สุพัฒนพงษ์ แจงกลไกราคาน้ำมันเสรี ยันโปร่งใส-ไม่เอื้อผู้มีสิทธิ์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ชี้แจงกลไกการกำหนดราคาเชื้อเพลิงที่อิงตลาดเสรี ย้ำความจำเป็นในการบริหารจัดการราคาอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูง พร้อมยืนยันมาตรการรัฐในการบรรเทาภาระประชาชนและส่งเสริมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไป

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน

ในเรื่องของโครงสร้างและความโปร่งใสของราคาน้ำมัน ตรงนี้เอง กระทรวงพลังงานมีการประกาศข้อมูลราคาอ้างอิง ต้องเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยัง ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคุณครูมานิตย์ว่า กลไกของราคาน้ำมันมันเป็นกลไกตลาดเสรี มาตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ แล้ว ทางกระทรวงพลังงานเองเราทำโครงสร้างราคาอ้างอิงให้เฉย ๆ เพื่อที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกันดูแลให้เกิดการแข่งขันเสรี เป็นไปด้วยความแข่งขันจริง แต่เราก็มีการติดตามดูว่าไม่ให้มีกำไรมากเกินควร แล้วที่ท่านบอกว่าราคาน้ำมันเราแพง เหลือเกินในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) ประเทศไทยเราอยู่ประมาณอันดับที่ ๖ ที่ ๗ ที่จะต่ำกว่า ประเทศไทยก็มีประเทศมาเลเซียกับประเทศบรูไน ทั้งเบนซินและดีเซล ในส่วนนี้ก็พอจะ ทราบกันดีว่าทั้งประเทศมาเลเซียและประเทศบรูไนเป็นประเทศที่ผลิตน้ำมันส่งออก และเป็นประเทศขนาดเล็ก แล้วก็มีรายได้จากสัมปทาน ค่าสิทธิต่าง ๆ จากน้ำมันเพียงพอ เขาก็ให้ประชาชนซึ่งมีจำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับประเทศไทยได้ใช้น้ำมันราคาไม่แพง กลไกของราคามันอยู่คู่บ้านคู่เมือง อยู่กันมาทุกรัฐบาล ๓๔ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ ทุกรัฐบาล ที่ผ่านมาทั้งหมดก็เห็นด้วย และเป็นไปด้วยกับโครงสร้างราคาน้ำมันนี้ อันนี้ชี้แจงไว้ก่อน แต่อย่างไรก็ตามในรายละเอียด กระทรวงพลังงานในช่วงที่ผ่านมาก็มีการทำงาน ร่วมกับที่ปรึกษา เครือข่ายชุมชนก็มีการปรับลดต่าง ๆ ลงมา ในส่วนนี้ก็มีการพัฒนามาเรื่อย ๆ ไม่ใช่ว่าไม่ได้ทำอะไร แล้วก็อย่างที่เรียนว่า ในส่วนของที่กล่าวว่ามีการนำเงินกองทุน นั่นคือกองทุนอนุรักษ์ ไม่ใช่กองทุนน้ำมันเอามาใช้ทดแทนกันไม่ได้ เราถึงสามารถกู้เงินได้ ก็สามารถกู้เงินกลับมาได้ หากจำเป็นต้องใช้ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็ใช้ แต่เราจะไม่ใช้ลงไปเพื่อที่จะทำให้ราคาลดลง ยิ่งท่านบอกว่าอยากจะให้ประชาชนประหยัด ราคามันต้องสะท้อนถึงกลไกตลาดเสรี แต่ต้องไม่เป็นภาระมากจนเกินไป ไม่เป็นภาระมากจนเกินไปที่จุดไหน ผมก็เรียนไปแล้วว่าจุด คือ ๓๐ บาทต่อลิตรที่จะพยายามคงไว้และรักษาไว้ และรัฐสภาแห่งนี้ หรือสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่มีอายุงานเกิน ๑๐ ปี ก็ทราบดีว่าจุดที่จะรักษาไว้ที่จะแบ่งเบาภาระประชาชน ได้ถึงส่วนที่รัฐบาลจำเป็นต้องเข้าไป และต้องเตรียมไว้นะครับ มันไม่ได้บอกว่าทำเดี๋ยวนี้แล้ว จะใช้เดี๋ยวนี้กันให้หมด ไม่ได้บอกว่าน้ำมันจะหยุดแค่ไหน อาจจะขึ้นมากกว่านี้ก็ได้ สรรพกำลังทั้งหมดของเราจะต้องเตรียมไว้ เตรียมไว้ให้ประชาชนได้รับการดูแลในระดับที่ สมควรและเป็นระดับที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เคยเห็นชอบและได้ร่วมไม้ร่วมมือกันมา ในอดีตที่ ๓๐ บาทต่อลิตร ตรงนี้เองจึงอยากจะเรียนให้เข้าใจว่าเราจะไม่ทุ่มทุกอย่างเพื่อที่จะ ลดลงไปทันที เพราะมันประมาทไม่ได้ เหตุการณ์ของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ของบรรดาประเทศตะวันตกที่มีการพัฒนากันเรื่องวัคซีน มีการฉีดวัคซีนจำนวนมาก เศรษฐกิจเขาโตเร็วเหลือเกิน ถ้าเราปล่อยให้เหมือนกับประเทศเสรีแบบนั้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อัตราเงินเฟ้อมันจะขึ้นเร็วมาก วันนี้รัฐบาลได้พยายามบริหารจัดการประคับประคองด้วย ทรัพยากรเท่าที่จะมีให้เปลี่ยนถ่ายจากจุดที่เรียกว่า จุดที่เราเจอปัญหาโควิด-๑๙ (COVID-19) และเข้าสู่การฟื้นฟูตรงนี้เองเป็นจุดสำคัญ เพราะฉะนั้นระยะที่เราจำเป็นต้องใช้ในการตรึงคือ ๓๐ บาท ซึ่งท่านก็ทราบดี สมัยที่ท่านเป็นรัฐบาล ผมคงไม่เอ่ยชื่อรัฐบาลนะครับ วิธีการ ก็แบบเดียวกัน ไม่ได้ต่างกันเลยนะครับ เพราะฉะนั้นแล้วก็อยากจะให้เป็นข้อมูล เรียนผ่าน ท่านประธานสภาไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ประชาชนที่อยู่ทางบ้านว่ามันเป็น ภาวะวิกฤติ แต่เราเชื่อว่ามันเป็นช่วงของการเปลี่ยนถ่าย แล้วท่านก็พาดพิงว่าผมไปทำแล้วก็ ๓ ปีจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เงินในกระเป๋าไม่มี ผมก็ต้องเรียนตรง ๆ รัฐบาลได้มีมาตรการ ต่าง ๆ ได้ออกมา ล่าสุดโครงการคนละครึ่ง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การช่วยเหลือ เอสเอ็มอี (SMEs) โครงการเราเพิ่มเติมขึ้นไปเพื่อให้เกิดการฟื้นฟูให้มันมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แล้วสิ่งที่พวกท่านรัฐสภาได้พยายามจะทำก็คือการสร้างเสถียรภาพความมั่นคงในประเทศ ความร่วมไม้ร่วมมือ สามัคคีกัน แล้วรัฐบาลก็มุ่งหน้าตรงนี้ที่ทำมา มันปรากฏอีกนิดเดียว ไม่นานนะครับ มันปรากฏจากมูลค่าของการส่งเสริมการลงทุนในปีนี้เฉพาะถึงเดือนกันยายน ปีนี้ ๕๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ๒๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มากกว่าเท่าตัว มันเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าตลอดระยะ ๑ ปี ที่ผ่านมาเราจะมีความเห็นต่างกันอย่างไรในรัฐสภา แต่สิ่งต่าง ๆ ที่ท่านได้ร่วมให้เกิดเสถียรภาพมันได้ส่งผลเชิงเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นแล้ว เศรษฐกิจจะค่อย ๆ เติบโต ไม่ได้ต่างจากประเทศอื่น ๆ แต่มันจะมีเรื่องของอัตราเงินเฟ้อ ข้าวของสินค้าทั่วไปมันจะทยอยขึ้นราคา วันนี้โลหะก็ขึ้น ถ้าใครอยู่ในวงการก่อสร้าง วันนี้น้ำมันก็ขึ้น วันนี้ถ่านหินก็ขึ้น วันนี้ผลิตภัณฑ์หลายอย่างขึ้นราคา แต่มันเป็นช่วงเปลี่ยนถ่ายของการเข้าสู่การฟื้นฟูหลังจากที่เกิดโควิด-๑๙ (COVID-19) ก็ต้องประคับประคองจริง ๆ ส่วนที่ท่านเสนอมานะครับ ขอให้ยึดหลักของการที่เราเลือก ราคาที่เหมาะสมที่เราจะตรึงไว้ เหมือนกับที่ท่านรักษากันไว้เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว และเป็น แนวทาง และเราจะผ่านพ้นตรงนั้นไปได้นะครับ ขอบคุณครับ