นิกร ชี้วุฒิสภาแก้กฎหมายเกินควร ไม่ปรึกษาสภาผู้แทนฯ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

นิกร จำนง หารือการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติโดยวุฒิสภาที่เพิ่มเติมและตัดทอนมาตราจำนวนมากโดยไม่ปรึกษาสภานิติบัญญัติ จนเกิดผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะการเปลี่ยนคำว่า "ที่นั่งพิเศษ" เป็น "ที่นั่งนิรภัย" ซึ่งทำให้เกณฑ์เข้มงวดตามมาตรฐานสากลและส่งภาระต้นทุนสูงให้ประชาชน ทั้งที่เดิมมีเจตนาให้ใช้มาตรการที่เหมาะสมและไม่เป็นภาระ

นายนิกร จำนง แบบบัญชีรายชื่อ

แล้วเสนอต่อวุฒิสภานะครับ ผมอยู่ใน คณะกรรมาธิการด้วย เราได้พิจารณากันคราวนั้น ถ้าท่านจำได้เสียงเป็นเอกฉันท์ จากสภาแห่งนี้นะครับ เป็นการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติตั้งแต่ปี ๒๕๒๒ แก้ไขเป็นการปฏิรูป กันเลยนะครับ ส่งไปยังวุฒิสภาให้พิจารณานะครับ แต่ปรากฏว่าท่านประธานที่เคารพครับ ทางวุฒิสภาเองได้แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมากเกินไป และไม่ได้ ปรึกษาหารือกับสภาของเราแต่อย่างใด ที่จริงก็น่าจะปรึกษากันบ้างนะครับ แล้วเมื่อ พิจารณารายละเอียดในการแก้ไขแต่ละประเด็นแล้วพบว่า จะสร้างความเดือดร้อนให้เกิดกับ ประชาชนโดยทั่วไปเป็นอย่างมากในหลายกรณี จึงเห็นว่าพวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนไม่สมควรที่ยินยอมให้ความเห็นชอบกับการแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติของวุฒิสภาครั้งนี้ที่ส่งมาให้ผ่านไปได้ การแก้ไขที่ผมได้กล่าวถึง ท่านประธานที่เคารพครับ เรามีทั้งหมด ๔๑ มาตรา ถูกแก้ไขโดยการตัดออกไป ๑๑ แห่ง และเพิ่มเติมขึ้นมาถึง ๒๓ แห่ง จึงเห็นได้ว่ามีการดำเนินการที่มากมายเกินไปโดยไม่ประสาน ความเห็นใด ๆ กับสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นต้นร่างไปแต่อย่างใดเลย ประเด็นในการแก้ไข หลายมาตรานั้น ท่านประธานที่เคารพครับ แม้อาจจะเป็นการกระทำที่ดูเหมือนจะทำให้ดีขึ้น ก็ตาม แต่เป็นการแก้ไขที่ไม่เข้าใจบริบทของปัญหาอย่างลึกซึ้งแต่อย่างใด จึงสร้างปัญหาขึ้น จากการแก้ไขได้หลายกรณี ไม่ว่าเป็นการแก้ไขลักษณะความผิด การเปลี่ยนแปลงบทลงโทษ การเปลี่ยนแปลงถ้อยคำที่พาไปสู่ความเดือดร้อนของประชาชนอย่างกว้างขวางอย่างแน่นอน ผมเรียนว่าผมเองอยู่กับความปลอดภัยทางถนนมา ๒๐ ปีแล้ว ท่านประธานครับ ประเด็นต่าง ๆ ตอนที่เราได้มีการออกกฎหมายมีการแก้ไขในชั้นกรรมาธิการของเรา เราได้พิจารณากัน อย่างรอบคอบ เชิญนักวิชาการมา เชิญตัวแทนองค์การอนามัยโลกมา เชิญผู้เกี่ยวข้อง ทั้งหลายมาพิจารณาแล้วอย่างรอบคอบแล้ว มีการปรับปรุงแก้ไข มีหลายประเด็นก็คิดว่า การเปลี่ยนแปลงสำคัญจะนำไปสู่บาปบริสุทธิ์ครั้งใหญ่ถ้าจะไป มีการเปลี่ยนแปลงหลายส่วน แต่ผมจะเสนอเพียงส่วนเดียว เรื่องการเปลี่ยนแปลง เรื่องถ้อยคำ แค่คำ ๒-๓ คำเท่านั้น ท่านประธานครับ คือในมาตรา ๗ ที่มีการแก้ไขปรับปรุง ในมาตรา ๗ ที่มีการยกเลิก มาตรา ๑๒๓ แล้วมาใช้ใหม่ ที่บอกถึง (๑) ผู้โดยสาร ข้อ ก มีการแก้ไขคือที่เขียนเอาไว้ เขียนไว้ว่าร่างที่เราส่งไป คนโดยสารที่นั่งแถวหน้าและแถวตอนอื่นต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัด นิรภัยไว้ที่นั่งตลอดเวลาในขณะโดยสารหมายถึงตอนหน้าเว้นแต่คนโดยสารที่นั่งแถวอื่น นอกจากตอนหน้า ไม่จำเป็นต้องรัดไว้กับที่นั่ง ในกรณีที่อยู่ในเขตชุมชน ท่านประธานครับ เหมือนกับว่าเราอยู่ในเทศบาลและความเร็วประมาณ ๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง แล้วเราก็ต้อง รัดเข็มขัดในที่นั่งอื่นตลอด ข้างหน้ารัดอยู่แล้ว ตรงนี้มีการกำหนดว่าถ้าอยู่ในเขตชุมชน ข้างหลังนี่ไม่ต้องนะครับ ตรงนี้ยังไม่สำคัญ แต่ประเด็นที่สำคัญท่านประธานครับ (ข) ตรงนี้ เป็นหลักเกณฑ์ใหม่เป็นมาตรการใหม่ที่เรามีการประกาศใช้เป็นครั้งแรก ซึ่งผมได้เคย อภิปรายไว้คราวที่แล้วว่า ห่วงประชาชนคนไทยว่าจะเดือดร้อนเป็นอย่างมาก นั่นคือที่นั่งเด็ก ท่านประธานครับ เรากำหนดไว้อย่างนี้ครับ ผู้โดยสารที่เป็นเด็กอายุไม่เกิน ๖ ปีจะต้องให้นั่ง ในที่นั่งพิเศษ สำหรับเด็กหรือมีวิธีการป้องกันอันตรายจากอุบัติเหตุ และผู้โดยสารที่มี ความสูงไม่เกิน ๑๓๕ เซนติเมตร ต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยกับที่นั่งหรือมีวิธีการ ป้องกันอันตรายในกรณีเกิดอุบัติเหตุไม่ว่านั่งแถวตอนใด ๆ คือเด็กเล็ก ๆ ถ้าลงนั่งถ้าเรา บังคับให้คาดเข็มขัด สายเข็มขัดสายขวางจะรัดตรงคอพอดี และถ้าเกิดรถชนคอจะหัก ซึ่งรัดไม่ได้ ก็มีการกำหนดเขียนไว้ว่าเป็นที่นั่งพิเศษ ปรากฏว่าทางวุฒิสภาไปแก้ใส่คำเข้าไป ตัดคำว่าพิเศษออก ใส่คำว่า นิรภัยเข้าไป พอใส่คำว่า นิรภัย เกิดอะไรขึ้นท่านประธานครับ เกิดปัญหาขึ้นว่าคำว่านิรภัยมันเป็นคำที่อยู่ในของกระทรวงอุตสาหกรรม มันเป็นคำว่า นิรภัย เป็นไปตามบทบัญญัติของสหประชาชาติ เรกกูเลชัน นัมเบอร์ ๔๔ (Regulation