นิยม เวชกามา ตั้งกระทู้ถามถึงความล่าช้าในการจัดสรรงบประมาณตามกฎหมายเกี่ยวกับการศึกษาของพระภิกษุสามเณร ซึ่งดำเนินการล่าช้าถึง 3 ปี แม้กฎหมายมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2562 พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและกระทรวงการคลังเร่งประสานแก้ไข และดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว มิเช่นนั้นควรมีการรับผิดชอบต่อการละเว้นหน้าที่.
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรี ท่านอนุชา นาคาศัย ที่มาแทนนายกรัฐมนตรี วันนี้ เพราะว่าผมอยากจะฝากท่านไปบอกนายกรัฐมนตรีด้วยว่าเท่าที่ผมฟังท่านพูด ท่านรัฐมนตรีอนุชาครับ สาเหตุที่ไม่ได้เงินงบประมาณผมเข้าใจจากการให้สัมภาษณ์ของ โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ แล้วล่ะ ท่านสิปป์บวร แก้วงาม ว่ากำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการทำเอกสารเป็นกฎหมายลูก เป็นข้อบังคับ เป็นกฎกระทรวง อะไรก็ว่าไป แต่ที่ผมต้องถามท่านข้องใจที่สุดคือ จากปี ๒๕๖๒ กฎหมายฉบับนี้ออกเดือนเมษายน ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ แล้วเข้าถึงปี ๒๕๖๕ จะถึงแล้ว ถ้าท่านยังบอกว่ากฎหมาย ไม่เสร็จ กฎหมายลูกอยู่ระหว่างดำเนินการ ระยะเวลา ๓ ปี ออกกฎหมายแล้วสำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งอยู่ในกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี ทำไมไม่ประสานงานกับ กระทรวงการคลังว่าผิดตรงไหน อะไร อย่างไร เพื่อที่จะได้งบประมาณ เพราะกฎหมาย ออกมาแบบนี้แล้ว ท่านไม่จัดสรร ไม่ดำเนินการ หรือทำไม่เป็นอยู่นี่ แสดงว่าเจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติใช้ไม่ได้เลย ท่านนายกรัฐมนตรีครับ วันนี้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ใช้ไม่ได้เลยนะ ผมถือแบบนั้น ๓ ปี กฎหมายไม่เสร็จ เขียนไม่ได้ ตำแหน่งยังไม่ถูกต้องอยู่ ผมก็เห็นอยู่ในข่าวที่รัฐมนตรีกระทรวงการคลังออกมาบอกว่า ทำโน่นนี่แทบไม่ถูก แล้วทำไมไม่ส่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านรัฐมนตรีอนุชาครับ ไปคุยไปรับการปรึกษา ไปรับคำชี้แนะจากกระทรวงการคลังว่า ต้องเขียนแบบนี้ แบบนี้ มันถึงจะถูก เพราะการปล่อยเวลาไว้ถึง ๓ ปี ผลประโยชน์ของชาติ ผลประโยชน์ของชาวพุทธทั้งประเทศ ผลประโยชน์ของนักเรียน นักศึกษาตามกฎหมาย ฉบับนี้ วันนี้ผมทราบว่ามีไม่น้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ รูป คณะครูก็มีหลายพันคน ผมไปอ่านดูแล้ว ที่กระทรวงการคลังแถลง ผมก็เห็นเหมือนท่านเห็นนะครับ ผมจึงสงสัยต้องมีกระทู้วันนี้ว่า ทำงานกันอย่างไร ผอ. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซี ๑๑ ผมก็ยกย่อง ท่านว่าทำกฎหมายนี้มาได้ แต่ที่ผมต้องถามกระทู้เพื่อให้มันได้งบประมาณ ปี ๒๕๖๕ ไม่เห็นแล้วละ ดูแล้วไม่มีสักบาท ผมไปอ่านหนังสือขาวคาดแดง เรื่องงบประมาณแล้วไม่มี เงินงบประมาณในส่วนของพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้ว ท่านรัฐมนตรีครับ อันนี้เป็นกระทู้ที่ผม ต้องถามท่านแล้วก็ฝากให้ท่านต้องทำให้ได้ ถ้าข้าราชการเต็มสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ทำไม่ได้ ผิดมาตรา ๑๕๗ การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่สมควรที่จะมารับราชการอยู่ตรงนั้น