จุรินทร์ แจงมาตรการชดเชย-ประกันรายได้เกษตรกรโปร่งใส ยันเสริมฐานะจริง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ชี้แจงความโปร่งใสในการจ่ายเงินชดเชยและเงินส่วนต่างให้เกษตรกร ย้ำว่าเกษตรกรได้รับประโยชน์จริงจากมาตรการชดเชยและประกันรายได้ รวมถึงการสนับสนุนจากภาครัฐสำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวไม่ได้ทำให้เกษตรกรอ่อนแอ แต่ช่วยเสริมฐานะทางเศรษฐกิจ และเน้นความจำเป็นของยุทธศาสตร์ระยะยาว เช่น การลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต พัฒนาพันธุ์ข้าว และความร่วมมือในรัฐบาลเพื่อขับเคลื่อนนโยบายอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมความเข้มแข็งและความยั่งยืนให้กับเกษตรกรไทย

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตตอบนะครับ ต้องชี้แจงนิดหนึ่ง แล้วนะครับ เพราะว่าผมไม่อยากให้ท่านพูดประชดประชันว่าผมพูดเหมือนข้าราชการประจำ ผมไม่อยากให้ดูถูกข้าราชการประจำ และผมจะพูดเหมือนข้าราชการประจำหรือไม่เหมือน ก็ตาม แต่ขอเรียนว่าผมพูดตามข้อเท็จจริง ถ้ามันเป็นข้อเท็จจริงจะข้าราชการประจำ หรือข้าราชการการเมืองอย่างผม หรือผู้แทนราษฎรทั้งสภาก็ต้องพูดภาษาเดียวกัน แล้วก็ต้อง พูดคำเดียวกัน พูดด้วยเหตุผลเดียวกัน เพราะเราพูดบนพื้นฐานของความเป็นจริง ตรงไปตรงมา และผมกราบเรียนว่าผมพูดตรงไปตรงมา พูดตามข้อเท็จจริง อันนี้ประการที่ ๑ ที่ต้องพูดทำความเข้าใจเสียก่อน

ประการที่ ๒ ท่านบอกว่า เกษตรกรร้องไห้ ผมไม่ไปเถียงท่านหรอกครับ แต่ว่าเงินส่วนต่างวันที่ ๙ วันที่ ๑๐ เกษตรกรดีใจมากที่ได้เงินส่วนต่าง ผมมีภาพเยอะ เลยครับ ผมไม่ทราบว่าทีมได้เตรียมไว้หรือเปล่า การโอนเงินส่วนต่างวันที่ ๙ กับวันที่ ๑๐ ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดไหนที่ปลูกข้าวภาพมันปรากฏชัดเลยว่า ทุกคนดีใจเอาสลิป (Slip) บัญชีมาโชว์กันว่าเขาได้ ๓๐,๐๐๐ บาท ๕๐,๐๐๐ บาท ๖๐,๐๐๐ บาท แล้วก็มา ช่วยเยียวยาเขาแล้ว และผมขออนุญาตกราบเรียนว่าสำหรับเกษตรกรที่น้ำท่วม ผมเรียนตรงนี้เลยว่า ๑. นอกจาก ท่านจะได้เงินชดเชยจากรัฐบาลที่กระทรวงมหาดไทยจะเป็นต้นเรื่อง เพราะว่าข้าวท่าน เสียหายทั้งหมด เพราะฉะนั้นท่านต้องได้เงินตามมาตรการที่กำหนดไว้ ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาล ก็ต้องช่วยดูแล ท่านยังจะได้เงินส่วนต่างจากประกันรายได้ด้วย แม้ข้าวของท่านจะเสียหายไป ทั้งหมดก็ตาม เพราะท่านได้ขึ้นทะเบียนไว้ล่วงหน้าแล้ว และมีการตรวจสอบแล้วว่าท่าน ปลูกข้าวจริง เพราะฉะนั้นท่านก็ยังได้เงิน ๒ ก้อนที่จะเข้าไปช่วยชดเชยเยียวยาให้กับ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ประสบภัยน้ำท่วม

