สะถิระ เผือกประพันธุ์ หารือการเปิดประเทศในทุกมิติ ทั้งระยะสั้น กลาง และยาว โดยเน้นความสมดุลระหว่างการฟื้นฟูเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และความปลอดภัยด้านสาธารณสุข พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเสริมความพร้อมของระบบสาธารณสุขทั้งในด้านบุคลากร อุปกรณ์การแพทย์ วัคซีน ยา และการเตรียมรับมือเชื้อโควิดกลายพันธุ์ รวมถึงการสนับสนุนผู้ประกอบการท่องเที่ยวรายย่อยและจัดการมาตรการอย่างเข้มงวดเพื่อคุ้มครองทั้งสุขภาพประชาชนและรายได้ของผู้มีรายได้น้อย
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด ชลบุรี อำเภอสัตหีบ พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ที่ให้ผมได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เป็นท่านสุดท้ายในนามของพรรคพลังประชารัฐ ตามข้อบังคับของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรข้อ ๕๔ (๑) ในเรื่องของการเปิดประเทศ รองรับนักท่องเที่ยวเพื่อเตรียมความพร้อมในด้านสาธารณสุข ด้านเศรษฐกิจ และที่สำคัญ ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนของประเทศไทย ก็กราบเรียนเพื่อนสมาชิกทุกท่านว่า ผมคงใช้เวลาไม่นาน เพราะดูจากการต่อคิวของการอภิปรายซึ่ง ๔๐ กว่าคิว ก็ต้องด้วย ความเกรงใจ ผมขอใช้เวลาสั้น ๆ ถึงเหตุผลที่เราต้องมาเปิดญัตติด้วยวาจาในการเปิดประเทศ รองรับนักท่องเที่ยว อย่างที่เราทราบว่าทั้งการท่องเที่ยว ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ปัญหา ด้านสาธารณสุขเหมือนเป็นเส้นคู่ขนานที่ไม่มีทางมาบรรจบกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาล หรือเพื่อนสมาชิกไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้านจะต้องช่วยกันระดมความคิดเห็น อภิปรายให้ทางรัฐบาลได้นำข้อมูลเหล่านี้ไปให้ภาครัฐ หรือภาคเอกชนร่วมกันทำงาน เพื่อความเป็นอยู่ของชีวิตของพี่น้องประชาชน หรือปัญหาของปากท้องในด้านเศรษฐกิจ รายได้ การกระจายรายได้ของพี่น้องประชาชนในวิกฤติเศรษฐกิจ ยุคโควิด (COVID) หลายระลอกที่ผ่านมา เส้นขนานเส้นแรก คือเส้นด้านสาธารณสุข ผมขอแบ่งแบบนี้ ท่านประธานครับ การที่เราจะเปิดประเทศ และไปด้วยกันกับสาธารณสุขให้ได้นั้น คือเราควรวางแผนระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ชอร์ต เทอม มิดเดิล เทอม แอนด์ ลอง เทอม (Short-term middle-term and long-term)
สำหรับแผนระยะสั้นนั้น ในด้านสาธารณสุขเราควรทำอย่างไร ท่านประธานครับ เรามีหมอพร้อม เราก็ต้องมีบุคลากรที่พร้อม และผมเชื่อมั่นว่าบุคลากรทางการแพทย์ไทยเรา พร้อมมานานแล้ว พร้อมมา ๒ ปีกว่าแล้วครับ ทั้งแพทย์ พยาบาล หมอ อสม. เมื่อบุคลากรพร้อม อุปกรณ์ทางการแพทย์เราก็ต้องพร้อม ด้วยเช่นกัน สิ่งนี้คือสิ่งที่สำคัญในขณะที่เราต้องเปิดประเทศ เครื่องเอคโม (ECMO) ก็ดี ผมทราบมาว่าเครื่องเอคโม (ECMO) ประจำจังหวัดมีอยู่เพียงไม่กี่เครื่อง อันนี้คือสิ่งที่รัฐบาล จะต้องทำ เครื่องไฮโฟลว์ (High flow) ที่เราต้องรับบริจาคตลอด อันนี้คือสิ่งที่เราต้อง เตรียมพร้อม เตียงเราพร้อมไหม บุคลากรพร้อม หมอพร้อม เตียงพร้อมไหมที่จะรองรับ นักท่องเที่ยว หรือพี่น้องประชาชนคนไทยที่ได้รับเชื้อโควิด (COVID) สีเขียว สีเหลือง และสีแดง ขออนุญาตขอสไลด์ (Slide) หน้าแรกครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
