อนุชา นาคาศัย ชี้แจงความล่าช้าในการจัดทำงบประมาณระหว่างปี 2562 ถึง 2565 ว่าเกิดจากปัจจัยหลายประการ ทั้งสถานการณ์โควิด-19 และความซับซ้อนในการตั้งหน่วยงานใหม่ตามพระราชบัญญัติพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งต้องจัดทำระบบการเงิน การบริหารบุคลากร และแผนงานใหม่ทั้งหมด พร้อมยืนยันอยู่ระหว่างเร่งรัดให้แล้วเสร็จและผลักดันเข้าสู่งบประมาณปี 2566 โดยได้ชี้แจงความคืบหน้าการจัดสรรงบประมาณให้โรงเรียนพระปริยัติธรรม ย้ำถึงความต่อเนื่องในการสนับสนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม และเรียกร้องความร่วมมือเพื่อส่งเสริมคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน
กราบขอบคุณ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ในข้อสงสัยของท่านในเรื่องของงบประมาณตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ถึงปี ๒๕๖๕ ยังไม่แล้วเสร็จ ท่านก็ยังสงสัยอยู่ว่ามันช้าเพราะเหตุใด อยากกราบเรียน อย่างนี้นะครับ ปี ๒๕๖๒ เมื่อเดือนเมษายนแล้วในการจัดทำงบประมาณ แล้วก็ในการจัดทำ รายละเอียดคงไม่ทันเอาปีหนึ่งยกไปก่อนนะครับ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ และปี ๒๕๖๕ นั้น เราก็ต้องเข้าใจว่า ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันนั้นเรามีโรงเรียนพระปริยัติธรรม เรามีโรงเรียนสอน ศาสนาในเรื่องของสำนักเรียน สำนักศึกษาศาสนา ซึ่งตรงนี้เรามีแต่อดีต เราดำเนินการ มาช้านาน พระ วัด ประชาชน ร่วมกันในการทำนุบำรุงศาสนามา ด้วยปัจจัยที่หลายฝ่าย คงทราบ ตัวท่านเองก็คงทราบ เพราะท่านอยู่ในแวดวงบุญ แวดวงกุศล ท่านได้ประกอบกิจ เกี่ยวกับกุศลในเรื่องของพุทธศาสนามานาน ท่านคงทราบดีว่าในส่วนนี้มีทั้งรัฐบาล พี่น้องประชาชน และวัดต่าง ๆ พระต่าง ๆ ได้ช่วยกันอุปถัมภ์ค้ำชูมาตลอดตั้งแต่อดีตกาล มาจนปัจจุบันที่เรามีพระราชบัญญัติพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เราต้องคิดว่าเป็นเรื่องที่ น่ายินดีแล้ว แต่สิ่งที่น่ายินดีต่อไป ถ้าหากว่าเรามีงบประมาณตามที่ท่านเรียกร้อง เหมือนกัน ทางท่านนายกรัฐมนตรี ทางท่านผู้ที่เกี่ยวข้องสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติก็คิด เช่นเดียวกับท่าน เพราะฉะนั้นจึงมีการประชุม แต่การประชุมเราต้องบอกว่าปัจจุบันนี้มันติด เงื่อนไขของโควิด-๑๙ (COVID-19) และการประชุมมันเป็นพระราชบัญญัติที่มีการจัดตั้ง หน่วยงานขึ้นใหม่ ในการของบประมาณจำนวนมาก มีบุคลากรที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก เกี่ยวกับเรื่องของวิทยฐานะ ค่าตอบแทน เงินเดือน หรือเงินใช้จ่าย แผนการใช้จ่าย งบประมาณ แผนการทำงานทุกอย่างเป็นเรื่องใหม่หมดเลย ไม่ใช่เป็นเรื่องเก่าที่มีมา แต่โบราณที่เราเคยใช้กันอยู่ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าทางเรา ทางสำนักงาน พุทธศาสนาแห่งชาติ ท่านนายกรัฐมนตรี รวมทั้งตัวผมที่ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ กำกับดูแลนั้น ได้พยายามติดตามจนถึงวันที่ ๒๐ แล้วก็เป็นอย่างที่ท่านบอก เรามีตัวแทนของ กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้แทนของ กระทรวงศึกษาธิการ ประชุมกันมาโดยตลอด ๓ ครั้งที่บอกนะครับ ซึ่ง ๓ ครั้งอาจจะไม่มาก แต่ด้วยสถานการณ์ทางโควิด-๑๙ (COVID-19) ก็ดี สถานการณ์ที่มีรายละเอียดที่มากก็ดี อย่างที่ผมบอกเป็นหน่วยงานที่ต้องบอกตั้งขึ้นใหม่ตามพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับงาน หลายด้าน หลายฝ่าย ต้องนับหนึ่งใหม่หมดเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอนุบัญญัติอีก ๒ ข้อนี้ เกี่ยวข้องกับงบประมาณของแผ่นดิน แล้วก็มีเกี่ยวข้องกับอัตรา ตำแหน่งเงินเดือน และแผน งบประมาณต่าง ๆ มาอยู่ในนี้ ซึ่งก็ต้องเร่งรัดกันอย่างเต็มที่ แต่คิดว่าวันที่ ๒๐ นี้น่าจะได้ผล คืบหน้าและชัดเจน ผมจะพยายามตามที่ท่านเป็นกังวล จะพยายามให้นำเข้าสู่งบประมาณ ปี ๒๕๖๖ ตามที่ท่านเป็นกังวลให้ได้ เราช่วยกัน เดี๋ยวมาช่วยกันตามนะครับท่าน