ประการต่อมา คำพูดที่ท่านไปเอาคำพูดของใครก็ไม่ทราบมาบอกว่า ประกันรายได้เกษตรกรทำให้เกษตรกรอ่อนแอ ผมคิดว่ามันตรงกันข้ามครับ ประกันรายได้ เกษตรกรไม่ว่าจะข้าว ปาล์ม มัน ยาง ข้าวโพด ช่วยให้เกษตรกรยังชีพอยู่ได้ และมีโอกาส ลืมตาอ้าปากและเข้มแข็ง เพราะต่อไปนี้มันหมายความว่าทันทีที่ท่านปลูกพืชที่มีการประกัน ท่านมีหลักประกันในเรื่องรายได้ ไม่ต้องฝากโชคชะตาไว้กับราคาอย่างเดียว ซึ่งมันมีโอกาส ตกต่ำผันผวนได้ ยามใดที่ราคาพืชเกษตรตัวนั้นสูงกว่ารายได้ประกันท่านก็เอาเงินไปทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ที่ท่านขายได้ แต่ยามใดที่ราคามันตกสิครับ รายได้ท่านจะไม่ลด เพราะท่าน เอาไปขายในตลาดได้ราคาต่ำ แต่มีเงินส่วนต่างเข้าไปบวกสมทบให้จนท่านมีรายได้ตามราคา หรือรายได้ที่ประกัน เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่ทำให้เกษตรกรอ่อนแอ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นด้วย ก็คือว่า การแก้ปัญหาต้องไม่ทำเฉพาะประกันรายได้ มันจะต้องมีมาตรการอื่นเข้ามาช่วย เสริมระยะยาวด้วย เพื่อให้เกษตรกรยืนอยู่ได้ เรื่องข้าวผมไม่ทราบท่านเคยไปอ่านยุทธศาสตร์ ข้าวหรือเปล่า มาถึงวันนี้ประเทศไทยมียุทธศาสตร์ข้าวไทยแล้วครับ เริ่มต้นเมื่อ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๖๗ เป็นระยะเวลา ๕ ปี ยุทธศาสตร์ข้าวไทย กำหนดเพื่อที่จะให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวสามารถยืนระยะและมีอนาคตที่สดใสระยะยาว

๑. หลักใหญ่ก็คือว่าเราจะลดต้นทุนการผลิตจากปัจจุบันไร่ละ ๖,๐๐๐ บาท ให้เหลือไร่ละ ๓,๐๐๐ บาทให้ได้ภายใน ๕ ปี อันนี้เป้าหมายกำหนดไว้ชัด

๒. ต้นทุนการผลิตโพรดักทิวิตี (Productivity) หรือผลผลิต ปัจจุบันนี้ ข้าวเฉลี่ยไร่หนึ่ง ๔๖๕ กิโลกรัม ภายใน ๕ ปีต้องทำให้ได้ ๖๐๐ กิโลกรัม

๓. ปัญหาใหญ่ของข้าวไทยระยะยาววันนี้ก็คือว่า เราขาดพันธุ์ข้าวที่เป็น ที่ต้องการของตลาดโลก ทำให้เราไปแข่งในตลาดโลกไม่ได้ สู้ประเทศเวียดนามสู้ หลายประเทศไม่ได้ เพราะพันธุ์ข้าวเขามีความหลากหลายพัฒนาไปเร็วมาก