สิ่งที่ผมขออนุญาตชื่นชมนะครับ อันนี้ผมเป็นข้อมูลของจังหวัดชลบุรี เมื่อเปิดประเทศเมื่อวานวันที่ ๑๐ นี่คือข้อมูล สถานะ เตียงว่างจังหวัดชลบุรี จังหวัดที่ผมอยู่อำเภอสัตหีบ สีเขียวอยู่นี่เตียงว่างอยู่ ๘,๐๐๐ กว่าเตียง นี่คือสิ่งที่รัฐบาลต้องเตรียมพร้อมทุกจังหวัดร่วมกับภาคเอกชน สีเหลืองคือ ๓,๐๐๐ เตียง ที่ว่างอยู่ ผมมองไม่ชัดคือประมาณ ๓๐ เตียงหรือ ๗๐ เตียง สีแดงคือผู้ป่วยที่มีอาการร้ายแรง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดเตียงว่างแล้วนั้น ผู้ป่วยจะสามารถเข้ารับการรักษารวดเร็วได้หรือไม่ อย่างไร อันนี้คือสิ่งที่ภาครัฐจะต้องเริ่มและคิดและทำอย่างรวดเร็ว แล้วสำคัญเลย อีกอย่างหนึ่งคือเมื่อเตียงพร้อมแล้ว วัคซีนเราพร้อมหรือยัง ใช่ครับเราฉีดวัคซีนเข็มแรก ไป ๘๐ กว่าล้านโดส แต่เชื้อโควิด (COVID) ที่เรากำลังต่อสู้อยู่ขณะนี้แม้ว่าฉีด ๒ โดสแล้ว มันยังมีโอกาสที่ภูมิคุ้มกันเราต่ำลง โอกาสการติดเชื้อก็จะเพิ่มมากขึ้น นี่คือสิ่งที่เราต้องมา ดูว่าเราจะครบ ๒ โดสเมื่อไรเพราะปัจจุบันอยู่ไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ คืออยู่ประมาณ ๔๘-๔๙ เปอร์เซ็นต์ เมื่อวัคซีนเราพร้อม อันนี้เราถึงจะต้องไปดูว่าจะเปิดประเทศได้ระดับไหน ขั้นตอนผมทราบครับ รัฐบาลไม่ได้เปิดรวดเดียวครับ เป็นสเต็ป (Step) เป็นทีละขั้นตอน แต่สิ่งที่ผมพูดก็คือการวางแผนระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาวเช่นกัน เมื่อวัคซีนพร้อมยา เราพร้อมไหม แพกซ์โลวิด (Paxlovid) โมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) อันนี้คือสิ่งที่เตรียมไว้ อย่าง โมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) คือเป็นยาที่ผู้ป่วยจะต้องได้รับภายใน ๑-๕ วัน สิ่งที่เราต้องเตรียมไว้คืออะไร ทั้ง ๕ อย่าง บุคลากรพร้อม เตียงพร้อม อุปกรณ์ การแพทย์พร้อม วัคซีนพร้อม ยาพร้อม อันนี้คือแผนระยะสั้นที่ทางภาครัฐไม่ว่าจะทางด้าน สาธารณสุขหรือการท่องเที่ยวที่ต้องเตรียมพร้อมไว้ เพื่ออะไรครับ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นบลูโซน (Blue zone) พื้นที่สีฟ้า ๑๗ จังหวัด หรือแม้กระทั่งเทสต์ แอนด์ โก (Test and go) เทสต์ แอนด์ โก (Test and go) ผมขออนุญาต ผ่านทางท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรี รัฐบาลนะครับ ในขั้นตอนที่ ๙ เซลฟ์ เอทีเค (Self ATK) เมื่อตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ (RT-PCR) วันแรกของนักเดินทางมาแล้ว เซลฟ์ เอทีเค (Self ATK) ที่เราจะต้องให้เอทีเค (ATK) กับนักท่องเที่ยวไปตรวจด้วยตัวเองนั้น เราจะมั่นใจ ได้อย่างไร เพราะระยะการฟักตัวของโควิด (COVID) นั้น ๗-๑๔ วัน แต่ในกรณีที่ เซลฟ์ เอทีเค (Self