จิรายุ ห่วงทรัพย์ ตั้งข้อสังเกตการแก้ไขร่างกฎหมายจราจรหลายมาตรา โดยเฉพาะการเปลี่ยนคำว่า "ที่นั่งพิเศษ" เป็น "นิรภัย" ที่อาจทำให้ประชาชนสับสนและไม่ยอมซื้ออุปกรณ์ความปลอดภัยราคาแพง รวมถึงการแก้ไขบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการระงับใช้รถ การกำหนดโทษปรับ และคำนิยามต่าง ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความกำกวมในการตีความและบังคับใช้ จึงเรียกร้องให้ทบทวนถ้อยคำและเจตนาของกฎหมายอย่างรอบคอบ เพื่อความชัดเจน ความเป็นธรรม และความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างแท้จริง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมไม่ได้มีส่วนร่วมในการยกร่างกฎหมายฉบับนี้จากสภาผู้แทนราษฎร แต่ผมได้เข้าไป แสดงความคิดเห็นหลายครั้ง ในฐานะผู้มีส่วนได้เสียต่อสังคมไทย เนื่องจากสมัยวัยรุ่นเป็น สายแว้นมาก่อน โตขึ้นมาก็ขยับขึ้นมาเป็นสายซิ่ง ขับในสนามแข่ง ทั้งแบบครอส คันทรี (Cross country) และแบบทางเรียบ ผ่านประสบการณ์มาหลากหลาย ทั้งการดัดแปลงรถ ตามประสาวัยรุ่น ฮอร์โมนมันเยอะ ก็ต้องทำท่อ ก็ต้องดัดแปลง ปรับโช๊ค (Shock) สารพัด ที่จะทำ วันที่เข้าไปเสนอความเห็นในเรื่องนี้นะครับ ใช้ประสบการณ์จริง ขอบพระคุณ ท่านนิกร จำนง ที่ท่านได้กรุณาอธิบาย ซึ่งผมไม่ได้ติดใจครับว่าสมาชิกวุฒิสภาท่านจะแก้ไข แบบไหนอย่างไร เป็นสิทธิของท่าน ก็อาจจะมีมุมมองที่หลากหลาย ซึ่งมุมมองของวุฒิสมาชิก ก็อาจจะมองแบบผู้ใหญ่ที่นั่งรถคันเดียวกันครับ ถ้านั่งไปกับท่านวุฒิสมาชิกท่านหนึ่ง ผมขับรถเร็ว แกก็คงจะว่าผม ว่าขับรถเร็วทำไม อันตราย เดี๋ยวตายหรอก แต่ถ้าผม ผมก็จะบอกว่า ผมมีภารกิจจะต้องทำอีกเยอะก็ขับเร็วหน่อย จะได้ไปถึงที่หมาย วิธีคิดมันก็ต่างกันอย่างนี้ล่ะครับ ท่านประธานครับ คนแก่ก็ไม่รู้จะไปเมื่อไรก็กลัวตาย คนหนุ่มก็แว้น มันไม่กลัวตายครับ เพราะฉะนั้นมันก็แล้วแต่ว่าใครจะนั่งอยู่ในรถคันนี้ ผมจึงขอใช้เวลาเล็กน้อยเพื่อแสดง ความคิดเห็นที่ท่านวุฒิสมาชิกได้กรุณาแก้ไขมานี้นะครับว่ามันตรงกับความเป็นจริงของ สังคมไทยหรือไม่ ในมาตรา ๗ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านแก้คำนี้ ซึ่งผมนี้ถกเถียงอยู่ในที่ ประชุมเยอะ เพราะผมเคยใช้บริการของเบบี้ ซีต (Baby Seat) ภาษาฝรั่งนะครับ ก็คือ มีเด็กตัวเล็ก ๆ ต้องเอาเก้าอี้มานั่งนี้นะครับ นั่นคือฝรั่งเขาครับ ราคาตั้งแต่ ๑๕,๐๐๐ บาท มี มอก. แบบฝรั่ง ถ้าเป็นสหภาพยุโรปก็มีแบบอียู (EU) แต่ที่คณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานดูมาตรา ๗ นะครับ เขาเขียนว่าต้องจัดให้ที่นั่งพิเศษ ท่านวุฒิสมาชิกไปแก้เป็น คำว่า นิรภัย นิรภัยมันต้องไปตีความต่อนะครับท่านประธาน เช่น มีแอร์แบ็ก (Airbag) หรือไม่ สายเบลต์ (Belt) ที่มันรัดเด็กนี้ มันจะทำให้คอขาดหรือไม่ แรงกระแทกของแอร์แบ็ก (Airbag) ที่กระแทกใส่มานั้นมันต้องเป็นอย่างไร มันต้องไปทดสอบอะไรวุ่นวายมากมายเลย นะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วยครับที่ท่านวุฒิสมาชิกไปแก้คำว่านิรภัยใส่ไป ทุกวันนี้ซ้อน ๔ ซ้อน ๓ แทบจะขี่คอกันก็เยอะแยะมากมายครับ รถพิกอัป (Pickup) นั่งซ้อน ๓ นั่งกระบะท้ายกันก็เต็มเมืองครับ เรายอมรับสภาพความเป็นจริงของสังคมไทย มาตรา ๗ ที่ท่านไปแก้เติมคำว่านิรภัยจะเกิดความยุ่งยากในทางปฏิบัติ แล้วจะไม่มีผู้ปฏิบัติ คนจะซื้อ เบบี้ ซีต (Baby Seat) ก็จะไม่ซื้อครับ เพราะจะมีราคา ๑๕,๐๐๐ บาทขึ้นไป เพราะมีมาตรฐาน รองรับ แต่ถ้าเกิดเป็นคำว่านิรภัย ตัดออกไปแล้วใช้คำว่าที่นั่งพิเศษสำหรับเด็กนี้นะครับ อย่างน้อย เมืองไทยมันก็ขายตั้งแต่ ๒,๐๐๐-๔,๐๐๐ บาท เป็นการป้องปรามเพื่อลดอุบัติเหตุได้ทางหนึ่ง กับสังคมประเทศไทยที่กำลังพัฒนาครับท่านประธานครับ
ในมาตราต่อมา ที่มีการแก้ไขก็คือมาตรา ๙ เพื่อนสมาชิกอธิบายว่า การแข่งขันมอเตอร์ไซค์นี้นะครับ พร้อมหรือยังลูกพี่ แว้นหรือยัง มันไม่มาประกบกัน ๒ คัน หรอกครับท่านประธานครับ มันเป็นการเลือกปฏิบัติของพนักงานจราจรหรือผู้บังคับใช้ กฎหมายฉบับนี้ก็คือเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ เรารู้ได้อย่างไรล่ะครับ ที่เขามาจอดคู่กันนี้ ท่านประธาน เขาว่าเขาจะแว้นไปนี้ เรารู้ได้อย่างไร แต่ถ้าตำรวจบอกว่าดูท่าทางแล้วท่อเอ็งท่อรีด ขออภัยครับท่านประธานครับ ใช้ศัพท์ชาวบ้านหน่อย ท่อรีด ปรับโช๊คมา ปาดเบาะ ไฟท้าย แทบไม่มี ยางเส้นอย่างกับเส้นหมี่ อย่างนี้เขาอาจจะเอารถลูกมาขี่ก็ได้ แล้วก็ไปจับเขาได้ เพราะฉะนั้นพฤติกรรมการแข่งรถนี้ท่านประธานครับ เขาต้องเรียกว่าแข่งกันเป็นหมู่คณะ สายแว้น สายหมอบ สายซิ่ง สายกางเต็นท์ สายทัวริ่ง (Touring) เขารู้จักกันดี แต่ท่านไปแก้จาก ๕ เป็น ๒ นี้ท่านประธานครับ ผมว่ามีปัญหาทางความคิด แบบผู้ใหญ่มองเด็ก และไม่เห็นสภาพ ความเป็นจริง ซึ่งผมไม่ได้ว่าท่านวุฒิสมาชิกจะผิดนะครับ ท่านอาจจะคิดในมุมมองของผู้ใหญ่ ที่เป็นห่วงเด็ก ก็มีโอกาสเป็นไปได้ครับ เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วยในมาตรานี้นะครับ จริง ๆ ผมอยากจะให้เพิ่มไปตั้งแต่ ๕-๑๐ คันเสียด้วยซ้ำ เพราะเดี๋ยวนี้เขานัดกันไม่เคยต่ำกว่า ๕-๑๐ คันท่านประธานครับ เขาเรียกสายซิ่งนี้นะครับ เวลาเขาลงเว็บ (Web) กัน เขาไปกันที ๑๐-๒๐ คัน แล้วเขาไปวัดกัน โปรยผ้าปุ๊บ วิ่งปร๊าด อย่างนั้นล่ะครับเขาเรียกว่าแข่งรถในทาง ท่านประธานที่เคารพครับ พอมาดูมาตรา ๑๐ ที่ท่านวุฒิสมาชิกได้กรุณาแก้ไขและกลับไปยังสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ผมไม่เข้าใจว่า ท่านจะไปแก้คำพวกนี้เพื่ออะไร หรือท่านอาจจะบอกไปวุฒิสภาแล้วเดี๋ยวไม่แก้เลย เดี๋ยวจะ หาว่าไม่ทำงานหรือเปล่า ซึ่งผมก็ไม่อาจคิดเช่นนั้นนะครับ แต่ผมอยากจะให้ท่านประธานดู มาตรา ๑๐ ครับ ที่ไปแก้ความในมาตรา ๑๓๔/๒ ผู้ใดรับดำเนินการ ไปเติมคำว่า ดัดแปลงหรือ นี่ครับ คำว่า ดัดแปลงหรือ กับของที่สภาผู้แทนราษฎรทำไปนะครับก็คือ ผู้ใดรับดำเนินการ ปรับแต่งรถ ภาษาไทยมันก็ชัดอยู่แล้วปรับแต่งรถ ไปจูนนมหนู ให้นมมันใหญ่ขึ้น รถน้ำมัน เข้าไปได้มากขึ้น เติมออโต้ลูป (Auto loop) ให้มันเจ๋งขึ้น ลดท่อลงมา รีดอากาศ ติดเทอร์โบ (Turbo) มันชัดเจนอยู่แล้วว่ามันคือการปรับแต่งรถ แล้วท่านก็ไปเปลี่ยน เป็นคำว่าดัดแปลง ดัดแปลงคืออะไรครับ ถ้าเกิดรถผมเบรกไม่ดี ผมไปเปลี่ยนเบรกให้มันหนาขึ้น ดัดแปลงในทางที่ดี ผมผิดหรือไม่ครับ เห็นหรือไม่ครับ คำนิยามของกฎหมายไทยนี้ ถ้าเกิดท่านตีความกันเช่นนี้ ก็มีปัญหา กราบเรียนท่านวุฒิสมาชิกนะครับว่าท่านทราบหรือไม่ครับ ผมในฐานะนักซิ่งเก่านี้ ผมบอกเลยคำว่าดัดแปลงกับปรับแต่งนี้คนละเรื่องเลยนะครับ
ต่อมาท่านประธานที่เคารพครับ ไปดูความในมาตรา ๑๔ (๑) เดิมเขียนว่า คำสั่งห้ามใช้รถ วุฒิสมาชิกไปเติมคำว่า การ ก ไก่ สระอา ร เรือ เพื่ออะไรครับ ไม่มีก็ไม่ได้เสียหาย มีก็ดี แต่ท่านไปเสียเวลาทำไมในมาตรานี้ คำสั่งห้ามการใช้รถ กับเดิมคำสั่งห้ามใช้รถ ไปเติมทำไม ให้มันเสียเวลาเปลืองค่าแอร์ คอนดิชัน (Air Condition) ท่านประธานที่เคารพครับ แล้วก็แก้ไปจนถึงความในมาตรา ๑๕ ไปเติมคำว่า การ หมดเลยนะครับ และ ที่ ซึ่ง จึง ใช่ การ โน้น นี้ นั้น เพื่ออะไร ผมต้องการวุฒิสมาชิกที่แก้ แบบนี้ในเมืองนอกเขาทำ เมืองไทยเรา ค่อย ๆ แบบนี้ แล้วแก้แบบนั้นแบบนี้ อย่างนี้ท่านอย่าไปทำครับ เสียของ ท่านประธาน ที่เคารพ ในมาตรา ๑๘ ท่านประธานดูนะครับ ไปแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๕๑ ต้องระวางโทษปรับ ของเดิมนะครับเขาเขียนว่า ตั้งแต่ ๕๐๐-๒,๐๐๐ บาท วุฒิสมาชิกก็กรุณาไปตัดคำว่า ตั้งแต่ ๕๐๐ บาทออกไป แต่ไปบอกว่าไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท หมายความว่าปรับ ๒๐ บาทก็ได้ ถูกหรือไม่ครับ แล้วใช้สังคมดุลยพินิจท่านประธานครับ เพื่อนผมไปโรงพักถ้าจ่ากอง