ศุภชัย ใจสมุทร หารือประเด็นการเปิดประเทศหลังวิกฤตโควิด-19 โดยเน้นความพร้อมด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว พร้อมเสนอให้ปรับกระบวนการตรวจโรคให้รวดเร็วขึ้นด้วย ATK เพื่อรองรับการเดินทางเข้า-ออกอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันย้ำความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและบทบาทของรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยในการขับเคลื่อนนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวอย่างเป็นขั้นตอนและยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ผมต้องขอบคุณท่านประธานครับ ที่ได้กรุณารับญัตติด่วนที่ผมได้เสนอตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) เรื่องการเปิดประเทศ ความพร้อมทางสาธารณสุขและเศรษฐกิจ สิ่งที่อยากจะขอ กราบเรียนต่อท่านประธานก็คือว่า สิ่งที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นผู้เสนอญัตติ ก่อนหน้านั้นที่ได้มีการเสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้ ก็เป็นการเสนอในแนวในกรอบซึ่งมี ความละม้ายคล้ายคลึงกันในหลายเรื่อง และอาจจะแตกต่างในบางเรื่องเหมือนกัน แต่ผม เข้าใจว่าสิ่งที่พวกเราได้นำเสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้ที่เหมือนกันก็คือ ความปรารถนา ความตั้งใจที่จะร่วมกันในการฟันฝ่าอุปสรรคที่เกิดขึ้นเมื่อ ๒ ปีที่แล้วของประเทศ ทำให้ ประเทศสะดุดหยุดลงเป็นปัญหาอันสำคัญ ที่ทำให้ประเทศไม่สามารถที่จะเดินต่อไปได้ด้วย ปัญหาของโรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) และวันนี้บรรยากาศก็คลี่คลายลงจนรัฐบาล ตัดสินใจที่จะเดินหน้าในการที่จะเปิดประเทศ ประเด็นก็คือว่าพอถึงจุดนี้ก็กลับมีการตั้ง ข้อสงสัยว่า คำว่าเปิดนี้หมายถึงอย่างไร เปิดประเทศหมายถึงเช่นไร มีการตีความกันอยู่ พอสมควร ซึ่งก็เป็นสีสันที่เกิดขึ้นได้นานาจิตตังตามวิธีคิดของแต่ละท่าน แต่สิ่งหนึ่งซึ่งผม ขออนุญาตที่จะเรียนในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคภูมิใจไทย ที่ได้มีโอกาส ทำงาน ได้ติดตามการทำงานของกระทรวงที่พรรคภูมิใจไทยได้เข้าไปดูแลและรับผิดชอบ อย่างเช่น กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คือท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรี และท่านเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หรือกระทรวงคมนาคม ที่มีเลขาธิการพรรค คือท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรัฐมนตรี พวกเรา ในพรรคภูมิใจไทยเราได้ติดตามซักถาม เพื่อที่จะได้ทราบว่ารัฐมนตรีของพรรคแต่ละท่าน ได้ทำงาน เพื่อที่จะร่วมกันในการแก้ปัญหาวิกฤติของประเทศไปอย่างไรบ้าง ซึ่งเรื่องนี้เราก็ได้ ประมวลแล้วก็ได้ปรึกษาหารือกันโดยตลอด เพราะฉะนั้นในวันนี้ เมื่อก่อนหน้านี้ท่านสมาชิก ของพรรคของเรา ท่านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ก็ได้มีการนำเสนอญัตติต่อที่ประชุมแห่งนี้แล้ว และผมขออนุญาตที่จะนำเสนอที่ประชุมแห่งนี้ เพื่อที่จะเสริมให้ครบถ้วนสมบูรณ์ว่า พรรคภูมิใจไทยเรามีความเห็นอย่างไรในประเด็นการเปิดประเทศไทยของเราที่กำลัง ดำเนินการอยู่อย่างนี้