ATK) ไม่สัมฤทธิ์ผลเราจะติดตามอย่างไร อันนี้ฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับในเรื่องของการท่องเที่ยวระยะสั้น ระยะสั้นเราทราบอยู่แล้วครับ เรามีผู้ประกอบที่กำลังประสบปัญหาเป็นอย่างมาก ๒ ปีที่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นแม่ค้า ผู้ประกอบการร้านอาหารทั้งกลางวัน และที่สำคัญก็คือกลางคืน เราจะทำอย่างไรให้ธุรกิจเหล่านี้อยู่ได้ ไม่ใช่เฉพาะธุรกิจท่องเที่ยว ขนาดใหญ่ เราต้องมองไปธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ถ้าพูดถึงระดับจังหวัดนี่ ต้องลงไปถึงระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ อันนี้คือสิ่งที่อยากให้ภาครัฐมองผมยกตัวอย่าง ภูเก็ตแซนด์บอกซ์ (Phuket sandbox) รายจ่ายนักท่องเที่ยว ๑,๖๓๔ ล้านบาท ระยะเวลา ๒ เดือน เพราะฉะนั้นเราต้องทำอย่างไรให้ ๑,๖๓๔ ล้านบาทนั้นตกไปอยู่รายได้ของฐานราก ธุรกิจตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ พ่อค้า แม่ค้า รถแท็กซี่ รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ระบบขนส่งสาธารณะที่เขาต้องรองรับดูแลครอบครัว ตรงนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญ ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจโรงแรมก็เช่นกัน เราจะทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวมาพักที่โฮมสเตย์ (Homestay) เราจะทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวมาพักที่โรงแรมขนาดเล็ก เพราะเราคิดว่ามันขึ้นอยู่กับชา (SHA) ชาพลัส (SHA Plus) แล้วผมดูล่าสุดมีชา เอกซ์ตรา พลัส (SHA Extra Plus) ด้วย สิ่งเหล่านี้ธุรกิจผู้ประกอบการนักท่องเที่ยว หรือผู้ประกอบการโรงแรมจะเข้าถึง หรือปฏิบัติ ตามขั้นตอนอย่างไร ภาครัฐควรจะต้องประชาสัมพันธ์ เมื่อพูดถึงการประชาสัมพันธ์ ในแผนระยะสั้น อันนี้สำคัญมากครับ ท่านประธานครับ ซิงเกิล คอมมูนิเคชัน (Single communication) คือการสื่อสารทางตรงทางเดียว ปัญหาเกิดขึ้น การเปลี่ยนขั้นตอนในการ ชี้แจงต่อนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ หรือแม้กระทั่งสายการบิน เคยมีเคส (Case) หนึ่งผมเคยไปเจอครับ ประกาศ ศบค. ฉบับหนึ่ง วันที่ ๑ ประกาศอีกฉบับหนึ่ง ทีนี้นักท่องเที่ยวตกเครื่องเพราะอะไรครับ ตอนแรกบอกเอาวัคซีนครบ ๒ โดส ขึ้นเครื่อง ได้เลย ทีนี้วันที่ ๑ เปลี่ยน ต้องมีผลตรวจโควิด (COVID) หรือเอทีเค (ATK) สายการบิน ไม่ได้แจ้ง นักท่องเที่ยวเกือบครึ่งลำต้องมาตรวจโควิด (COVID) ที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ อันนี้คือสิ่งที่เมื่อใดก็ตามที่ภาครัฐเปลี่ยนขั้นตอนการเข้าประเทศ ต้องประชาสัมพันธ์ อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และให้เอกชนร่วมมือด้วยอย่างแข็งขัน ไม่ว่าจะเป็นด้านรถสาธารณะ หรือแม้กระทั่งสายการบินทุกสายการบินท่านประธานครับ
