นิยม ถามนายกฯ ปมไม่จัดสรรงบฯ โรงเรียนพระปริยัติธรรม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

นิยม เวชกามา ตั้งกระทู้ถามรัฐบาลเกี่ยวกับการไม่จัดสรรงบประมาณให้โรงเรียนพระปริยัติธรรมในปีงบประมาณ 2564–2565 ทั้งที่กฎหมายกำหนดให้มีการอุดหนุน และเรียกร้องให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. 2562 อย่างเป็นรูปธรรม

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมเสนอ ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการไม่จัดสรรงบประมาณให้โรงเรียนพระปริยัติธรรม ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔-๒๕๖๕ ท่านประธานครับ เนื่องจากพระราชบัญญัติการศึกษา พระปริยัติธรรมเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของชาติไทยของคณะสงฆ์ ซึ่งไม่เคยมีกฎหมาย แบบนี้มาก่อน เพราะฉะนั้นจึงเป็นความภาคภูมิใจของคณะสงฆ์ทั้งประเทศว่า มีกฎหมาย มีพระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา ๑๖ เมษายน ๒๕๖๒ นี่คือประเด็นที่ผมต้องถาม แต่เหมือนกับเป็นทุกขลาภท่านประธาน ในขณะที่คณะสงฆ์ของประเทศไทย แม้ไม่ว่าธรรมยุติและมหานิกายกำลังดีใจว่าได้มี พระราชญัตติการศึกษาพระปริยัติธรรมขึ้นเป็นครั้งแรก แต่ปรากฏว่าตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ไม่ได้มีงบประมาณในการจัดสรรให้คณะสงฆ์ซึ่งมีโรงเรียนพระปริยัติธรรม อันนั้นผมเข้าใจได้ เพราะกฎหมายออกปี ๒๕๖๒ เมื่อเดือนเมษายนกฎหมายลูกยังไม่ออก ก็ไม่สามารถจัดสรรงบประมาณได้ แต่ปรากฏว่าในปี ๒๕๖๔-๒๕๖๕ ซึ่งถือว่าสมบูรณ์แล้ว กฎหมายลูกออกครบสมบูรณ์ แต่เป็นเรื่องแปลกการศึกษาของพระภิกษุสามเณรซึ่งศึกษา อยู่ในโรงเรียนพระปริยัติธรรมไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ งบประมาณส่วนนี้เป็นของ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นคนดำเนินการ ผมขอย้อนไปนิดเดียวท่านประธาน เนื่องจากพระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม ปี ๒๕๖๒ นี้เผื่อจะออกมาได้กี่ปีแล้ว ในประเทศไทยที่มีการศึกษาพระปริยัติธรรม ต้องขอบพระคุณเป็นเมตตาของ ท่านสมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ขออนุญาตเอ่ยนามท่านไม่ได้เสียหาย เพราะท่านเป็นประธานคณะกรรมการร่างกฎหมายฉบับนี้ เป็นความเมตตาอย่างยิ่งใหญ่ แก่พระพุทธศาสนา และมีคณะกรรมการ ๑๐-๒๐ ท่าน มีสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เอาจริงเอาจัง ต้องให้เครดิตสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่ง ผอ. สำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติท่านเกษียณไปแล้ว ขอเอ่ยชื่อท่าน ท่านณรงค์ ทรงอารมณ์ ต้องขอบคุณ แต่ที่ผมจะละไม่ได้คือ เลขาคณะกรรมการชุดนี้คือ ท่านเจ้าคุณพระเทพเวที พล อาภากโร (ป.ธ. ๙) รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์เจ้าอาวาสวัดสังเวชวิศยาราม ท่านเป็น เลขาซึ่งเข้มแข็งมาก ถ้าไม่อย่างนั้นกฎหมายฉบับนี้ออกมาไม่ได้ วันนี้ท่านเป็นเจ้าคณะภาค ๖ จังหวัดเชียงราย จังหวัดลำปาง จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน ซึ่งท่านเป็นคนจังหวัด เดียวกันกับหัวหน้าพรรคผม ท่านเป็นคนจังหวัดน่าน เพราะฉะนั้นขอเอ่ยชื่อท่าน ปัจจุบัน ท่านเป็นรองอธิการบดีมหาวิทยาลัย มจร. นี่จึงเป็นประเด็นว่า กฎหมายฉบับนี้เพิ่งออกมาได้ก็เอาเป็นเอาตายกว่าจะได้ เมื่อได้แล้วก็เหมือนทุกขลาภ ท่านประธาน ที่ผมต้องพูดถึงเพราะว่าจนถึงวันนี้งบประมาณในการที่จะเป็นเงินเดือนก็ดี มีแก่นักเรียน นักศึกษา ซึ่งเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาที่อุปสมบทมา ปรากฏว่า ไม่มีเงิน ปัจจุบันพระราชบัญญัติฉบับนี้ต้องเอ่ยถึงคือ การศึกษาสงฆ์มีอยู่ ๓ แผนก ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ แผนกธรรม แผนกบาลี และแผนกสามัญ ศึกษาโรงเรียน พระปริยัติธรรม จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีสำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้การสนับสนุนตามกำลังงบประมาณและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ คณะกรรมการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษากำหนด ที่ผมต้องเอ่ยชื่อ เพราะว่าในกฎหมายฉบับนี้เขียนไว้ชัดเจนในมาตรา ๕ มาตรา ๖ และมาตรา ๗ เรื่องอำนาจ การจัดการศึกษา ผมไม่ลงในรายละเอียดแต่ต้องเอ่ยถึง เพราะมิเช่นนั้นกฎหมายฉบับนี้ สมบูรณ์ไม่ได้ คือในมาตรา ๖ เขียนไว้ว่า การจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ ๓ ข้อ ผมไม่ลงรายละเอียด ปริยัติธรรมที่มาตรา ๖ คือระบุ ที่ผมพูดแล้วว่า การศึกษามาตรา ๖ การศึกษาพระปริยัติธรรม ๓ แผนกที่ผมเอ่ยไปแล้ว แต่ไม่เอ่ยฉบับนี้ ไม่ได้คือ มาตรา ๗ มาตรา ๗ เขียนไว้ว่าในวรรคสุดท้าย ผมอ่านแต่วรรคสุดท้ายแล้วกันว่า เพื่อประโยชน์ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามแผนกการศึกษาพระปริยัติธรรม ตามวรรคหนึ่ง วรรคหนึ่ง หมายถึงมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง เพื่อประโยชน์ต่อการส่งเสริม การศึกษาพระปริยัติธรรมให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๕ ให้สำนักงานโดยความเห็นของ คณะกรรมการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมและมาตรฐานการศึกษาพระปริยัติธรรม และแผนงานเพื่อจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมเสนอต่อมหาเถรสมาคม ให้ความเห็นชอบ วรรคสุดท้ายเขียนไว้ชัดเจน เพราะฉะนั้นงบประมาณไม่จัดไม่ได้ คือเพื่อให้การดำเนินการ เป็นไปตามแผนการศึกษาพระปริยัติธรรม ตามวรรคนี้ให้รัฐอุดหนุนงบประมาณสำหรับ การจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมตามความเหมาะสม ความจำเป็น ชัดเจนท่านประธานครับ แต่ปรากฏว่าจนถึงวันนี้งบประมาณปี ๒๕๕๒ ผ่านไป ปี ๒๕๕๓ ผ่านไป ปี ๒๕๕๔ ผ่านไป ปี ๒๕๕๕ ผ่านไป ปรากฏว่าคณะสงฆ์ซึ่งมีโรงเรียนอยู่ทั่วประเทศมีนักเรียนอยู่หลายหมื่นรูป เฉพาะปริยัติธรรมทั้ง ๓ แผนก จากพระภิกษุสามเณร ๒๕๐,๐๐๐ รูป จึงเป็นที่สงสัยว่า ทำไมงบประมาณปี ๒๕๖๔ ก็ผ่านไป ปี ๒๕๖๕ ไม่เห็น จึงต้องถามว่าสำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติได้มีการประสานงานกับกระทรวงการคลัง กับสำนักงบประมาณ อย่างไร หรือไม่ จึงไม่มีการจัดสรรงบประมาณให้แก่โรงเรียนพระปริยัติธรรม ที่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งพระปริยัติธรรม ปี ๒๕๖๒ ได้กำหนดให้รัฐอุดหนุน งบประมาณสำหรับการจัดการพระปริยัติธรรม ตามความเหมาะสมและจำเป็นให้แก่โรงเรียน พระปริยัติธรรม ท่านประธานครับ ท่านทราบหรือไม่ว่า นักเรียนรูปหนึ่งในเทอมหนึ่ง ตอนนี้เขาทำกันอย่างไร ขอรับเงินบริจาคขอรับเงินต่อรูปต่อองค์ จำเป็นต้องใช้เงินเทอมละ ๑,๐๐๐ บาท แบบประหยัดที่สุด บิณฑบาตฉันข้าวต่อรูปต่อคน เทอมหนึ่งประหยัดที่สุด เพราะฉะนั้นถ้าหากเป็นแบบนี้แล้วจะส่งเสริมพระพุทธศาสนาได้อย่างไร จะให้นักเรียน นักศึกษา ซึ่งเป็นนักเรียนตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ในแผนกสามัญด้วย แผนกบาลีด้วย แผนกนักธรรมด้วย เดินไปไม่ได้ครับ รัฐบาลนี้ได้มองดูพระพุทธศาสนา อย่างไรถึงปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น จึงเป็นคำถามที่ ๑ ว่า เหตุใดสำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งวันนี้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้กำกับดูแล จึงไม่จัดสรรงบประมาณให้แก่ โรงเรียนพระปริยัติธรรมในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ตามพระราชบัญญัติการศึกษา พระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอทราบรายละเอียดครับ