ประกอบการก็จะลำบาก แล้วถ้าเราตรวจเร็ว ควบคุมเร็ว เราก็สามารถ จะจำกัดวงในการที่จะควบคุมได้เร็วยิ่งขึ้น เพราะการเปิดประเทศเหมือนนักมวยเปิดหน้าชก ฉะนั้นเราต้องระมัดระวังให้มากขึ้น สรุปแล้วการเปิดประเทศครั้งนี้ต้องทำด้วยความรอบคอบ รัฐการ์ด (Guard) อย่าตก ดูแลผู้ประกอบการให้ดี โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลาง ขนาดเล็ก คนตัวเล็กตัวน้อยที่ได้รับผลกระทบจากที่ผ่านมา พวกนี้ต้องได้รับการดูแลอย่างเป็นพิเศษ นอกจากเรื่องของการที่จะเปิดสถานประกอบการแล้ว รัฐต้องดูแลเรื่องของสินเชื่อต่าง ๆ แล้วก็เหมือนไปคลินิกที่ให้คำแนะนำทางด้านการเงินให้สถานประกอบการด้วย แล้วอะไร ที่เขาติดขัด อย่าไปออกระเบียบที่ทำให้สถานประกอบการเขาประกอบการยาก แล้วเขา ก็ลำบาก ซึ่งอันนี้ก็ต้องนำเรียนว่าฝากรัฐบาลเยอะ ๆ ว่า สถานประกอบการอยู่ไม่ได้ ประเทศไทยเราก็คงลำบากเหมือนกัน ก็คืออย่าให้คนฆ่าตัวตายจากภาวะเศรษฐกิจ เช่นนี้อีกเลย แล้วสุดท้ายก็บอกว่า เราต้องอยู่กับโควิด (COVID) ด้วยความปลอดภัย และความเสี่ยงที่จะควบคุมได้ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ผู้เสนอยื่นญัตติด่วน ทั้งด้วยวาจาและด้วยเอกสาร ก็ได้นำแถลงเหตุผลเสร็จ เป็นที่เรียบร้อย ต่อไปก็จะเป็นการร่วมอภิปรายของท่านสมาชิกที่สนใจ ผมขอสรุป ให้ท่านสมาชิกได้เห็นว่า ขณะนี้มีท่านสมาชิกยื่นความจำนงจะขออภิปรายร่วมกัน ฝ่ายค้าน ๒๕ ท่าน ฝ่ายรัฐบาล ๑๑ ท่าน รวมแล้ว ๓๖ ท่าน ถ้ายึดเอาตามกติกาที่ท่านประธานชวน วางเอาไว้ความไม่เกิน ๗ นาที ก็จะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ ๒๕๒ นาที ประมาณ ๔ ชั่วโมงครึ่ง ฉะนั้นเริ่มจากตอนนี้น่าจะไปเสร็จประมาณ ๔ ทุ่มเศษ ๆ หมายถึงว่ารวมทั้งผู้เสนอญัตติ ถ้าผู้เสนอญัตติด่วนจะอภิปรายสรุปก็อาจจะประมาณ ๔-๕ ทุ่ม ก็คิดว่าคงไม่มีใครเสนอ นับองค์ประชุมนะครับ ต่อไปเชิญท่านวิรัตน์ วรศสิริน อภิปรายครับ