แล้วที่สำคัญที่ผมไม่พูดไม่ได้คือแผนระยะสั้น อันนี้ผมต้องพูดครับ เพราะในจังหวัดชลบุรี มีพัทยา มีสัตหีบ มีพื้นที่การท่องเที่ยว การท่องเที่ยวนั้นก็ต้องมี ผู้ประกอบการ ซึ่งจะต้องมีบุตรหลานจะต้องอาศัยอยู่บ้านเดียวกัน เมื่อมีบุตรหลาน อาศัยอยู่บ้านเดียวกัน ถ้าผู้ปกครองได้รับเชื้อจากการท่องเที่ยว ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยว ก็ต้องกลับไปบ้าน ทีนี้เด็กก็ต้องไปโรงเรียน วัคซีนสำหรับเยาวชนอายุต่ำกว่า ๑๑ ปี ไฟเซอร์ (Pfizer) ทดสอบประสิทธิภาพแล้วครับ ๕-๑๑ ปี ขอให้ท่านประธานถามไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ให้ติดตามสถานการณ์ของวัคซีนสำหรับเด็ก ๐-๑๑ ปีด้วย อันนี้สำคัญที่สุดครับ และที่สำคัญ มากไปกว่านั้นจะเปิดภาคเรียนครับ ท่านประธานครับ ชุดตรวจเอทีเค (ATK) ท่านกำหนดไว้ว่า ทุกโรงเรียนเปิดวันแรกต้องตรวจ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่เราไม่มีชุดเอทีเค (ATK) ให้เขา เปิดครั้งต่อไป สัปดาห์ต่อไปสัปดาห์ที่ ๒ สัปดาห์ที่ ๓ สัปดาห์ที่ ๔ หรือ ๑ เดือน ต้องสุ่มตรวจ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของทั้งโรงเรียนหรือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์เป็นอย่างน้อย เราก็ยังไม่มี ให้เขา เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะต้องการเข้าถึงปัจจุบันเลย ผมไม่อยากจะบอกว่าแค่โรงเรียน อยากจะบอกทุกสถานประกอบการ ภาคเอกชนให้การเข้าถึงเอทีเค (ATK) สำคัญที่สุด ฝากท่านประธานด้วยผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีในเรื่องของชุดตรวจเอทีเค (ATK) แล้วก็วัคซีน สำหรับเด็กในส่วนของการศึกษาในแผนระยะสั้นครับ ท่านประธานครับ รวมถึงการสื่อสาร
ทีนี้มาดูแผนระยะกลาง ท่านประธานครับ แผนระยะกลางที่เราจะต้อง เตรียมไว้ในระยะ ๔-๖ เดือนถ้าเราเปิดประเทศแล้ว ผมเชื่อครับและผมก็เห็นด้วยกับการเปิด ประเทศ แต่การเตรียมความพร้อมนี่สิจะทำอย่างไร แผนระยะกลางคือ เชื้อโควิด (COVID) กลายพันธุ์ เราจะทำอย่างไร เราจะต้องรองรับหรือจัดหาวัคซีนที่เป็นเจนเนอเรชัน (Generation) ที่ ๒ เตรียมความพร้อมไว้ อันนี้คือสิ่งที่เราต้องเตรียมไว้นะครับ นอกจากวัคซีนที่เราต้อง เตรียมแล้วเจนเนอเรชัน (Generation) ที่ ๒ คุณภาพยารักษา เมื่อเชื้อโรคเปลี่ยน ยารักษา ผมเชื่อว่าก็ต้องเปลี่ยนฟาวิพิราเวียร์ (Favipirarir) จนมาถึงแพกซ์โลวิด (Paxlovid) จนถึงโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) มันก็จะกลายพันธุ์ แล้วเราก็ต้องมียาที่มีประสิทธิภาพ พร้อมรับเชื้อโรคที่กลายพันธุ์เหล่านั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดครับ สำหรับแผนระยะกลางเรื่องการ ท่องเที่ยว ผมขอย้ำเลยครับ การเข้าถึงของผู้ประกอบการในขั้นตอนของระบบราชการ ทั้งชาพลัส (SHA Plus) ชา (SHA) ปกติ หรือชา เอ็กซ์ตรา พลัส (SHA Extra Plus) ทุก ๆ ผู้ประกอบการ ต้องเข้าถึงระบบชา (SHA) ชาพลัส (SHA Plus) และชาเอ็กซ์ตร้า พลัส (SHA Extra Plus) ท่านประธานครับ ไม่เช่นนั้นแม่ค้าในตลาดนัดขายของไม่ได้ อันนี้คือสิ่งที่ภาครัฐจะต้องวางไว้ เพราะว่าทำอย่างไรไม่ให้ธุรกิจขนาดเล็กต้องตาย และธุรกิจขนาดกลาง ขนาดใหญ่อยู่ได้ ในขณะที่เราเปิดประเทศ
