จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ชี้แจงกรณีไม่สามารถมารับกระทู้ได้เนื่องจากติดภารกิจร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี พร้อมย้ำถึงความสม่ำเสมอในการมาตอบกระทู้และชี้แจงความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้น โดยได้ขยายความถึงความสำคัญของมาตรฐานความชื้นข้าวในการกำหนดราคา เพื่อรักษาคุณภาพผลผลิตและป้องกันความสับสน รวมทั้งรายงานความคืบหน้าการจ่ายเงินภายใต้โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ดำเนินการไปแล้ว 2 งวดโดยไม่พบปัญหาทุจริต และยืนยันว่าเกษตรกรได้รับเงินส่วนต่างตามสิทธิอย่างครบถ้วน พร้อมระบุว่าจะดำเนินการจ่ายต่อเนื่องทุกสัปดาห์จนครบ 33 งวดตามแผน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ขออนุญาตตอบคำถามท่าน ส.ส. ปดิพัทธ์นะครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณ ที่กรุณาถาม จะได้มีโอกาสชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศ ความจริงที่ท่านเริ่มต้นด้วยการบอกว่า ผมไม่มาตอบกระทู้หลายครั้งนี่ไม่เป็น ความจริงเลย ผมมาตอบทุกครั้งยกเว้นวันพฤหัสบดีที่แล้ว ซึ่งตั้งกระทู้ถามสดขณะที่ผมต้อง ประชุมคณะรัฐมนตรีเป็นกรณีพิเศษ เพราะท่านนายกรัฐมนตรีเลื่อนมา แล้วก็ขณะเดียวกัน นโยบายหรือโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ท่านพูดถึงอยู่นี้เข้า ครม. ผมจำเป็นต้องชี้แจงก็เลยไม่สามารถมาตอบกระทู้ได้ แต่ได้บอกไว้แล้วว่า ถ้าสัปดาห์นี้ท่าน จะถาม ผมยินดีมาตอบ แล้วก็ในอดีตที่ผ่านมาท่านประธานคงจำได้ แม้มาตอบ ๓ กระทู้ ในวันเดียวกันผมก็ยินดีมาตอบแล้วก็ได้ตอบไปแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องไม่มาตอบกระทู้ ขอความกรุณาได้เกิดความเข้าใจด้วยนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือถ้าท่านบอกว่าเรื่องข้าวไม่จำเป็นต้องพูดถึงความชื้น เดี๋ยวจะเกิดความเข้าใจผิด เพราะราคาข้าวมันขึ้นอยู่กับปริมาณความชื้นซึ่งอันนี้เป็น มาตรฐานทั่วไป ถ้าเราไม่พูดถึงความชื้น สุดท้ายผลจะกลายเป็นว่าเกษตรกรจะผลิตข้าว มีความชื้นเท่าไร ชื้นมาก ชื้นน้อย ชื้นมากก็คือ มีน้ำผสมอยู่ด้วย ถ้าชื้นหนักนี่ก็มีน้ำอยู่มาก แล้วก็เอาไปขายราคาเดียวกับข้าวแห้งได้ซึ่งความชื้นต่ำ มาตรฐานมันก็จะไม่มี แล้วสุดท้าย ก็เป็นการที่จะทำให้เกษตรกรอาจหันไปทำข้าวที่มีคุณภาพแตกต่างกัน ซึ่งรัฐบาลไม่ประสงค์ จะให้เป็นอย่างนั้น แล้วก็ผมเชื่อว่าท่าน ส.