วิษณุ เครืองาม พูดเรื่องการยกเลิกกฎหมาย โดยเสนอให้ใช้ "กิโยตีน" (Regulatory Guillotine) เพื่อยกเลิกกฎหมายที่ล้าสมัยและไม่จำเป็น
เดี๋ยวใน รายละเอียดผมจะขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยชี้แจงนะครับ แต่ขออนุญาตใช้เวลาท่านประธาน เบื้องต้นนิดเดียวเท่านั้นว่า ขอบพระคุณมากครับสำหรับคำอภิปรายของท่านสมาชิก ทั้ง ๔ ท่านซึ่งเป็นประโยชน์มากทีเดียว ผมคิดว่าสิ่งที่ผมคิดเอาไว้ในใจก่อนหน้านี้ก็คือว่า เชื่อว่าวันนี้คงจะมีตัวอย่างพระราชบัญญัติบางฉบับหลุดออกมาว่า นอกจาก ๗-๘ ฉบับนี้แล้ว มันยังมีเรื่องที่ควรจะต้องยกเลิกอีก ซึ่งก็เป็นไปตามที่ผมได้คาดคิดเอาไว้เวลามันน้อยก็ได้ ตัวอย่างมาแค่นี้ ในโอกาสต่อไปผมว่าท่านยังสามารถที่จะตั้งกระทู้ถามหรือไปเสนอในวาระ ที่มีการเสนอรายงานการปฏิรูปประเทศ หรือแม้แต่โดยเหตุวิธีอย่างอื่นที่จะแจ้งไปให้รัฐบาล หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องได้รับทราบเพื่อจะได้นำไปพิจารณาในการปรับปรุง ยกเลิกต่อไป ท่านประธานครับ ปัญหาเรื่องการยกเลิกกฎหมายมันจะมีสิ่งที่ขัดแย้งกันอยู่ระหว่าง คำ ๒ คำเสมอ ผมเชื่อว่าเป็นมาตั้งแต่ไหนแต่ไร สมัยท่านประธานเป็นรัฐบาลอยู่ ๒ ครั้ง ก็เผชิญกับปัญหานี้ คือ ๑. จะยกเลิกมันทั้งฉบับ หรือว่าจะเพียงแค่แก้ไข ๒ คำนี้มันมี ความแตกต่างกันมาก สิ่งที่เสนอมาในวันนี้เป็นการยกเลิกทั้งฉบับ แล้วก็หืดขึ้นคอครับกว่าจะ มาได้ข้อยุติว่า ๗-๘ ฉบับนี้ควรจะยกเลิก เพราะว่าในที่สุดมันก็จะมีคนเห็นแตกต่าง ซึ่งก็เป็นธรรมดา อย่างเมื่อสักครู่นี้ท่านณัฐวุฒิท่านก็บอกว่า กฎหมายบางฉบับที่อยู่ในบัญชี ท่านเห็นว่าไม่ควรจะยกเลิกทั้งฉบับด้วยซ้ำไปน่าจะยังมีที่ใช้อยู่ เช่น กฎหมายจัดการฝึก และอบรมเด็ก อย่างนี้เป็นต้น ปัญหาอย่างนี้มันจะเกิดเสมอครับ เพราะว่าส่วนราชการที่เป็น เจ้าของกฎหมายเองก็เถอะ เขาก็อยากที่จะเก็บกฎหมายนี้ไว้ และถ้าหากเห็นว่ามันไม่ดีเขาก็ จะยอมเพียงแค่ว่าให้แก้ไขมาตรานั้นนี้โน้น แต่เรื่องจะให้เลิกทั้งฉบับเขาไม่ยอม เรื่องนี้จึงเป็น เรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกันนานและต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน ความจริง ถ้าตัดใจได้ว่าจะให้ยกเลิกทั้งฉบับมันมีวิธีการของมันเยอะแยะอย่างที่ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม พูดก็เป็นวิธีหนึ่ง ออกพระราชบัญญัติมายกเลิกโดยให้คณะรัฐมนตรีไปออกเป็น