Number 44) หมายความว่าต้องมีลักษณะการรัด ต้องมีลักษณะทนแรงกระแทก แล้วราคา ท่านประธานครับ ถ้าเป็นไปตามมาตรฐานนี้ขณะนี้ประมาณ ๑๓,๐๐๐ บาท ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว ถ้าไม่ติดตั้งลักษณะแบบนี้ อาจจะโดยท่านไม่ทราบก็ได้ท่านไปเขียนคำนี้ไว้ที่เราเขียนเป็น พิเศษถือว่าดีแล้ว เพราะว่าสามารถจะใช้อย่างอื่นที่ว่าย่อมลงมาหน่อย ถูกลงมาหน่อย หรืออะไรพวกนี้ ประชาชนจะไม่เดือดร้อนเพราะถ้าบังคับไปความผิดมาก ดังนั้น ตรงนี้ที่ท่าน แก้ด้วยความปรารถนาดี แต่มันนำไปสู่ปัญหามาก ผมเคยเรียนท่านประธานไว้คราวที่แล้วว่า เรื่องที่นั่งของเด็กตรงนี้ เราเองเป็นกังวลกับประชาชนมาก เราศึกษาจากประเทศที่เพิ่งใช้ ก็คือฟิลิปปินส์ เราขอข้อมูลมาจากองค์การอนามัยโลก ฟิลิปปินส์เองได้มีเรกคอมเมนเดชัน (Recommendation) ตอนใช้ไว้ว่า ให้ระมัดระวังกับประเทศที่กำลังพัฒนาแบบเรา ก็คือว่า มันจะแพง ประชาชนจะรับไม่ไหว พอประชาชนรับไม่ไหวก็เสนออย่างนี้ว่าให้รัฐบาลดูแลคือ ตัดคอสต์ (Cost) ค่าภาษีทั้งหมด แล้วก็ให้มีการดำเนินการให้มีการผลิตในประเทศ และนอกจากนั้นก็ให้มีการเช่าสมมุติว่าใช้แล้วพอเด็กโตก็เอาไปให้เช่ากันต่อ หรือว่าให้ใช้กัน ต่อไปในโรงเรียน เป็นการลดความเดือดร้อนของประชาชน ฟิลิปปินส์เองก็ยากลำบากตอนนี้ ดังนั้นการแก้ไขตรงนี้จะนำไปสู่ความเดือดร้อนของประชาชน คือจะไม่มีความสามารถ พอที่จะซื้อหามาได้ แล้วก็ยังมีลักษณะที่ว่ามีขายในลาซาด้า (Lazada) ตอนนี้นะครับ ท่านประธาน ราคาประมาณ ๓๐๐ กว่าบาท คือหนุนเด็กขึ้นมานิดหนึ่ง แล้วก็ตรงนี้ ผู้บัญชาการตำรวจสามารถกำหนดได้ แล้วก็พอยกเด็กขึ้นมาซึ่งในประเทศโปแลนด์ใช้ได้ พอยกขึ้นมาแล้วไม่กี่เซนติเมตรสายก็จะพาด แล้วก็รัดได้ คือไม่พาดคอ ท่านประธานครับ ผมสรุปอย่างนี้ครับว่า ผมได้มีโอกาสเป็นตัวแทนรัฐสภาคนเดียวของโลกที่ไปเสนอเรื่อง แผนโลกทางด้านเด๊กเคด (Decade) หน้าที่มีการประกาศเมื่อวันที่ ๒๘ ซึ่งท่านประธาน ได้กรุณาให้ใช้สภาแห่งนี้เพราะเป็นสภาเดียวที่มีการเสนอเรื่องนี้ ผมได้ไปอภิปรายขอเวลา ๑ นาทีครับท่านประธานว่าให้ไม่มีกฎหมายออก ตอนนี้เราออกกฎหมายเรื่องเด็กแล้ว แล้วก็มีการพัฒนา แต่ถ้าหากว่าเป็นแบบนี้การบังคับใช้จะไม่เกิดขึ้น ดังนั้นผมขอเสนอว่า ให้เราไม่เห็นชอบนะครับ ก็คือไม่เห็นชอบกับร่างนี้และตั้งกรรมาธิการร่วมและไปปรับปรุงกัน ในชั้นโน้นครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