ส. ก็คงไม่ประสงค์จะเห็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้น การพูดถึงความชื้นเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง และการที่จะมาพูดเรื่องราคา ณ ความชื้นหนึ่งกับราคาข้าวแห้งที่ความชื้นมาตรฐานเอามาเทียบกันก็เทียบไม่ได้ อันนี้ก็คือ เบื้องต้นที่ขออนุญาตทำความเข้าใจ ความชื้นมาตรฐานของข้าวอยู่ที่ความชื้นไม่เกิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าเราเอาตัวเลขความชื้นมาตรฐาน ๑๕ เปอร์เซ็นต์มาใช้ อันนั้นจะเป็น มาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับกัน โดยเฉพาะในมาตรฐานที่จะนำมาคิดคำนวณการช่วยเหลือ เกษตรกร แต่ถ้าเราไม่เอาตรงนั้นมา เอาข้าวแห้ง ข้าวเปียกมาพูด ราคามันก็จะต้องต่ำกว่า เพราะมันมี น้ำผสมอยู่ด้วย มีความชื้นผสมอยู่ด้วย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าวันนี้ท่านบอกว่าราคาข้าวตกแค่ ๕,๐๐๐ กว่าบาท ๖,๐๐๐ บาท อันนี้คือความชื้น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ที่เราพูดกันคือข้าวเปียก ผมไม่ตำหนิเกษตรกรเพราะช่วงนี้น้ำท่วม ฝนตก เกี่ยวปั๊บขายเลย เพราะฉะนั้นแน่นอน ข้าวมันก็บวกน้ำ บวกความชื้น บวกสิ่งเจือปนมาบ้าง แต่ว่าอันนั้นเมื่อเทียบเป็นราคา ความชื้นมาตรฐาน คือไม่เกิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เช่น ถ้าสมมุติว่าราคาข้าวเปียก ๖,๐๐๐ บาท ราคาข้าวแห้งมาตรฐานไป ๗,๗๐๐ บาทครับ เพราะฉะนั้นถ้าบอกว่าวันนี้ขายได้ที่ความชื้น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๖,๐๐๐ บาท ก็แปลว่าราคามาตรฐานคือราคาข้าวอยู่ที่ ๗,๗๐๐ บาท อันนี้เป็นตารางมาตรฐานที่มีการคิดคำนวณมาชัดเจน เพราะฉะนั้นเบื้องต้นขอทำความเข้าใจ ตรงนี้ก่อน
ประเด็นต่อมา ในเรื่องของเงินที่ท่านถามผมเมื่อสักครู่ว่างวดนี้จะได้เมื่อไร และงวดต่อไปจะได้เมื่อไร ก็ขออนุญาตเรียนว่าประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวมีทั้งหมด ๓๓ งวด ตั้งแต่งวดที่ ๑ ไปงวดที่ ๒ สัปดาห์ละ ๑ งวด ๑ งวด ๑ งวด ไปทุกสัปดาห์ และการ ที่จะคำนวณว่ารายได้ที่ประกัน เช่น ข้าวเปลือกเจ้า ๑๐,๐๐๐ บาท การที่จะคำนวณว่า ราคาตลาดซึ่งเกิดจากค่าเฉลี่ยที่เขามีสูตรคำนวณชัดเจน ณ ความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ คือข้าวแห้ง ถ้าสมมติว่าข้าวแห้งราคา ๗,๕๐๐ บาท เราประกัน ๑๐,๐๐๐ บาท ส่วนต่างมันก็ ๒,๕๐๐ บาท เกษตรกรก็จะมีรายได้จากการขายข้าวแห้ง ๗,๕๐๐ บาท บวกกับส่วนต่าง ๒,๕๐๐ บาท รวมแล้วก็เป็น ๑๐,๐๐๐ บาท ตามรายได้ที่ได้ไปประกันไว้ ทีนี้งวดที่ ๑ ได้จ่าย ไปแล้วจาก ๓๓ งวด คือเมื่อวันที่ ๙ งวดที่ ๒ ก็จ่ายไปแล้ว ณ วันที่ ๑๐ ซึ่ง ๒ งวดนี้ ก็จ่ายไปแล้วประมาณ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท ผมเอาตัวเลขกลม ๆ นะครับ เพราะมันจะมี เศษอะไรแล้วทำให้สับสนเข้าใจยาก ก็ประมาณ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท ทีนี้งวดต่อไปเป็น งวดที่ ๓ ก็บวกไปอีกหนึ่งสัปดาห์ งวดที่ ๔ ก็บวกไปอีกหนึ่งสัปดาห์ ส่วนถ้าท่านจะถามผมว่า และงวดต่อไปเป็นเงินเท่าไร อันนี้จะต้องขึ้นอยู่กับราคาตลาดที่เป็นจริง ที่จะต้องมีสูตร คิดคำนวณก่อนที่จะจ่ายประมาณ ๓ วัน ซึ่งมันก็จะต้องเกิดเหตุนี้ขึ้นมาก่อน เพราะฉะนั้น การจ่ายมันก็จะเป็นไปตามนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่จะขออนุญาตที่จะเรียนให้ท่านได้รับทราบ ก็คือว่า การจ่ายเงิน ๒ งวดที่ผ่านมา เมื่อสักครู่ผมก็อยู่กับผู้จัดการ ธ.