พระราชกฤษฎีกาทีหลังก็ทำได้โดยสมัยนี้ความเสี่ยงมันลดน้อยลงกว่าสมัยที่ท่านเป็นประธาน คณะกรรมาธิการพิจารณากฎหมายทุนรัฐวิสาหกิจเยอะเลยครับ แต่นี่ล่ะที่จะให้ได้รับ ความเห็นชอบออกมาว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ระหว่างยกเลิกหรือว่าแก้ไขเพิ่มเติมนั้น มันเป็น เรื่องที่ยังก้ำกึ่งกันอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ หลายท่านพูดถึงคำว่า เรกกูลาทอรี กิโยตีน (Regulatory Guillotine) คำศัพท์นี้มันเกิดขึ้นในต่างประเทศวันนี้เข้ามาฮิต (Hit) ในประเทศไทย ความหมายก็คือกฎหมายบางฉบับสามารถทำเหมือนกับเอามาขึ้นเขียง แล้วก็สับทีเดียวไป พร้อมกัน ๑๐๐ ฉบับ ๒๐๐ ฉบับ ไม่ต้องมาแก้หรือเลิกทีละฉบับ เรื่องนี้มันใช้กันอยู่ ในต่างประเทศ เช่น เกาหลีใต้ เป็นต้น ซึ่งต้องอาศัยความกล้าหาญ อาศัยความชัดเจน และอาศัยการยอมรับของประชาชน มันถึงจะทำอย่างนั้นได้ ในประเทศไทยเรามีกรรมการ ที่ทำหน้าที่นี้อยู่คือ พิจารณาเลือกว่าจะเอากฎหมายใดมาเข้าเครื่องกิโยตีน (Guillotine) อยู่ แต่มันก็ยังไม่ได้ข้อยุติเด็ดขาด แต่ผมว่าจากวันนี้ไปอะไรต่ออะไรมันจะเร็วขึ้น ๗-๘ ฉบับนี้ ต่อไปนี้เราจะเห็นฉบับที่ ๙ ๑๐ ๑๑ เพิ่มได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้มันก็เป็นไปอย่างที่ท่านสุพิศาล ได้พูดว่า เรามีพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำกฎหมาย ซึ่งในนั้นกำหนดไว้แล้วครับว่า ๓ ปี ๕ ปี ต้องทบทวนกันทีหนึ่งว่ากฎหมายใดล้าสมัยรัฐบาลจะต้องยกเลิก ตรงนี้ไม่ใช่อาศัย ความกล้าของรัฐบาลแล้ว แต่เป็นเรื่องที่มีพระราชบัญญัติมาบังคับว่ารัฐบาลจะต้องทำ อะไรแล้ว ซึ่งกฎหมายนี้ยังมีอายุไม่ถึง ๕ ปี จากวันนี้ไปมันก็จะต้องมีการพิจารณาเพื่อจะ ทบทวนการมีอายุขัยของกฎหมายหลายฉบับ บางฉบับที่ท่านสมาชิกได้กล่าวถึง อย่างเช่น ที่ท่านนิยมได้กล่าวถึงนั้นลำพังเป็นแค่ พระราชกฤษฎีกาถ้าคิดจะเลิกจริง ๆ มันไม่ยุ่งยาก เพราะพระราชกฤษฎีกามันเลิกด้วย พระราชกฤษฎีกาได้ไม่ต้องเดือดร้อนมาสภานี้ด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นก็จะต้องไปดูกันอีกทีหนึ่งว่า จะทำอย่างไร รายละเอียดบางอย่างของกฎหมายกับหลักเกณฑ์การจัดทำกฎหมาย ซึ่งกฤษฎีกาเป็นผู้รักษาการดูแลอยู่นั้น ผมอยากขออนุญาตท่านประธานให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ ช่วยกรุณาชี้แจงเพิ่มเติมนิดหนึ่งนะครับ ซึ่งตรงนี้ต้องอาศัยความร่วมมือและความเข้าใจ ของสภาด้วย เพื่อจะให้สิ่งเหล่านี้บรรลุผลในอนาคตต่อไป ขอประทานอนุญาตครับ