สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ หารือเรื่องการพัฒนาการศึกษาที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเฉพาะการสร้างความก้าวหน้าและความมั่นคงให้กับครูผู้สอนอิสลามศึกษา

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

ขอบคุณท่านประธานครับ เรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐ ต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ท่านกนกวรรณ วิลาวัลย์ ที่สละเวลาอันมีค่ามาตอบกระทู้ที่ผมได้เสนอ ต่อสภาแห่งนี้ เพื่อที่จะบอกกล่าวข้อเรียกร้อง ข้อร้องเรียนของบุคลากรทางการศึกษา ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ต้องการให้มีการพัฒนาที่ดีขึ้นสำหรับชีวิต สำหรับคน ในสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย กระทรวงศึกษาธิการเองได้เป็นผู้กำหนดนโยบายให้มี การศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการของพี่น้องประชาชนและสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของ ชุมชน กล่าวคือในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ผู้ปกครองส่วนใหญ่ที่นับถือศาสนาอิสลามนั้น มีความต้องการให้ลูกหลานของตนเองได้เรียนรู้ศาสนา และรัฐเองพยายามให้มีการเรียนรู้ วิชาสามัญควบคู่ไปด้วยกับหลักการศาสนา วิชาศาสนาในพื้นที่ ในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้จึงเป็นผลให้มีโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาจำนวนมาก มากกว่าภูมิภาคอื่นของประเทศ มีการเรียนศาสนาตามหลักสูตร ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม หรือตาม ปอเนาะที่เราได้ยินมาโดยตลอด ในการจัดการของกระทรวงศึกษาธิการดังกล่าวนั้นทำเพื่อให้ คนในสังคมมีความรู้ทางสามัญเพื่อจะใช้ชีวิตในสังคมให้ได้ และขณะเดียวกันก็ตอบโจทย์ของ พี่น้องประชาชนที่ต้องการให้ลูกหลานได้เรียนศาสนา ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการจึงเปิด หลักสูตรการเรียนการสอนอิสลามศึกษาแบบเข้มในโรงเรียนของรัฐ เพื่อที่จะให้มีการเรียน การสอนศาสนาเฉกเช่นเดียวกันกับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา ภายใต้สังกัดสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดสตูล และ ๔ อำเภอ ของจังหวัดสงขลา ปัจจุบันนี้มีจำนวนโรงเรียนที่เข้าในโครงการนี้ทั้งสิ้น ๓๕๐ โรงเรียน ผมขอนำเรียนตรงนี้นิดเดียวว่า มีโรงเรียนอีกจำนวนมากที่ต้องการเข้าโครงการนี้ แต่ทาง ราชการเองยังไม่เปิดกรอบตรงนี้ ฝากประเด็นนี้ด้วยนะครับ ในการเรียนการสอนศาสนาโดยใช้ โครงการหลักสูตรอิสลามศึกษาแบบเข้มนั้นเป็นการเรียนคู่กันระหว่างสอนสามัญด้วย ตามหลักสูตรแกนกลางของการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปัจจุบันนี้ในส่วนของโรงเรียนทั้งหมด ๓๕๐ โรงเรียนนั้นมีบุคลากรที่เป็นครูผู้สอนศาสนาทั้งสิ้น ๑,๓๓๖ คน ซึ่งต้องรับผิดชอบ เด็กที่อยู่ในระดับอิสลามศึกษาตอนต้น หรือที่ภาษาอาหรับเขาใช้คำว่า อิบติดาอียะฮ จำนวนทั้งสิ้น ๖๗,๕๐๐ คน และหลักสูตรอิสลามศึกษาตอนกลาง ที่ภาษาอาหรับเขาใช้ว่า มูตะวัซซีเฏาะห์ จำนวน ทั้งหมด ๓,๓๐๐ คน และระดับการศึกษาตอนปลาย ซานาวียะห์ จำนวน ๓,๒๐๐ คน รวมทั้งสิ้น ๗๔,๐๐๐ คนเศษนั้น ใช้บุคลากร ๑,๓๓๖ คน ปัจจุบันครูที่ทำหน้าที่ดังกล่าวนี้ อัตราค่าตอบแทนอิสลามศึกษาดังกล่าวนี้เป็นอัตราครูค่าจ้างแบบรายเดือน อัตราจำนวนเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท ไม่ได้มีสิทธิรับสวัสดิการใด ๆ จากทางราชการ ลาป่วย ลากิจ ลาคลอด ก็ถูกหัก เปรียบเสมือนเป็นลูกจ้างรายวัน ไม่มา ไม่มาสอน ถูกตัด ๕๐๐ บาท เหล่านี้เป็นเรื่อง ที่ทำให้บุคลากรที่พยายามตอบสนองนโยบายของรัฐที่ต้องการให้มีโรงเรียนสามัญ มีการสอน วิชาการอิสลามศึกษาแบบเข้ม ให้ผู้ปกครองส่งลูกหลานเข้ามาเรียน แต่กลับไม่ได้รับการดูแล จากภาครัฐเท่าที่ควร ทำให้ขาดขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของความเป็นครูในการที่จะ สอนลูกหลาน สัญญาต่อทุก ๓ เดือนนะครับ เหล่านี้เป็นปัญหาที่อยากจะฝาก เดี๋ยวผม จะถามคำถาม เพื่อจะให้ท่านรัฐมนตรีได้ช่วยตอบนะครับ โดยก่อนหน้านี้ผู้แทนของสมาคม ครูอิสลามศึกษาในโรงเรียนของรัฐจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เคยเข้าพบท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ท่านที่แล้วคือท่านณัฏฐพล เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๒ มีการยื่น ข้อเสนอข้อเรียกร้องดังกล่าวนี่ละครับ แต่ปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด ฉะนั้น คำถามแรก ผมขออนุญาตถามท่านรัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาธิการเองมีนโยบายที่จะสร้าง ความก้าวหน้าและความมั่นคงให้กับครูผู้สอนอิสลามศึกษา หลักสูตรอิสลามแบบเข้ม ในโรงเรียนของรัฐอย่างไร ขอทราบรายละเอียด เพราะข้อเรียกร้องของเขาก็คือต้องการ ให้พิจารณาบรรจุเขาเป็นพนักงานราชการอิสลามศึกษาในตำแหน่งครูผู้สอนอิสลาม ขอคำถามที่ ๑ ครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