ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พูดถึงปัญหาน้ำมันที่ขึ้นราคาส่งผลกระทบต่อชาวบ้าน และเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานออกมาแก้ไข โดยเสนอแนวทางลดภาษีและอัตราสรรพสามิตน้ำมันเพื่อช่วยเหลือประชาชน
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทย ผู้แทนจากจังหวัดสุรินทร์ ถิ่นช้างใหญ่ ผ้าไหมงาม ประคำสวย ร่ำรวยปราสาท ผักกาดหวาน ข้าวสารหอม งามพร้อมวัฒนธรรม ก่อนอื่นต้อง กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ วันนี้ก็ผมมาเรื่องที่พี่น้องเดือดร้อน นั่นก็คือ เรื่องน้ำมัน เมื่อวานนั้นผมพูดถึงเรื่องข้าว ท่านประธานก็คงจะทราบดี นี่เพื่อน ส.ส. ผม ที่อยู่ข้างหลัง ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. องอาจ วงศ์ประยูร จากจังหวัดสระบุรี ท่าน ส.ส. มนตรี ตั้งเจริญถาวร หรือ ส.ส. เฮง จังหวัดนนทบุรี ท่าน ส.ส. กิตติ์ธัญญา วาจาดี จากจังหวัดอุบลราชธานี หรือ ส.ส. เปิ้ล ท่าน ส.ส. ฉลาด ขามช่วง จากจังหวัดร้อยเอ็ด ท่าน ส.ส. กิตติ สมทรัพย์ ที่นั่งกันอยู่เต็มเลยครับ ท่านพัฒนา สัพโส ท่านรัฐมนตรีวิสาร เตชะธีราวัฒน์ จากจังหวัดเชียงราย ท่านดนัย พวกเราต่างเดือดร้อนหมด ถามว่าทำไมถึงต่าง เดือดร้อน ท่านประธานครับ พวกเรามาจากการเลือกตั้ง ท่านประธานมาจากการเลือกตั้ง จนเป็นไอดอล (Idol) ของผม เป็นนักการเมืองที่เป็นแบบอย่างมาหลายสิบสมัย แต่พวกผมนั้นแค่ ๔-๕ สมัย แต่ความเดือดร้อนของผู้แทนราษฎรที่มาจากชาวบ้าน เมื่อชาวบ้านเดือดร้อนมันทุกข์ใจครับ วันนี้เราก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นยุคข้าวยากหมากแพง ข้าวไม่มีราคา หมากก็แพง อะไรก็แพงไปหมด เอาล่ะข้าวเป็นปัจจัยเฉพาะเรื่องข้าว แต่น้ำมัน เป็นตัวทำให้ทุกอย่างมันลำบากไปหมด แม้กระทั่งเรื่องชาวนา วันนี้ข้าวที่มันไม่มีราคา ส่วนหนึ่งก็มาจากน้ำมันมันแพง แพงอย่างไรท่านประธานครับ เวลาเถ้าแก่ซื้อข้าวก็อ้างว่า ค่าขนส่งมันแพงต้องลดราคาข้าว ครั้นปุ๋ยที่มันขึ้นราคากระสอบละ ๒๐๐-๓๐๐ บาท อ้างอย่างไรท่านประธานทราบไหมครับ เพราะบ้านผมทำนาที่จังหวัดสุรินทร์ อ้างว่าน้ำมัน มันแพง ปุ๋ยทำมาจากเคมีภัณฑ์ของน้ำมัน ค่าขนส่งจากกรุงเทพมหานครไปก็แพง รถเกี่ยวข้าวไม่ต้องทำถึงวันนี้แพงออโต้ (Auto) อะไรก็แพงไปหมด น้ำมันปาล์ม นี่ผมไม่ถาม เรื่องน้ำมันปาล์มนะ ก็แพง มีเพื่อนผมถามว่า ถามเรื่องน้ำมันปาล์ม ไม่ ก็ทุกอย่างมันแพง ไปหมด