แล้วแผนระยะยาวครับ ท่านประธานครับ อันนี้สำคัญไม่แพ้กันครับ และสำคัญที่สุดครับ เราควรจะต้องคิดแล้วว่าเราจะต้องผลิตวัคซีนเป็นของตัวเองในอนาคต เราจะต้องผลิตยาเป็นของตัวเองในอนาคต แล้วที่สำคัญที่สุดเราต้องเพิ่มผลิตบุคลากร ทางการแพทย์เพิ่มมากขึ้นในอนาคต อันนี้สำคัญครับ แพทย์เหนื่อยครับ พยาบาลเหนื่อยครับ ถ้าเรารับนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ถึงแม้จำนวนที่นักท่องเที่ยวเข้ามาล่าสุดวันที่ ๑ ถึงวันนี้ มีเปอร์เซ็นต์การติดเพียง ๑ เปอร์เซ็นต์ แต่พี่น้องประชาชนในประเทศไทย ยังติดค่าเฉลี่ยอยู่ที่ ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ คนต่อวัน เพราะฉะนั้นคือสิ่งที่ภาครัฐต้องเตรียมความพร้อมในอนาคต ๑-๕ ปีข้างหน้า บุคลากรทางการแพทย์ต้องพร้อม และต้องเพิ่มขึ้น ตรงนี้ฝากท่านประธาน ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมก็เข้าใจว่าเป็นความยากลำบากการบริหารความเสี่ยง ในเรื่องของด้านสาธารณสุข ควบคู่ไปกับความเสี่ยงในด้านของเศรษฐกิจทำอย่างไร ให้เส้นขนาน ๒ เส้นนั้นไปกันได้ ท่านประธานครับ ถามว่าเราคุ้มไหมที่เราเปิดประเทศ แล้วเราคุ้มไหมที่จะต้องเสี่ยงกับชีวิตของพี่น้องประชาชน ผมขอสไลด์ (Slide) หน้าที่ ๒ อันนี้ คือค่าใช้จ่ายที่รัฐบาลดูแล กรณีที่อาการรุนแรงตกอยู่ประมาณ ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ บาท ต่อคน ขอสไลด์ (Slide) หน้าที่ ๓ อันนี้คือค่าใช้จ่ายรัฐบาลดูแลต่อผู้ป่วยโควิด (COVID) ที่อาการไม่รุนแรงอยู่ที่ ๓๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ต่อคน ผมให้ค่าเฉลี่ยนะครับ ท่านประธานครับ ผู้ป่วย ๗,๐๐๐ คน คูณ ๓๐,๐๐๐ บาท ๓๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ นี่คือค่าใช้จ่ายที่ภาครัฐ ต้องแบกรับ เพราะฉะนั้นก่อนที่เราจะเปิดประเทศเรามองอันดับแรก คือทำอย่างไรให้ผู้ป่วย เราลดน้อยลง เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเปิดประเทศระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว มาตรการ การป้องกันพื้นฐานโควิด (COVID) ใส่แมสก์ (Mask) ระยะห่าง อันนี้คือสิ่งสำคัญที่สุด ที่ภาครัฐต้องเข้มงวดประกอบกับการเปิดประเทศ ท่านประธานครับ นี่คือแผนระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาวที่นำเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี และขออนุญาต ท่านประธานเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องของเปิดประเทศเหมือนกับเพื่อนสมาชิกที่เรา ต้องเสนอความคิดเห็น เพื่อให้รัฐบาลได้นำไปพิจารณาและทำให้เกิดประสิทธิสูงสุด เพื่อปากท้องของพี่น้องประชาชน และที่สำคัญที่สุดเมื่อปากท้องของพี่น้องประชาชนอยู่ได้ การกระจายรายได้เกิดขึ้นได้ ชีวิตของพี่น้องประชาชนต้องเกิดการสูญเสียน้อยที่สุด จำนวนตัวเลขผู้เสียชีวิตต้องน้อยที่สุด เราหวังว่าจำนวนตัวเลขผู้เสียชีวิตของเราจะเป็นศูนย์ ในอนาคต ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตสัตหับ จังหวัดชลบุรี ในนามพรรคพลังประชารัฐ กราบขอบพระคุณครับ