สันติ แจงปิดสาขากรุงไทยเน้นบริการแทน-ย้ำอำนวยความสะดวกต่อเนื่อง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

สันติ พร้อมพัฒน์ ชี้แจงถึงการปิดสาขาธนาคารกรุงไทยว่าเป็นไปตามพิจารณาจากปริมาณการใช้บริการและจำนวนประชากรในพื้นที่ พร้อมย้ำการแจ้งล่วงหน้า 30 วันและจัดบริการแทน เช่น รถโมบายล์เซอร์วิส และการส่งเสริมช่องทางดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนยังคงได้รับบริการอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ขอตอบกระทู้ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส. ราชบุรี เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. อัครเดชที่ได้ช่วยดูแลในเรื่อง การบริการของธนาคารกรุงไทยซึ่งต้องใช้คำว่าเป็นธนาคารของรัฐส่วนหนึ่งตามที่ท่าน ได้กล่าวนั้นถูกต้องแล้วว่าจริงอยู่ถึงแม้ว่าขณะนี้ธนาคารกรุงไทยถือว่าไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจ แต่กองทุนฟื้นฟูถือหุ้นใหญ่ก็จึงยังถือว่าเป็นธนาคารที่รัฐจะต้องกำกับดูแลและให้บริการ พี่น้องประชาชนด้วยความเข้มแข็ง ด้วยความรวดเร็วให้สมกับเป็นธนาคารที่รัฐถือหุ้นใหญ่อยู่ จากการที่ท่านได้ให้ความสำคัญกับการบริการของธนาคารกรุงไทยนั้นและท่านก็ได้ตั้งคำถาม มานะครับ ถามว่ากระทรวงการคลังนั้นมีแนวนโยบายในการแก้ไขปัญหาการบริการของ ธนาคารกรุงไทยที่ได้รับความล่าช้าในการทำธุรกรรมทางการเงินอย่างไร โดยเฉพาะท่านได้ บอกว่า ทางธนาคารกรุงไทยนั้นได้ลดสาขามาโดยตลอด ผมขอตอบคำถามของท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ดังนี้ครับ

ก่อนอื่นก็ต้องตอบว่าการที่ธนาคารโดยเฉพาะธนาคารกรุงไทยธนาคาร ของรัฐนั้น จะทำการลดสาขาลง ณ แห่งใดธนาคารจะต้องออกไปสำรวจในปัจจัยต่าง ๆ เช่น การดำเนินงานหรือจำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการในสาขานั้น ๆ มีจำนวนเท่าไร ลดลงอย่างไร และมีความครอบคลุมในพื้นที่เป็นอย่างไร การทับซ้อนพื้นที่บริการกับสาขาของธนาคารเอง และสาขาของธนาคารอื่น ๆ มากมายแค่ไหนอย่างไร และประเภทของธุรกรรมที่ลูกค้า สามารถมาทำรายการผ่านธนาคารในช่องทางอื่น ๆ เช่น ทำผ่านสมาร์ตโฟน (Smartphone) เป็นต้น เป็นอย่างไร และเมื่อพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ จนรอบคอบแล้ว ธนาคารจึงมีมาตรการในการที่จะปิดสาขานั้น ๆ ลง และก่อนที่ธนาคารจะปิดสาขานั้นลง ธนาคารก็จะมีการแจ้งกับพี่น้องประชาชนไม่ต่ำกว่า ๓๐ วัน และในขณะที่ปิดสาขานั้น ตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร นอกจากจะทำการชี้นำ แนะนำลูกค้าว่าธนาคารมีสาขาใกล้เคียง ที่สุดตรงนั้นอย่างไรที่ลูกค้าสามารถจะโยกไปใช้บริการได้ นอกจากนั้นในระหว่าง ๓๐ วัน ที่ธนาคารจะปิดสาขานั้นธนาคารก็ยังจะมีรถบริการ เช่น ที่เรียกว่า รถโมบาย เคทีบี ออน เดอะ มูฟ (Mobile KTB on the move) ไปจอดให้บริการในช่วงต้นที่ได้ทำการปิดสาขานั้น ๆ และการที่ท่านได้บอกว่า ต่อไปนี้ธนาคารยังจะทยอยปิดสาขาอีกหรือไม่ อย่างไร ก็ต้องเรียนว่า อันที่จริงแล้วธนาคารไม่ได้มีนโยบายในการที่จะปิดสาขา ยกเว้น สาขาที่พี่น้อง ประชาชนไปใช้บริการน้อย และมีความจำเป็นในสาขานั้น ๆ ลดลงเป็นอย่างมากเท่านั้นเอง จะสังเกตได้ว่าอย่างปี ๒๕๖๓ นั้น ธนาคารปิดสาขาไปเพียง ๓ สาขา ที่จังหวัดราชบุรี และในปี ๒๕๖๔ นั้นทั่วประเทศธนาคารกรุงไทยก็ได้ปิดไปเพียง ๒ สาขา และเพิ่มสาขาอีก ๔ สาขา เพราะฉะนั้นการปิดสาขาในแต่ละแห่งนั้นก็จะปิดสาขาด้วยพี่น้องประชาชนมาใช้บริการน้อย จึงได้ดำเนินการตามที่ว่า นอกเหนือจากรถโมบาย เคทีบี ออน เดอะ มูฟ (Mobile KTB on the move) ตามภาพท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นที่ขึ้นที่จอแล้ว ซึ่งรถดังกล่าวนั้น ธนาคารมีถึง ๗๘ คัน ที่ได้ออกไปบริการพี่น้องประชาชน นอกเหนือจากสาขาธนาคาร ที่ปิดแล้วในระยะหนึ่ง สาขาที่มีการใช้บริการเพิ่มขึ้นในบางช่วงเวลาที่มีธุรกรรมทางการเงิน เช่น มีโครงการของรัฐที่พี่น้องเกษตรกรหรือพี่น้องไปใช้บริการนั้น ธนาคารก็ได้นำรถเหล่านี้ ไปบริการที่ตรงนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความแออัดนะครับ

ข้อที่ ๒ ธนาคารก็มีการติดตั้งเครื่องบริการอัตโนมัติเพิ่มเติม ที่เรียกว่า เอทีเอ็ม (ATM) หลังจากการปิดสาขา รวมถึงบริการเปลี่ยนประเภทหรือปรับปรุง เครื่องเอทีเอ็ม (ATM) ที่จะทำธุรกรรมอัตโนมัติเหล่านี้นี่นะครับ นอกเหนือจากการเบิกถอน อย่างเดียวก็ปรับไปใช้ในธุรกรรมอื่น ๆ ได้ เช่น ธุรกรรมเปิดบัญชี ธุรกรรมขอบัตรเครดิต อะไรต่าง ๆ ให้ขยายได้มากขึ้น

ข้อที่ ๓ ธนาคารได้เปิดให้บริการสาขาบางแห่งในช่วงนอกเหนือเวลาทำการ เช่น วันเสาร์ หรือนอกเวลาทำงาน ถ้าหากว่ามีลูกค้าจำเป็นต้องมาใช้บริการตามโครงการ ของภาครัฐ ในขณะเดียวกันธนาคารก็ยังได้เพิ่มเทคโนโลยีในเรื่องของสมาร์ตโฟน (Smartphone) เช่น แอปพลิเคชัน กรุงไทย เน็กซต์ (Application Krungthai Next) แอปพลิเคชัน (Application) เป๋าตัง หรือกรุงไทยคอนเน็กต์ (Krungthai Connect) เพื่อรองรับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของลูกค้า ทั้งนี้ธนาคารก็ได้ให้พนักงานออกดูแลและเยี่ยมเยียน ลูกค้าในพื้นที่ขอบเขตบริการของสาขานั้น ๆ เพื่อให้ลูกค้าของธนาคารสามารถเข้าถึงระบบเครื่องอัตโนมัติ และแอปพลิเคชัน (Application) ต่าง ๆ ของธนาคารได้ การตั้งจุดบริการนอกสถานที่ชั่วคราว ก็คือการตั้งบูท (Booth) ตั้งโต๊ะบริการในวัน สต็อป เซอร์วิซ (One stop service) กระจายและหมุนเวียนไป ในพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ เพื่ออบรมหรือเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในการที่จะไปใช้ บริการ นอกเหนือจากนั้นยังมีการจัดพนักงานหมุนเวียนลงพื้นที่ไปดูแลผู้ป่วย ไปดูแล ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียงและผู้พิการที่ไม่สามารถที่จะเดินทางมาที่ธนาคารได้ และการที่ธนาคารได้ปิดสาขาบางแห่งและเพิ่มบริการในด้านของบุคคล ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ตโฟน (Smartphone) ต่าง ๆ นั้นก็จะเป็นการลดการที่ลูกค้าธนาคารจะต้องเดินทาง ไปธนาคารไปทำธุรกรรมมาเป็นธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสามารถทำบนสมาร์ตโฟน (Smartphone) และทำที่บ้านก็ได้นะครับ จึงกราบเรียนคำถามของท่านอัครเดชมาในที่นี้ ขอบคุณครับ