ในอีกส่วนหนึ่งเป็นคำถามสุดท้ายที่บอกว่า สำนักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติ เมื่อไม่มีการจัดสรรงบประมาณให้แก่โรงเรียนพระปริยัติธรรมแล้ว จะให้โรงเรียน พระปริยัติธรรมดำเนินการอย่างไรนั้น ผมอยากกราบเรียนว่าสำนักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาตินั้น ได้มีการจัดสรรงบประมาณอุดหนุนให้แก่โรงเรียนพระปริยัติธรรมอย่างต่อเนื่อง เสมอมา อย่างเช่นในปีงบประมาณปี ๒๕๖๔ ที่ผ่านมานั้นก็ได้รับจัดสรรงบประมาณภายใต้ แผนยุทธศาสตร์ สร้างความเสมอภาคทางการศึกษาของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นจำนวนเงิน ๑,๐๙๖ ล้านบาท โดยแยกค่าใช้จ่ายเป็นหมวดดังนี้ ก็เป็น ๒ หมวดใหญ่ ๆ ค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน ๕๘๘ ล้านบาท เป็นค่าหนังสือเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ค่าไตรจีวร ค่าเครื่องใช้ส่วนตัวของพระภิกษุ สามเณร ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณไป ส่วนที่ ๒ ก็ค่าจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม จำนวน ๕๐๗ ล้านบาทกว่า ๆ เป็นค่าตอบแทนครูและบุคลากรทางการศึกษา ค่าพาหนะ รับส่งพระภิกษุ สามเณร นักเรียนเดินทางมาเรียน และค่าตอบแทนครูสอนวิชาภาษาบาลี และพระพุทธศาสนา ในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ก็ได้รับการจัดสรรงบประมาณภายใต้แผน ยุทธศาสตร์สร้างความเสมอภาคอีก จำนวน ๑,๐๗๕ ล้านบาทโดยประมาณ โดยแยกเป็น ค่าใช้จ่าย ๒ หมวดเหมือนเดิม หมวดแรกก็คือค่าหนังสือเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่ากิจกรรมพัฒนาก็ประมาณ ๕๖๙ ล้านบาท และส่วนที่ ๒ เป็นค่าจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม จำนวน ๕๐๖ ล้านบาทนั้น ก็เป็นทางการศึกษา ค่าพาหนะ ค่าตอบแทนครูและบุคลากร ค่าพาหนะรับส่งพระภิกษุ สามเณรที่เดินทางมาเรียน และค่าตอบแทนครูสอนวิชาภาษาบาลี และพระพุทธศาสนา ซึ่งทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติก็ได้จัดสรรงบประมาณ และพยายามสนับสนุนในการที่จะส่งเสริมในเรื่องของโรงเรียนพระปริยัติธรรมมาโดยตลอด ซึ่งตรงนี้เราก็ทราบกันดีตั้งแต่อดีตกาลอย่างที่ผมบอกแล้ว เรามีการส่งเสริม เรามีการเรียน ในศาสนาของเรามาอย่างต่อเนื่องช้านาน ผมคิดว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ท่านผู้แทน ท่านนิยม เวชกามา ได้เสนอเรื่องนี้และเป็นกระทู้ถามที่เป็นประโยชน์กับสังคมพุทธของเรา เป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอนในโรงเรียนพระปริยัติธรรม ซึ่งผมคิดว่าเราก็คงจะได้ร่วม ช่วยกันในการที่จะติดตาม แล้วก็ในการที่จะส่งเสริมคุณภาพของโรงเรียนพระปริยัติธรรม ทั้งในด้านของการเรียนการสอน ทั้งในด้านของงบประมาณ ทั้งในด้านการส่งเสริมให้พี่น้อง ประชาชนร่วมกับวงการพุทธในการที่จะได้เชิดชูสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดีงามในสังคมเราต่อไป ต้องกราบเรียนท่านประธานที่เคารพด้วยความเคารพครับ