การใช้ชีวิตประจำวันวันนี้มันเดือดร้อนทุกอย่าง เด็กไปโรงเรียนก็ไม่มีสตางค์ หนี้สิน ก็เพิ่มขึ้น ก็เพราะรายได้ไม่มี ติดโควิด-๑๙ (COVID-19) ไปอยู่บ้านเอสเอ็มอี (SMEs) ปิด เจ๊งหมด การใช้ชีวิตประจำวันลำบากมากครับ พวกเราเป็นผู้แทนราษฎรเรารู้ดีเพราะเรา คลุกคลีกัน ผมก็เลยไม่อยากถามครับ ผมเชื่อว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานท่านรู้ ปัญหาว่าชาวบ้านเดือดร้อน แต่พวกท่านไม่เดือดร้อน จะเดือดร้อนอย่างไรละครับ น้ำมันเติม ก็ฟรี รถขี่ก็ฟรี อาหารทุกอย่างฟรีหมด แต่พวกผมไม่ฟรีครับ เรามีแต่ค่าตอบแทน ไหนเรา ต้องไปดูแลชาวบ้านอีก ท่านก็เลยดูเสมือนการบริหารไปตามยถากรรม ไม่เคยมีปฏิกิริยา ออกมาเลยครับ นี่ก็ถือว่าเป็นรัฐมนตรีท่านหนึ่งครับที่ไปแย่งอากาศหายใจอยู่ในห้องประชุม ครม. เพราะไม่เคยเห็นมีมาตรการว่า จะลดให้ จะลดให้ ก็ปล่อยไปตามยถากรรม ก็อ้างแต่น้ำมัน โอเปก (OPEC) มันขึ้น อันนี้ผมทราบ พวกเราเป็นผู้แทนราษฎรพวกเรารู้ว่า พวกเราติดตาม สถานการณ์ของบ้านเมืองมาตลอด แต่ภาษีละครับ ยุคยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้ำมันบาร์เรลละ ๑๐๑ เหรียญอเมริกา น้ำมันดีเซลนั้นลิตรละ ๒๙ บาท วันนี้ ๘๐ เหรียญอเมริกา น้ำมันก็ ลิตรละ ๒๙ บาท เดือนนี้ขึ้น ๗ ครั้งแล้ว วันนั้นเราเก็บเงินกองทุนเข้ากองทุน ๐.๐๐๕ สตางค์ คือครึ่งสตางค์ แต่วันนี้เก็บอยู่ ๖-๗ บาท ฉะนั้นเมื่อมันมีวิกฤติตรงนี้ ท่านประธานที่เคารพ มันก็ไปบีบระบบการใช้ชีวิตประจำวัน สิ่งของมันก็แพงหมด มันมีปัญหาหมดแต่คนที่ตาย วันนี้เริ่มสนิทใจก็คือชาวนา หรือที่เขาเรียกกันว่า รากหญ้า คนที่พอมีเงินเดือน ข้าราชการ หรือรัฐวิสาหกิจก็พออยู่ได้ประทังไปก่อน แต่หายใจแบบระรินระรวยครับ ท่านรัฐมนตรีครับ
ฉะนั้นประการแรกผมถามท่านรัฐมนตรีก่อนง่าย ๆ ว่าวันนี้ท่านลดภาษี สรรพสามิต ท่านลดภาษีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกองทุนน้ำมันจาก ๕-๖ บาท สักปีหนึ่งพอจะ ได้ไหมครับเพื่อเป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนไทย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มขนส่งก็ดี กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่กลุ่มทุนใหญ่ผมไม่ถามเลยละครับ เพราะรัฐบาลนี้ ความเหลื่อมล้ำระหว่างกลุ่มทุนใหญ่กับเอสเอ็มอี (SMEs) หรือกับพวกเล็ก ๆ นี้มันห่างไกลกัน ผมถามเป็นข้อแรกก่อนครับท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