เราจึงกำหนดว่า ๕ ปีต่อไปนี้เราจะต้องเพิ่มพันธุ์ข้าวอย่างน้อย ๑๒ พันธุ์ ๑. ข้าวพื้นแข็ง ๔ พันธุ์ ๒. ข้าวพื้นนุ่ม ๔ พันธุ์ ๓. ข้าวหอม ๒ พันธุ์ ๔. ข้าวโภชนาการสูง ที่เป็นตลาดคนรุ่นใหม่เขาต้องการอีก ๒ พันธุ์ และเราเริ่มดำเนินการแล้ว ไม่กี่วันมานี้ ถ้าท่านดูข่าวคงเห็นผมเดินทางไปจังหวัดชัยนาท อันนั้นไปตรวจแปลงข้าวที่เขาประกวดกัน ๔๐ กว่าราย เพื่อคัดพันธุ์ที่มีคุณภาพที่จะขึ้นทะเบียน เพื่อป้อนตลาดโลกต่อไปในอนาคต และคาดว่าอาจจะได้ ๓ พันธุ์จาก ๑๒ พันธุ์ ในการประกวดครั้งนี้ภาพก็ปรากฏอยู่ที่ผม เพิ่งไปมานี้ อันนี้คือการสร้างอนาคตระยะยาวที่จะทำให้ข้าวไทยแข่งขันได้ในตลาดโลก มีความหลากหลายมากขึ้น และนี่คือยุทธศาสตร์ข้าว ที่ถามว่าและการลดต้นทุนอยู่ไหน เพิ่มผลผลิตอยู่ไหน การสร้างพันธุ์ข้าวใหม่ ๆ อยู่ที่ไหน อยู่ตรงนี้ครับ และต่อไปเป็นหน้าที่ ของหน่วยปฏิบัติที่เขาต้องปฏิบัติ เพราะฉะนั้นผมถึงกราบเรียนว่า นอกจากเราทำประกัน รายได้ให้หลักประกันเรื่องรายได้ระยะปัจจุบัน ให้ชาวนาลืมตาอ้าปากได้แล้ว เราก็ยังมี มาตรการระยะยาวที่มีภาพของภาคปฏิบัติและเป้าหมายที่มีความชัดเจน ส่วนผมกับรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลัง ผมไม่ได้มีปัญหากันครับ เราทำงานอยู่ในรัฐบาลเดียวกัน นโยบาย ประกันรายได้ข้าว มัน ปาล์ม ยาง ข้าวโพด ผมเรียนตรงนี้เป็นนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ที่ใช่ว่าอยู่ ๆ เราก็จะเอามาทำงานในรัฐบาลได้ พรรคประชาธิปัตย์ก่อนร่วมรัฐบาลพูดชัดว่า ถ้ารัฐบาลจะให้พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมขอให้ นำนโยบายประกันรายได้ของพรรคประชาธิปัตย์เป็นนโยบายรัฐบาล สุดท้ายเจรจากับพรรคแกนนำแล้วท่านก็ยอมรับให้เป็นนโยบายรัฐบาล เพราะฉะนั้นวันนี้ มันกลายเป็นนโยบายรัฐบาล เพราะฉะนั้นท่านจะบอกว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะไม่ทำ รัฐมนตรีนี่จะไม่ทำ รัฐบาลนั้นจะทำหรือไม่ทำ ขออภัยนะครับ ถ้าเกินเลยไป ท่านไม่ต้องกังวลมันเป็นนโยบายรัฐบาลแล้ว ทุกท่านมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล และต้องผลักดันนโยบายรัฐบาล ส่วนท่านบอกว่าจะเป็นภาระงบประมาณไม่มีวันจบสิ้น มีโครงการไหนที่ไม่ต้องใช้งบประมาณ มันก็เป็นภาระงบประมาณทั้งนั้น แต่เป็นภาระ งบประมาณแล้วเป็นประโยชน์กับเกษตรกร และเป็นประโยชน์กับชาวนาหรือเปล่า หายหกตกหล่นหรือเปล่าอยู่ตรงนั้น แล้วผมยืนยันว่า ไม่มีหายหกตกหล่น เพราะมันโอนเข้า บัญชีเกษตรกรโดยตรง เพราะฉะนั้นท่านไม่ต้องกังวลตรงนี้ วันที่ ๒๖ ผมก็จะไปงานเลี้ยง แล้วก็ไม่ได้ไปกินข้าว ไปเยาะเย้ยชาวนา แต่เป็นเรื่องที่จะไปพบปะกัน นอกจากการพบกัน ในสภา เพื่อให้เราทำหน้าที่ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ให้เป็นที่พึ่งหวังของประชาชนได้ มากขึ้น นอกจากการพบกันในสภาอย่างเดียว อันนี้ก็ขออนุญาตที่จะกราบเรียนครับ