นพพล เหลืองทองนารา แสดงความเห็นคัดค้านการแก้ไข พ.ร.บ. จราจรทางบกโดยวุฒิสภา โดยเฉพาะมาตรา ๑๓๔/๒ ที่จำกัดสิทธิผู้ประกอบการร้านปรับแต่งรถและสร้างภาระในการพิสูจน์ความผิด โดยชี้ว่าการปรับแต่งบางกรณีเกิดจากรสนิยมหรือเพื่อความปลอดภัยในภูมิประเทศทุรกันดาร และยกตัวอย่างประโยชน์ของการติดไฟหน้าหลายดวงของบิ๊กไบค์ เพื่อเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรไม่อนุมัติการแก้ไขดังกล่าว
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นพพล เหลืองทองนารา พรรคเพื่อไทย จังหวัดพิษณุโลก คนพรหมพิรามครับ ผมเองไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภาในเรื่องของ พ.ร.บ. จราจรทางบก ซึ่งผมเอง ก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการวิสามัญในการพิจารณาเรื่องของ พ.ร.บ. จราจรทางบกฉบับนี้ ที่เป็นในส่วนของสภาผู้แทนราษฎร ในแต่ละมาตราที่ผ่านไป เราใช้เวลากันนานมาก ในการพิจารณา แต่ว่าพอไปถึงวุฒิสภาแล้วได้มีการปรับแก้ไข ซึ่งหลายมาตราผมเองดูแล้ว ไม่ทราบว่าได้รับคำแนะนำจากที่ปรึกษาท่านไหนหรือเปล่าไม่ทราบในการประชุม ของวุฒิสภาที่มีการแก้ไข ผมเองจะขอพูดในส่วนของมาตรา ๑๐ คือในส่วน การเพิ่มเติมของมาตรา ๑๓๔/๒ นะครับ ในส่วนของการปรับแต่งมาตรา ๑๓๔/๒ ผู้ใดรับดำเนินการดัดแปลงหรือปรับแต่งรถให้มีสภาพไม่ถูกต้องตามมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๑๐ ทวิ ไม่ว่าจะมีสินจ้างหรือไม่มีก็ตามนะครับ ให้ถือว่าเป็นการฝ่าฝืน ตามมาตรา ๖ ซึ่งในข้อนี้จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนของผู้ประกอบการร้านที่ปรับแต่งรถ เพราะว่าแค่มีการ ปรับแต่งก็ถือว่าผิด ทั้ง ๆ ที่ในจุดประสงค์ถ้าอ่านไปมุ่งเน้นในการที่จะแข่งขันนะครับ ในการ แข่งขันที่เป็นการใช้ทางสัญจรของผู้อื่นด้วย มิได้เป็นการปรับแต่งไปใช้แข่งขันในสนามแข่ง ขัน ซึ่งตรงนี้ผมถือว่าเป็นการจำกัดสิทธิ แล้วก็เป็นการทำให้ผู้ประกอบการนั้นเดือดร้อน นอกจากว่าเวลามีปัญหาแล้วถ้ามีตำรวจได้ไปดำเนินการผู้ประกอบการจะต้องไปพิสูจน์ให้ได้ ว่าตัวเองนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการปรับแต่งรถเพื่อไปทำการแข่งขัน ทำให้ผู้ประกอบการเขา จะต้องเสียเวลาไปพิสูจน์ ถ้าสมมติว่าเขาได้ดำเนินการปรับแต่งรถไป ๑๐๐ คัน แต่ผลปรากฏ ว่ามีอยู่ครึ่งหนึ่ง ๕๐ คัน โดนตำรวจจับในมาตรานี้ที่ได้มีการแก้ไข เป็นอันว่าผู้ประกอบการ รายนั้นเขาก็ไม่ต้องทำมาหากิน จะต้องไปเสียเวลากับการพิสูจน์ แล้วในการปรับแต่งรถ ผมเองอยากจะนำเรียนว่า บางครั้งการปรับแต่งรถมันเป็นการปรับแต่งที่เกิดจากความชอบ เกิดจากรสนิยมของตัวเอง แล้วก็อีกอย่างหนึ่งการปรับแต่งรถในบางครั้งขึ้นอยู่กับภูมิประเทศ อย่างในทางภาคเหนือ หรือว่าในถิ่นทุรกันดารซึ่งถนนยังไม่ดี แล้วก็ไม่มีมาตรฐาน แล้วเขา ปรับแต่งไปถือว่าร้านที่ให้การปรับแต่งมีความผิด ซึ่งมันหาบริบทของในส่วนที่เป็นความจริง