ท่านประธานครับ ก่อนจะเปิดแน่นอนละครับเราปิดอยู่ ประเทศไทยของเรา เจอสถานการณ์เรื่องโควิด (COVID) เราก็ต้องปิด เป็นการปิดช่องทางการเข้ามา ในราชอาณาจักร ห้ามใครเข้ามาในราชอาณาจักรในทุกช่องทางมาตั้งนานแล้วนะครับ อาจจะมียกเว้นบางกลุ่มที่สามารถจะเข้ามาได้ และแน่นอนการปิดจากที่สมาชิกของเรา ว่าต่อปีมีคนหลายสิบล้านคนเข้ามาในประเทศเรา ซึ่งหมายถึงการเข้ามาแล้วท่องเที่ยว เข้ามาแล้วมาประกอบธุรกิจ เข้ามาแล้วใช้จ่ายในประเทศเรา เงินก็หายไปในบัดดล ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ ผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นระบบในทาง เศรษฐกิจ หรือสังคมมันมีผลกระทบอย่างแน่นอน แต่สิ่งหนึ่งซึ่งพรรคภูมิใจไทยสมาชิก ของเราได้รับทราบว่า ในฐานะที่กระทรวงสาธารณสุขเป็นกระทรวงที่พรรคภูมิใจไทยเราได้ เข้าไปดูแลเราพบว่า การทำงานของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งนำโดยท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขคือ ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล และบุคลากรทางการแพทย์ทุกภาคส่วน รวมทั้ง อสม. ต่างได้ทุ่มเทในการที่จะเฝ้าระวังควบคุมป้องกันโรค ดูแลทางด้าน การรักษาพยาบาล ด้านการจัดหา และการกระจายวัคซีนมาโดยตลอด การเสริมสร้าง ภูมิคุ้มกันและลดความรุนแรงของโรค และการใช้มาตรการทางสังคม รวมทั้งการใช้ ยุทธศาสตร์เชิงพื้นที่ได้ดำเนินการไปอย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้แนวโน้มของการระบาด ของโรคโควิด (COVID) เริ่มคงตัวมาตั้งแต่วันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๔ เป็นต้นมา ถึงวันนี้ เมื่อวานนี้ตัวเลขของผู้ติดโควิด (COVID) หรือเลขของผู้เสียชีวิตอยู่ในระดับซึ่งเราเห็นว่า มันมีความทรงตัว แน่นอนครับเมื่อถึงจุดนี้สิ่งที่รัฐบาลท่านเข้าใจดีตลอด และผมว่าพี่น้อง ประชาชนของเรา หรือ ส.ส. ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ไม่ว่าฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ต่างก็เห็นพ้องต้องกันอย่างแน่นอนว่า เราจะต้องดำเนินการเร่งในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ของประเทศ และสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นเครื่องยนต์ตัวสำคัญที่สุดได้เร็ว เคลม (Claim) เร็ว คือการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวเป็นรายได้หลักซึ่งเราเคยได้มาโดยตลอด และหายไป โดยบัดดลมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของเราอย่างมากมายมหาศาล ดังนั้นวันนี้ถ้าประเทศนี้ จะต้องเปิดประเทศ คำว่า เปิด ก็คือการให้ผู้คนจากนอกประเทศที่เราห้ามเข้าได้เข้ามา เพื่อจะทำให้ระบบเศรษฐกิจของเราดีขึ้น ในมุมของกระทรวงสาธารณสุขซึ่งผมเห็นว่า ท่านก็ได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการที่จะดำเนินการ โดยคำนึงถึงการป้องกัน การควบคุมโรค และความปลอดภัยของประชาชน การที่รัฐบาลประกาศนโยบาย เปิดประเทศภายใน ๑๒๐ วัน หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า ไทยแลนด์ รีโอเพนนิง เดย์ (Thailand Re-opening day) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ผมได้ติดตามมาและเห็นว่า กระทรวงสาธารณสุขก็ได้พยายามดำเนินการเพื่อรองรับนโยบายนี้ได้อย่างดี ผมได้ติดตาม ดูการทำงานของกระทรวงสาธารณสุขก็ได้พบว่า กระทรวงสาธารณสุขได้มีการดำเนินการ เป็นคู่ขนานตามนโยบายของรัฐบาลในเรื่องของการกำหนดพื้นที่รับนักท่องเที่ยว ๔ ระยะ ที่เราทราบกันว่า ระยะแรกก็มีการประกอบด้วย ๔ จังหวัด ในระหว่างวันที่ ๑-๓๑ ตุลาคม ในพื้นที่นำร่อง ซึ่งก็คือพื้นที่ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดพังงา จังหวัดกระบี่ ในพื้นที่บางพื้นที่ของแต่ละจังหวัดนั้น ๆ ซึ่งผมไม่เข้ารายละเอียด ๒. ก็คือระยะนี้เป็นระยะ วันที่ ๑-๓๐ พฤศจิกายน ซึ่งประกอบด้วย ๑๕ จังหวัด และตามด้วยระยะที่ ๒ คือวันที่ ๑-๓๑ ธันวาคม อีก ๑๖ จังหวัด ในหลาย ๆ จังหวัด และระยะที่ ๓ ๑๒ จังหวัด คือวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๕ เป็นต้นไป อันนั้นคือกำหนดการเปิดพื้นที่รับนักท่องเที่ยว ใน ๔ ระยะ
๒. ก็คือยุทธศาสตร์การเตรียมความพร้อมทางการแพทย์ และสาธารณสุข รองรับนโยบายเปิดประเทศ สิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล และทีมของท่าน ข้าราชการ บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งทำงานกันอย่างเต็มที่ และมีพลัง รวมน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างแข็งแกร่งมาก ในการที่มีเป้าประสงค์ในการที่จะสร้าง ความเชื่อมั่น หรือสิ่งที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่าทรัสต์ บิลดิง (Trust building) สร้างความมั่นคงทางด้านสุขภาพหรือเฮลท์ ซีเคียวริตี (Health security) หรือฟื้นฟู เศรษฐกิจคืออีโคโนมิก รีโคฟเวอริง (Economic recovering) และเสริมสร้างสังคม และวัฒนธรรม หรือที่เรียกว่า โซไซตี คัลเจอรัล รีสโทเรชัน (Society cultural restoration) ซึ่งเหล่านี้เป็นมาตรการที่เป็นมาตรการทางการแพทย์ และสาธารณสุขที่ควบคู่ไปกับ มาตรการขององค์กร มาตรการทางสังคม และมาตรการการป้องกันโรคส่วนบุคคล และการ ดำเนินงานที่มีการร่วมกันกับหน่วยงานอื่น ซึ่งผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้ว