หรือเสมียนเวรอารมณ์ดีก็ปรับตามอารมณ์ของพนักงานได้ เจ้าหน้าที่ได้ เพราะไม่ได้เขียน ขั้นต่ำไว้อย่างไรครับ เพราะฉะนั้นก็เกิดสังคมดุลยพินิจอย่างไรครับ บอกว่าไม่มีคำว่า ๕๐๐ บาทแล้ว ปรับ ๒๐๐ บาท แต่ขอจริง ๑๐๐ บาทที่เหลือใส่กระเป๋าทำได้หรือไม่ครับ ได้ แล้วท่านไปแก้ทำไมล่ะครับ มันก็เขียนชัดเจนแล้วว่าต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ ๕๐๐-๒,๐๐๐ บาท ก็ชัดเจนอยู่แล้ว คือขั้นต่ำมี ๕๐๐ บาท
ท่านประธานที่เคารพครับ ไปดูมาตราต่อไปที่ผมไม่เห็นด้วยที่มีการแก้ไขนะครับ ซึ่งถ้าเกิดบางอันท่านแก้ไขมาเป็นประโยชน์ อย่างนี้สภาผู้แทนราษฎรโอเค (OK) ครับ ท่านประธานดูมาตรา ๒๕ ครับ ไปแก้ไขในมาตรา ๑๕๖/๑ เขียนอย่างนี้ครับ เขียนว่า หรือเครื่องหมายแสดงคำสั่งระงับการใช้รถชั่วคราว ชั่วคราวก็เข้าใจอยู่แล้วว่าไม่ได้ค้างคืน เดี๋ยวกลับบ้าน เพราะฉะนั้นท่านจะไปเติมคำว่าเป็นการชั่วคราวทำไม อันนี้ท่านประธานครับ มันเติมเพื่ออะไร ให้เกิดการตีความในกฎหมายเพิ่มเติมหรือครับ ประกาศใช้ไปตกลง ให้ใช้รถ เป็นการชั่วคราว แต่ถ้าไม่มีคำว่าเป็นการ การใช้รถชั่วคราวก็เหมือนกัน
ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๒๖ ก็มีการแก้ไขโดยสมาชิกวุฒิสภา แล้วก็ส่งกลับมาสภาเรานะครับ ท่านดูนะครับไปแก้ความในมาตรา ๑๕๗ จากมาตรา ๒๖ ไปแก้ มาตรา ๑๕๗ เขียนอย่างนี้ครับ เหมือนเมื่อสักครู่นี้เลยครับ ต้องระวางโทษปรับ จากเดิม ตั้งแต่ ๑,๐๐๐ บาท ไปจนถึง ๔,๐๐๐ บาท ท่านก็กรุณาไปแก้ถ้อยคำ ซึ่งไม่แก้ก็ไม่มีใครว่า เพราะนัยภาษาเหมือนกันทุกอย่าง ไปแก้ว่าต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๔,๐๐๐ บาท หมายความว่าปรับ ๑๐๐ บาทก็ได้ ๒๗๕ บาทก็ได้ ท่านสมาชิกวุฒิสภาครับ เวลาอภิปราย รายมาตรานี้ ผมขอความกรุณาคุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่ คุณย่าผมที่นั่งเป็นวุฒิสมาชิกนะครับ ได้ช่วยกรุณาดูถ้อยคำภาษาพวกนี้หน่อยครับว่า ในทางปฏิบัตินี้มันทำได้หรือไม่อย่างไร
ท่านประธานครับ ผมใช้เวลาเกินนิดหน่อยเนื่องจากมันเป็นรายมาตราที่ต้อง อภิปรายว่าทำไมเราจึงรับการแก้ไขจากวุฒิสมาชิกไม่ได้ ท่านประธานไปดูต่อในมาตรา ๓๔ ครับ มาตรา ๓๔ ไปแก้ไขในมาตรา ๑๖๐ เบญจ ภาษากฎหมายนะครับ และท่านไปดูครับ ในกรณีที่มีการกระทำ วุฒิสมาชิกเติมคำว่ากระทำการอันเป็น การอันเป็นครับ ของเดิมเขียน อย่างนี้ครับว่า กรณีที่มีการกระทำความผิด แค่นี้ก็ชัดจริง ๆ แล้วพ่อคุณเอ๊ย ไปแก้เพิ่มทำไม การอันเป็น นี่ภาษาไทยมันเวิ่นเว้อ วืบวาบ อะไรก็ไม่รู้ท่านประธานครับ แล้วมาใช้ ในกฎหมายแล้วไปบังคับใช้กับประชาชน ผมจึงไม่เห็นด้วยเลยครับ นอกจากนั้นท่านประธาน ดู (๑) มาตรา ๑๖๐ เบญจ หากผู้กระทำเดิมมีความผิด แต่ไปตัดคำว่าความผิดออกไป หากผู้กระทำมีอายุต่ำกว่า ๒๐ ปี กระทำอะไรล่ะครับ ถ้าเขาไม่ได้กระทำความผิดตีความได้ ไหมครับ ท่านไปตัดคำว่าความผิด ความผิดคือคุณทำแล้วคุณต้องรับโทษ ถ้าเป็นเด็กต่ำกว่า อายุ ๑๔-๑๕ ทำผิดแต่ไม่ต้องรับโทษ เด็กต่ำกว่า ๗ ปี ไม่ต้องรับโทษไม่ต้องมีความผิด ก็คุณไม่เขียนคำว่าความผิด แล้วไปตัดทำไม มีแล้วมันเหนื่อยตรงไหนครับ ไปตัดคำว่า ความผิด ออก ก็เลยไม่รู้เลยว่าตกลงหากผู้กระทำมีอายุต่ำกว่า ๒๐ ปีทำอะไร ผิดหรือเปล่า หรือไม่ได้ผิดขี่มอเตอร์ไซค์ยกล้อโชว์ก็เรื่องของเขาแต่รำคาญสายตาคน เขาหงายหลังมา เขาก็ตายของเขา เขาเจ็บของเขา แล้วเขาทำความผิดไหม ผิด เป็นที่น่าหวาดเดียวอาจจะ แถไปโดนรถฝั่งตรงข้าม มันอาจจะไปโดนร้านข้างทางคนนั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่มีโอกาสตายได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านไปดูมาตราสุดท้ายมาตรา ๓๔ อันนี้ครับ แต่ว่าไปแก้ หลายวงเล็บ (๒) หากผู้กระทำมีอายุตั้งแต่ ๑๘ ปีขึ้นไป ก็ไปตัดคำว่าความผิดอีก คือผมไม่เข้าใจว่าไปตัดทำไมคำว่าความผิดมันชัดเจนอยู่ในกฎหมายครับ ถ้าบอกแค่อายุอย่างเดียว เขาไม่ได้ทำความผิดต้องใช้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ไหม
ต่อมา ท่านประธานครับ มาตราที่มีการแก้ไขสุดท้ายครับ ในมาตรา ๔๐ มันเป็นการประกาศบังคับใช้นะครับว่า การแก้ไขเพิ่มเติมตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ให้ดำเนินการแล้วเสร็จ เดิมสภาผู้แทนเขียนว่าใช้ ๑๒๐ วัน ท่านไปลดเวลาลงเหลือ ๙๐ วัน คือ ๓ เดือน คำถามก็คือการลดเวลาลงเป็นการปิดโอกาสให้กับพี่น้องประชาชนที่เขาได้ทำ ความเข้าใจกับกฎหมายในระยะเวลา ๓ เดือนที่วุฒิสมาชิกเขียนไหม ถ้าเป็น ๑๒๐ วัน มันมี โอกาสมากกว่านั้นไหม การเข้าถึงของพี่น้องประชาชนที่จะรู้กฎหมายซึ่งท่านบอกว่าประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ประกาศในเว็บไซต์ (Website) แล้ว ลงแปะที่โน่นแปะที่นี่ แต่เอา เข้าจริง ๆ เวลา ๙๐ วัน ไม่สามารถเพียงพอท่านประธานครับ และท่านไปบีบรัดเวลาให้มัน กระชั้นทำไมเนื่องจากเป็นกฎหมายที่บังคับใช้คนทั้งประเทศ และยานพาหนะ ๑๐ ๒๐ ๓๐ ล้านคัน ท่านประธานครับ มอเตอร์ไซค์ขายปีละเกือบล้าน รถเก๋งขายกัน ๗๐๐,๐๐๐- ๘๐๐,๐๐๐ คัน มีคนรุ่นใหม่ขี่มอเตอร์ไซค์มากขึ้น มีคนรุ่นใหม่ใช้รถที่มีความเร็วสูงมาก ขึ้นอยู่เสมอ ๆ ท่านเปิดโอกาสให้เขาหน่อยได้ไหมครับ