ไม่ได้เลย เพราะว่าถ้าเขาอยู่ในภูมิประเทศอย่างนั้น ถ้าขืนเขายังใช้รถปกติอย่างที่พวกเรา ๆ ที่สัญจรอยู่ในสภาพภูมิประเทศที่เรียบร้อย เขาใช้ไม่ได้ เขาก็ต้องมีการปรับแต่งรถ หรือไม่ก็ ในอีกส่วนหนึ่งผมเองยังแปลกใจตอนช่วงที่ผมยังขับขี่มอเตอร์ไซค์อยู่ มีผู้ขับขี่บิ๊กไบค์ (Big bike) บางคนผมก็สังเกตเห็นว่าทำไมไฟหน้ารถเขามีมากกว่า ๑ ดวง ผมก็พยายาม ค้นหาว่ามันเป็นรุ่นไหน แต่ผลปรากฏว่าไม่ใช่ เขาปรับแต่งเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการจราจร ยกตัวอย่าง อย่างที่ผมประสบอุบัติเหตุมาในค่ำคืนนั้นที่ผมโดนรถตัดหน้า น้องผู้หญิงคนนี้ ผมก็สอบถามแล้วน้องเห็นหรือเปล่าว่าพี่ติดไฟแดงอยู่ บอกเห็น เห็นผม แล้วก็รถอีกคันหนึ่ง เป็นมอเตอร์ไซค์ติดไฟแดงอยู่ ๒ คัน แต่น้องเขาบอกว่าเขาไม่รู้ว่าเป็นรถบิ๊กไบค์ (Big bike) คันหนึ่ง หรือว่าเป็นรถแม่บ้านอีกคันหนึ่ง ซึ่งบอกตามตรงนะครับ จุดที่เกิดเหตุคือถัดจากไฟ แดงไปประมาณ ๒๐๐ เมตร ซึ่งการขับขี่บิ๊กไบค์ (Big bike) เวลาออกตัว ซึ่งตอนนั้นก็เวลา ๕ ทุ่ม ผมก็ยอมรับนะครับ ถ้าเราบิดเต็มที่ใช้เวลาไม่กี่วินาทีก็จะถึงจุดตรงที่ผมเกิดอุบัติเหตุ แล้ว ทีนี้น้องเขาบอกว่าเขาแยกไม่ออกว่ารถ ๒ คันนี้ มันเป็นรถอะไร เพราะฉะนั้นการ ปรับแต่งลักษณะนี้ของผู้ขับขี่รถบิ๊กไบค์ (Big bike) บางท่านผมถือว่ามีประโยชน์ด้วยซ้ำ ในการปรับแต่งตรงนี้ แต่ถ้ากรณีนี้แล้วผู้ใดสนับสนุนให้เกิดการปรับแต่งรถมีความผิดนะครับ แบบนี้ผมว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แล้วก็เป็นสิ่งที่ทางวุฒิสภาท่านอาจจะไม่มีประสบการณ์ หรือท่านอาจจะคิดในแง่ไหนผมก็ไม่ทราบได้ แต่ว่าทั้งหลายทั้งสิ้นแล้วผมเองก็อยากจะบอก ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการปรับแก้ของวุฒิสภาในครั้งนี้มีหลายมาตรา ที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง แล้วก็พวกเราทุกคนที่เป็นกรรมาธิการวิสามัญตอนที่ พิจารณาเรื่องนี้ของสภาผู้แทนราษฎร พวกเราใช้ประสบการณ์ เราสอบถาม เราทำทุกวิถีทาง เพื่อให้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน เพราะว่าในอัตราในตัวเลข ที่เป็นสถิติก็ชี้ให้เห็นว่าอุบัติเหตุ ทั้งอุบัติเหตุที่เสียชีวิต และไม่เสียชีวิตมีจำนวนมาก ปีหนึ่ง ๒๐,๐๐๐ กว่าราย ซึ่งถือว่าเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกใบนี้เลยนะครับ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ ท่านรัฐมนตรีนิกร จำนง ท่านมีความรู้และท่านมีสถิติทุกอย่าง ผมเองก็ต้องขอชื่นชมในสิ่งที่ท่านพยายามติดตามและพยายามที่จะก่อให้เกิดความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนน เพราะฉะนั้นแล้วผมเองก็อยากจะขอเชิญชวนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ทางวุฒิสภานั้นได้แก้ไขนะครับ ในพระราชบัญญัติ พ.ร.บ. จราจรทางบก ฉบับนี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