ก็คือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ คณะกรรมการโรคติดต่อทั้งประเทศ และกรุงเทพมหานคร ซึ่งตรงนี้เพื่อต้องการเน้นย้ำว่า การเปิดประเทศที่กำลังเปิดอยู่นี้มันจะต้องมีความปลอดภัย เศรษฐกิจของประเทศจะต้องฟื้นขึ้นมาโดยเร็ว ประชาชนต้องมีความเชื่อมั่น ซึ่งการเตรียมพร้อมของสาธารณสุขที่เราได้ติดตามไป เราก็จะพบว่าจนถึงวันนี้ท่านประธาน ที่เคารพ มีด้านการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมด้วยมาตรการสิ่งที่เรียกว่า วียูซีเอ (VUCA) อันแรกคือวัคซีน ฉีดครบ ลดป่วยหนัก ท่านประธานครับ วันนี้ประเทศไทยมีการฉีดวัคซีน มาตั้งแต่วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน รวมทั้งสิ้นฟังแล้วน่าจะสบายใจ ฟังแล้วน่าจะชื่นใจ และขอบคุณพี่น้องบุคลากรทางการแพทย์ วันนี้เราฉีดวัคซีนมาแล้วจนถึง วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๘๒,๕๓๒,๕๓๑ โดส เยอะนะครับ เป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็ม ๑ จำนวน ๔๔,๕๗๙,๕๗๖ โดส ถือว่าเป็นความครอบคลุมร้อยละ ๖๑.๙ อีก ๙ เปอร์เซ็นต์ ก็ ๗๐ เปอร์เซ็นต์แล้วครับ เกือบจะถึงเป้าแล้วครับ เข็มที่ ๒ จำนวน ๓๕,๒๗๗,๑๐๘ โดส ครอบคลุมไปร้อยละ ๔๙ และเข็ม ๓ ๒,๖๐๐,๐๐๐ โดส ครอบคลุมไป ๓.๗ เปอร์เซ็นต์ นี่คือสิ่งที่จะบอกว่าในขณะที่เรารับฟังแต่เสียงตำหนิติเตียนว่า อย่างโน้นอย่างนี้อย่างนั้น และอย่างสารพัดอย่างในเวลาที่ผ่านมา ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนี้โดนโจมตี อย่างมากมายเรื่องการฉีดวัคซีนว่า ล้มเหลวอย่างโน้นอย่างนี้ วัคซีนถูกด้อยค่าไป ต่าง ๆ นานา ซึ่งผมจะไม่พูดซ้ำ แต่เมื่อสักครู่ก็ได้ยินซ้ำมาอีกแล้วซึ่งเดี๋ยวค่อยว่ากัน แต่จะบอกว่า ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องของการก้มหน้าก้มตา หรือว่าขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่บุคลากร ทางการแพทย์ของสาธารณสุขทุ่มเททำงานกันอย่างหนัก ท่านประธานลองคิดดูสิครับ มีการจิ้มแขนชาวบ้านเขา ๘๒ ล้านครั้ง แปลว่าอะไรครับ แปลว่าท่านทั้งหลายได้ทุ่มเท ทำงาน เพื่อที่จะทำให้เกิดสร้างความมั่นใจว่า เราพร้อมที่จะเปิดประเทศ วันนี้สิ่งที่จะต้อง ได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน ก็คือเรื่องยูนิเวอร์ซัล พรีเวนชัน (Universal prevention) ก็คือการป้องกันตัวเองตลอดเวลา ใส่แมสก์ (Mask) ล้างมือบ่อย ๆ สิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่เราจะต้องประพฤติปฏิบัติ คือเว้นระยะห่างต่าง ๆ เพราะสิ่งเหล่านี้คือความต่าง ที่เราเห็นว่าประเทศไทยแตกต่างจากประเทศอื่น ๆ เพราะในขณะที่ประเทศอื่น มีการฉีดวัคซีนแล้ว เขามีความรู้สึกว่า เขาไม่ต้องใส่แมสก์ (Mask) ก็ได้ ไม่ล้างมือหรือเปล่า เข้าสนามฟุตบอลเชียร์บอลกันเต็มล้นสนาม แล้วก็ตะโกนเชียร์กันเต็มที่ และตัวเลข การติดก็ไม่ลดลง