อันนี้จึงเป็นคำถามสุดท้ายซึ่งผมต้องถามท่านแล้วว่าจะปล่อยให้เหตุการณ์ว่า อันนี้ก็ไม่เสร็จ อันนี้ก็ไม่ได้ พวกที่เป็นครูก็ดี เป็นพระ สามเณรก็ดีมาร้องผมที่สำนักงานที่จังหวัดสกลนคร ผมขึ้นให้ดูก็ได้ สำนักงานผมเต็มเลย บอกไม่ได้เงินหรือได้ตามมีตามเกิด แล้วจาก ผอ. โรงเรียนซึ่งเป็นท่านเจ้าคุณแบบที่จังหวัดสกลนครบ้านผม ท่านเจ้าคุณ เจ้าคณะจังหวัด ธรรมยุตซึ่งตั้งเป็นสำนักงานใหญ่ แล้วท่านมีสำนักงานหลายที่อยู่พังโคนอยู่อะไร ซึ่งผม เห็นแล้วว่า ผอ. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติก่อนท่านเกษียณท่านกลับมาให้โอวาทอยู่ ที่จังหวัดหนองคาย ท่านพูดไม่ดีด้วยวันนั้น พูดไม่เคารพนับถือพระเท่าไร ผมต้องท้วงท่าน ด้วยนะครับ สำหรับ ผอ. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติคนต่อไป ต้องให้เกียรติพระ พระถือศีล ๒๒๗ ข้อ ไม่ใช่ท่านอยากจะพูดอะไรก็ได้ ท่านบอกท่านจะเกษียณแล้วต้องอย่างนี้ อย่างนั้น ผมฟังแล้วไม่สบายใจ อันนี้เลยต้องมาถามท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งวันนี้ท่านรัฐมนตรี อนุชาก็มาตอบแล้ว เพราะฉะนั้นต้องตอบให้ผมชัดเจนด้วยว่า ท่านจะปล่อยลอยอย่างนี้ไหม ว่ายังไม่พร้อม ยังไม่เสร็จ ปี ๒๕๖๕ ก็ไม่ได้ ปี ๒๕๖๖ ก็ยังไม่ได้ อย่าให้พระสงฆ์ ผู้ที่เป็น บุคลากรในทางพระพุทธศาสนาต้องไม่มีที่พึ่งเลย ท่านรัฐมนตรีครับ อย่างไรก็ฝากท่าน ผมไม่อยากได้ยินคำว่า ยังไม่พร้อม ยังไม่มี ส่งไปอบรมเลย กระทรวงการคลังเขาว่าอย่างไรว่ามา ไปจับมือเขียนกัน การเขียนของบประมาณทำอย่างไร ถึงจะได้ คนเกือบ ๕๐,๐๐๐ คนนะครับท่านประธาน มันถึงเป็นปัญหาอยู่อย่างนี้ ผมไม่ใช้ เวลามากหรอกครับ เพียงแต่ว่าอยากได้คำตอบว่า การศึกษาของพระสงฆ์ พระภิกษุ สามเณร ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ผมยกย่องไปแล้วท่านเจ้าคุณสมเด็จพระวันรัตก็ดี ท่านมหาเจ้าคณะภาค ๖ ก็ดี ท่านเจ้าคุณเทพเวที ผมยกย่องท่านจริง ๆ เพราะว่าถ้าไม่มีท่าน กลุ่มนี้กฎหมายฉบับนี้ออกไม่ได้ ผมขอถามท่านเป็นคำถามสุดท้ายว่า ตามที่ท่านพูดมาบอก โน่นก็ไม่ถูกนี่ก็ไม่ถูก ท่านมีมาตรการอย่างไรไหม จะสามารถของบประมาณส่วนนี้ออกมาได้ ซึ่งเป็นงบประมาณแผ่นดิน พระภิกษุสงฆ์ องค์สามเณรก็เป็นคนไทย เป็นลูกหลานของท่าน เป็นลูกหลานของคนยากคนจน ซึ่งอาจจะไม่มีโอกาสเรียนในระดับปกติทั่วไป ซึ่งเมื่อวานนี้ กฎหมาย กศน. ออกมา วันนี้กฎหมายฉบับนี้มันใช้เป็นประเด็นเดียวกันได้ ไม่จำเป็นต้องไปเรียน ในสายปกติ มาเรียนตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ได้ คนยากคนจนไม่มีเงินเรียน ท่านประธาน จึงถามว่าสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เมื่อไม่มีการจัดสรรงบประมาณ แบบนี้ ท่านมีวิธีการอย่างไรจะประสานให้ปี ๒๕๖๖ มันได้เงิน และระหว่างที่ยังไม่ได้เงิน ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณให้แก่โรงเรียนพระปริยัติธรรม แล้วจะให้พระสงฆ์ องค์สามเณรให้สำนักเรียนพระปริยัติธรรมดำเนินการอย่างไร หรือต้องไปออกบิณฑบาต ขอเงินญาติโยมแบบนี้ตลอด ได้รับเดือนละ ๒,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐ บาท ๔,๐๐๐ บาท ซึ่งวัดสุทธานิวาส สำนักเรียนอีกวัดหนึ่งผมไปดูแล้ว สงสารพระเณรเต็มหมด ๒๐๐ กว่ารูป วันนี้อยู่แบบอนาถาเหมือนไม่ใช่พลเมืองประเทศไทย ขอทราบรายละเอียดด้วยครับ ท่านประธานครับ