ก.ส. ท่านก็บอกว่าทุกอย่าง เรียบร้อยไม่มีปัญหา จ่ายไปหมดแล้ว ยกเว้นบางรายเท่านั้นเอง บางรายที่มีปัญหาเรื่อง การตรวจสอบสิทธิว่าตกลงซ้ำซ้อนไหม หรือเกิดปัญหาคลาดเคลื่อนอะไรบางข้อเท่านั้นเอง แต่ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยก็จ่ายด้วยวิธีการโอนเข้าบัญชีโดยตรง หายหกตกหล่นไม่ได้ ใครจะไป หยิบยก ๕ เปอร์เซ็นต์ ๓ เปอร์เซ็นต์ โกง ทำไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็คือสิ่งที่ได้จ่าย ไปแล้ว แล้วก็ขออนุญาตที่จะเรียนว่าเฉพาะงวด ๑ กับงวดที่ ๒ เกษตรกรได้เงินส่วนต่างเยอะ มากครับ เฉพาะเงินส่วนต่างสูงสุดที่ผมให้ลองคำนวณมาดูเพื่อจะได้เป็นตัวเลขที่ท่านประธาน จะได้เห็นภาพ ก็คือว่าเราประกันรายได้ข้าว ๕ ชนิด ๑. ข้าวหอมมะลิ ๒. ข้าวหอมมะลิ นอกพื้นที่ ๓. ข้าวปทุมธานี ๔. ข้าวเจ้า ๕. ข้าวเหนียว เฉพาะเงินส่วนต่างเกษตรกรที่ได้สูงสุด เฉพาะส่วนต่าง ไม่นับเงินที่เอาข้าวไปขายในตลาด อันนั้นก็อีกก้อนหนึ่ง เฉพาะส่วนต่าง ชดเชยข้าวหอมมะลิใน ๒ งวดนี้ที่ได้สูงสุด ๕๗,๘๒๖ บาท ๑ ครัวเรือนเท่านั้น ๕๗,๘๒๖ บาท ที่ได้ไป ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่สูงสุดได้ถึง ๕๙,๕๐๖ บาท ข้าวปทุมธานี ๒๖,๓๐๕ บาท ข้าวเปลือกเจ้าสูงสุดโดยเฉพาะจังหวัดท่านที่มีเยอะ ๕๘,๐๓๘ บาทต่อครัวเรือน แล้วก็ข้าวเหนียวได้มากที่สุด ข้าวเหนียวได้มาถึง ๖๙,๕๘๐ บาทต่อครัวเรือน ครัวที่ได้ มากที่สุด ต่ำสุดก็ไล่เรียงกันลงไป อันนี้ก็คือภาพตัวเลข ท่านจะได้สบายใจว่านโยบายประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนั้น นอกจากเกษตรกรจะมีรายได้จากการเอาข้าวไปขายในตลาดตามราคาตลาด ณ ความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์แล้ว ยังมีก้อนที่ ๒ คือเงินส่วนต่างที่มาช่วยเติมเต็มทำให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว มีรายได้ตามรายได้ที่ประกัน เช่น ข้าวเปลือกเจ้าได้ ๑๐,๐๐๐ บาท ข้าวหอมมะลิได้ ๑๕,๐๐๐ บาท ที่เหลือก็ลดหลั่นกันลงมาตามที่มีการประกันรายได้ หรือแม้แต่ข้าวเหนียว ๑๒,๐๐๐ บาท ข้าวปทุมธานี ๑๑,๐๐๐ บาท ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่ ๑๔,๐๐๐ บาท เป็นต้น อันนี้ก็คือสิ่งที่ขออนุญาตที่จะตอบ ส่วนงวดที่ ๓ ที่ ๔ จะได้เมื่อไรก็จะถัดไปเป็นสัปดาห์ สัปดาห์ สัปดาห์ต่อไปจนครบ ๓๓ งวด อันนี้ก็ขออนุญาตที่จะเรียนให้ท่านทราบนะครับ แล้วก็ปัญหาน้อยมากสำหรับการโอนเงินของ ธ.ก.ส. ก็ขอบคุณ ธ.ก.ส. ด้วยครับ