ในขณะที่บ้านเราคนไทยมีวินัย ซึ่งผมว่าเรื่องนี้ละครับเป็นสิ่งที่เรามีความพิเศษ หลายเรื่องหลายราว สิ่งที่เราทำ ผมว่ารัฐบาลชุดนี้ได้ทำไปแล้ว และอยากจะฝากว่าท่านต้องทำต่อไป วันนี้มีกรณีเรื่องของ การตรวจวัคซีนได้สะดวกขึ้น คือเอทีเค (ATK) หรือแอนติเจน เทสต์ คิต (Antigen Test Kit) ซึ่งเรามีมากมายขึ้นมาเรื่อย ๆ เรามีสถานที่ที่ให้บริการในการฉีดวัคซีน ตรวจเอทีเค (ATK) ทุกสัปดาห์ฉีดวัคซีนกันเยอะแยะ วันนี้สิ่งที่เราไม่ทราบก็คือกระทรวงคมนาคมกับกระทรวง สาธารณสุขร่วมกันมาตั้งนานกับสถานีกลางบางซื่อ ฉีดวัคซีนให้กับพี่น้องประชาชนที่อยู่ใน กรุงเทพมหานคร ทั้ง ๆ ที่กรุงเทพมหานครไม่ใช่เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของกระทรวง สาธารณสุข แต่ก็ได้ร่วมมือกันระหว่างท่านอนุทินบวกท่านศักดิ์สยาม รัฐมนตรี ๒ กระทรวงของ รัฐบาลท่าน พลเอก ประยุทธ์ เราก็ได้ทำให้เห็นว่านี่คือการสร้างความมั่นใจให้กับประเทศ ต่างชาติอีก ๔๐ กว่าประเทศว่าที่นี่ประเทศไทยเราพร้อมที่จะให้ใครเข้ามาในประเทศนี้ อย่างปลอดภัย เรียนท่านสมาชิกว่าที่ผมจำเป็นจะต้องพูดเรื่องนี้ เพื่อให้ผู้ที่ได้รู้ว่าเราพร้อม แค่ไหนนะครับ ด้านการรักษาพยาบาล วันนี้ท่านประธานที่เคารพ ทุกจังหวัดมีการเปิดรับ นักท่องเที่ยว มีอัตราครองเตียง ผู้ป่วยเหลือง แดงนี่นะครับ เป้าหมายของกระทรวงสาธารณสุข ก็คือไม่เกิน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ มีการเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง มีผู้ติดเชื้อไม่เกิน ๕-๑๐ รายต่อ ๑๐๐,๐๐๐ ประชากรต่อวัน และอย่างที่เรียนไปเมื่อสักครู่ว่าวันนี้มีการ เตรียมพร้อมเรื่องยูนิเวอร์ซัล พรีเวนชัน (Universal prevention) แล้วก็สถานประกอบการ ด้วยโควิด ฟรี เซตติง (COVID free setting) สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ นำโดยรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข มีความพร้อมทางด้านสาธารณสุขอย่างเต็มที่ในการที่จะเปิดเพื่อที่จะ ป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น แน่นอนท่านประธานครับ ความพร้อมทางสาธารณสุข เป็นอันดับแรกที่จะสามารถทำให้เกิดความมั่นใจว่า ประเทศนี้เดินไปตรงไหนนักท่องเที่ยว มาแล้วก็จะมีความปลอดภัย เศรษฐกิจจะดีได้ในเวลานี้ ด้วยเวลาอันรวดเร็ว ก็จำเป็นที่จะต้อง สร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ผมอยากจะเรียนว่าสิ่งที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เสนอแนวทางต่าง ๆ ในการช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในเรื่องโครงการ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำก็ดี ในเรื่องอะไรที่เป็นซอฟต์โลน (Soft loan) อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ผมว่าวันนี้การที่รัฐบาลได้อนุมัติเรื่องเหล่านี้ และรัฐบาลได้ดำเนินการต่อก็จะเป็นประโยชน์ ในการที่จะทำให้ผู้ประกอบการที่ประสบปัญหาในเรื่องต่าง ๆ สามารถที่จะมีทุน มีกำลังในการ ที่จะมารื้อฟื้นธุรกิจของตัวเองขึ้นใหม่ ในการที่จะสร้างสถานที่ท่องเที่ยว สถานบันเทิง หรือแม้กระทั่งร้านอาหารต่าง ๆ ที่ตัวเองประสบปัญหามาได้มีโอกาสได้รื้อฟื้นขึ้นมา และทำให้ มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น และจะเป็นประโยชน์ในการที่จะรับบุคลากรที่มาจากต่างประเทศ หรือนักท่องเที่ยว ได้มีโอกาสในการที่จะได้ช่วยเหลือตรงนี้ และผมคิดว่าเป็นเรื่องจำเป็น ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาท่านก็ได้ให้สัมภาษณ์ตลอดเวลา ได้มาตอบกระทู้ต่อที่ประชุมแห่งนี้หลายครั้งว่า ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมที่จะให้ การแก้ปัญหาในเรื่องเหล่านี้ให้กับผู้ประกอบการ ผมคิดว่าเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ท่านต้องรับ ดำเนินการต่อไป ขยายให้มันครอบคลุมให้ถึงบุคคลต่าง ๆ ให้ครบถ้วน กระทรวงคมนาคม วันนี้ต้องยอมรับว่า เส้นทางที่ผู้คนทั้งหลายได้เดินทางเข้ามานะครับ ส่วนใหญ่ก็เป็นเส้นทางที่มา โดยเครื่องบินจากสนามบินนานาชาติ จนถึงวันนี้ผมทราบว่ามีผู้ที่เดินทางมา โดยภาพรวม ประมาณ ๓๐,๐๐๐ คน และมีการตรวจตามกระบวนการต่าง ๆ ครบถ้วนนะครับ วันนี้เราสร้าง ความมั่นใจได้ เพราะว่าหลักเกณฑ์ของผู้ที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยจาก ๖๓ ประเทศนี่นะครับ กระทรวงสาธารณสุขเองก็กำหนดให้มีการฉีดวัคซีนไม่น้อยกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์จากที่มีสถานะทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ
๒. ก็คือต้องฉีดวัคซีนมาไม่น้อยกว่า ๒ โดส ทำประกันสุขภาพไม่น้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ เหรียญสหรัฐอเมริกา และต้องตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ (RT-PCR) ก่อนเดินทางไม่เกิน ๗๒ ชั่วโมงและจองที่พัก ๑ คืนจากโรงแรมในประเทศไทยที่มีเอ็มโอยู (MOU) กับโรงพยาบาลที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง ซึ่งตรงนี้ผมว่ามันเป็นหลักการันตีที่ยืนยันได้ว่า บุคคลที่เข้ามาปลอดภัย หรือถ้าติดก็สามารถที่จะเข้าโรงพยาบาลดูแลรักษาตัวเขาเองโดยรัฐ ไม่ต้องไปอุ้ม และวันนี้มีข่าวดีว่า บุคคลที่เข้ามาในประเทศนี้จนถึงวันนี้มีคนติดประมาณ ๑ เปอร์เซ็นต์เองซึ่งน้อยมาก และผมว่านี่คือสิ่งที่ประชาชนคนไทยได้รู้สึกมั่นใจว่า การกลั่นกรองของรัฐบาลในการที่จะให้ผู้คนได้เข้ามาในประเทศนี้ ก็เป็นการกลั่นกรองบุคคล ที่มีความปลอดภัยไม่เป็นโควิด (COVID) แต่วันนี้ผมคิดว่าอยากจะเสนอยังรัฐบาลว่า การตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ (RT-PCR) มันใช้เวลา ๗๒ ชั่วโมงครับท่านประธาน มันนานไป ผมเสนอรัฐบาลว่าเป็นไปได้ไหมครับว่ามาถึงปุ๊บตรวจเอทีเค (ATK) แล้วไม่มี อนุญาตให้เลย เข้าประเทศเลย ประหยัดด้วย และจะเชื้อเชิญให้ผู้คนทั้งหลายได้เข้ามาประเทศนี้มากขึ้น ท่านประธานครับ ผมจะไม่ใช้เวลามากไปกว่านี้นอกจากขอเวลาอีกประมาณ ๑๐ นาทีไม่เกิน ท่านประธาน ก่อน ๑ ทุ่มแน่นอนครับ ท่านประธานครับ ที่ผมให้ข้อมูลในเรื่องของระบบ สาธารณสุขอยากจะขอเรียนว่า เหตุผลประการสำคัญก็คือว่า ผมเห็นว่าวันนี้ประเทศไทยเรา เตรียมพร้อมในการเปิดประเทศแล้ว ผมว่าการเปิดประเทศเป็นเรื่องที่ต้องทำเพื่อให้ เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไป มันถึงเวลาที่เราจะต้องเผชิญหน้ากับความจริงครับท่านประธาน เราต้องปรับตัวอยู่กับปัญหานี้ให้ได้ วันนี้โลกทั้งโลกก็คิดเหมือนเราแล้วครับว่า ๑. เรารู้ว่า โควิด-๑๙ (COVID-19) จะเป็นโรคประจำถิ่น เพราะฉะนั้นถ้าเรามัวแต่กลัวแต่เกรง ไม่กล้าเปิดบ้านเปิดประเทศ แต่ว่าไม่มีอะไรจะกินมันก็ไม่ใช่เป็นสิ่งที่เราจะต้องทำ เราค่อย ๆ ทยอยเปิดเมืองให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตแบบปกติ เหมือนประเทศสหรัฐอเมริกา เหมือนหลาย ๆ ประเทศในยุโรป เขาดำเนินการก่อนเราไปทั้งสิ้น แล้วถามว่าวันนี้ถ้ารัฐบาล ตัดสินใจเช่นนี้มีข้อผิดพลาดอะไรหรือไม่ คำตอบเหมือนที่ผมเรียนไปสักครู่ จนถึงวันนี้ ๑๑ พฤศจิกายนมีผู้ที่ติดโควิด (COVID) แค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ที่มาจากต่างประเทศ ไม่ได้พุ่ง ในขณะที่ภายในประเทศผู้คนก็ไม่ได้ติดโควิด (COVID) พุ่งขึ้นเลย สิ่งที่อยากจะเรียน ต่อท่านประธานใกล้จบแล้วครับ เราทราบไหมว่าวันนี้สิ่งที่เรามีการสำรองเวชภัณฑ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เตรียมไว้ทุกอย่างแล้วครับ เรามียาดี ๆ เก็บไว้ เมื่อสักครู่มีสมาชิก แจ้งว่าเราต้องเตรียมตัวให้พร้อม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เตรียมไว้พร้อมแล้วเรามียาดี ๆ เก็บไว้ใช้ได้นานกว่า ๖ เดือนแน่ ๆ เรามีสต็อก (Stock) ของยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ที่ถือเป็นอาวุธสำคัญซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีว่าวันนี้ เราผลิตเองได้แล้ว ศักยภาพการผลิตยังสูงมากครับเดือนละประมาณ ๑๐๐ ล้านเม็ด ทุกวันนี้ คิดรวมทั้งหมดเรามีผู้ที่ติดมาไม่เยอะมาก แต่การสูญเสียไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ เพราะยา ฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ขณะที่เรามียาเรมเดซิเวียร์ (Remdesivir) เรามีสต็อก (Stock) อยู่ ๗๐,๐๐๐ ขวด และจะเพิ่มอีก ๗ เท่าในอีก ๓ เดือนข้างหน้า นอกจากนี้เราได้รับรายงานว่า ประเทศไทยจะได้ยาโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) มาในช่วงเดือนธันวาคมนี้อีก ในอนาคต การพัฒนาทางด้านยาดี ๆ จะเกิดขึ้นในโลกอีกมากมาย ผมมั่นใจว่าในวิสัยทัศน์ ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะจัดการหามาได้ อย่างแน่นอน เพราะท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นผู้ที่เห็นคุณค่าของชีวิตคนอื่นครับ ท่านประธานคงทราบนะครับว่า ท่านคือจิตอาสาที่ขับเครื่องบินไปรับอวัยวะมาเปลี่ยน ให้กับคนป่วยที่รอเปลี่ยนอวัยวะ ท่านเห็นคุณค่าของชีวิตท่านย่อมรักษาชีวิตของพี่น้อง คนไทยอย่างแน่นอนครับ ในเรื่องวัคซีนอีกทีท่านประธานครับ ประเทศไทยวันนี้เราฉีดวัคซีนมาตั้ง ๘๐ ล้านกว่าโดสแล้ว เพราะฉะนั้นอย่าไปห่วงเลยครับว่า วัคซีนในรุ่นต่อ ๆ ไป เราจะไม่มีพอ จนถึงวันนี้ เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๔ ประเทศไทยนำโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล จัดหา วัคซีนมา ๑๗๙ ล้านโดสแล้วครับ นั่นหมายถึงว่าเข็มบูสเตอร์ (Booster) ที่ท่านห่วงว่าจะไม่มี มีแน่นอนครับ และจะหาไปเรื่อย ๆ ถ้าโควิด (COVID) มีการกลายพันธุ์ เราก็มีเจนเนอเรชัน ๒ (Generation 2) มาสู้กับมันแน่นอน ที่สำคัญครับวันนี้ต้องบอกว่า จากประสบการณ์ในการ เรียนรู้เรื่องของโควิด (COVID) วันนี้ประสบการณ์นี้เป็นองค์ความรู้สำคัญให้กับบุคลากร ทางการแพทย์ของเราซึ่งมีความเก่งกาจสามารถมาก วันนี้แพทย์เราเก่งจริง ๆ เรามีการดัดแปลง เราเรียนรู้เราสู้กับโควิด (COVID) มาไม้ไหนเราสู้ได้ทั้งนั้น เรามี อสม. นับล้าน ๆ คนที่ร่วมด้วยช่วยกันในการสอดส่องพี่น้องประชาชนในทุกตารางเมตร ในการที่จะช่วยป้องกัน อสม. ไม่มีที่ไหนในโลกนอกจากประเทศไทย วันนี้นี่คือกำลัง อันแข็งแกร่ง นี่คือเหล่านักรบที่สู้ไปกับบรรดาแพทย์ พยาบาล และสาธารณสุข เพราะฉะนั้น อยากจะขอเรียนครับ จงมั่นใจเถอะครับว่าวันนี้กระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อม เมื่อมีความพร้อมประเทศไทยเราพร้อม ประชาชนก็ต้องพร้อมด้วย วันนี้ผมคิดว่า เป็นเรื่องสำคัญที่ถ้าเราจะเปิดประเทศแล้ว มันเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่จะต้องร่วมกัน ร่วมกันในการที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้เขาเห็นว่า วันนี้ประเทศไทยพร้อมที่จะรับ มิตรประเทศที่จะมาเยี่ยมมาเยือน เอาเงินมาใช้ในบ้านเรา เราไม่มีการแยกแล้วครับว่า ฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล แต่ผมคิดว่าวันนี้ถ้าท่านมีประเด็นอะไรดี ๆ ที่เป็นประโยชน์เสนอรัฐบาล ในการแก้ไข ผมว่ารัฐบาลก็พร้อมที่จะรับอยู่แล้ว วันนี้เราเลิกด้อยค่าวัคซีน เราไม่ด้อยค่า วัคซีนที่ไขว้กัน เราไม่ด้อยค่าตัวเราเอง แต่เราทำให้คนทั้งประเทศมีความภาคภูมิใจ ในความเป็นคนไทย และให้โลกทั้งโลกเห็นว่าพวกเราจับมือกันเพื่อที่จะสู้กับโควิด (COVID) เราไม่มีฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลครับ ผมว่าวันนี้เราสามัคคีในการที่จะมุ่งแก้วิกฤติของประเทศ ไปด้วยกัน ขอบพระคุณท่านประธานครับ